ถอดรหัสแผนดัน ‘จีดีพีจีน' วัดใจ ‘สี จิ้นผิง’ คลอดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ?

ถอดรหัสแผนดัน ‘จีดีพีจีน'  วัดใจ ‘สี จิ้นผิง’ คลอดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ?

กูรู มองต่างมุม จีนคลอดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ "สมคิด" มองสี จิ้นผิง เตรียมออกมาตรการกระตุ้นครั้งใหญ่หลังเศรษฐกิจโตต่ำหลายปี "อาร์ม" แจงมุมมองนักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์จีน เห็นต่างกันมีทั้งมองว่าควรกระตุ้น และควรให้มีการปรับตัว เศรษฐกิจโตช้าแต่มีเสถียรภาพ

Key points: 

  • เศรษฐกิจจีนในปี 2567 ยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน และมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะโตไม่ถึง5% 
  • ปัญหาที่เศรษฐกิจเจอทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์ กำลังซื้อถดถอย และอัตราว่างงาน ทำให้มีการพูดถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ที่อาจจะออกมา
  • ในจีนยังมีข้อถกเถียงทั้งในแวดวงเศรษฐศาสตร์ และวิชาการว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นจำเป็นหรือไม่ หรือควรให้เศรษฐกิจค่อยๆฟื้นตัวแบบมีเสถียรภาพ

 

หลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจจีนเป็นที่พึ่งของเศรษฐกิจโลก ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว ร้อนแรง จนมีการขนานนามว่าเป็น Growth Engine of the world และการเติบโตของเศรษฐกิจจีนถือเป็น 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตามปัจจุบันสถานะทางเศรษฐกิจของจีนไม่ได้เติบโตรวดเร็วเหมือนในอดีต และเมื่อจีนประสบปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ กำลังซื้อของคนที่ลดลง ตำแหน่งงานที่ไม่เพียงพอรองรับนักศึกษาจบใหม่ ทำให้หลายคนคาดการณ์ว่ารัฐบาลกลางของจีนจะออกมาตรการ “กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่”

เมื่อกลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปี 2566 ว่า จะขยายตัวได้ประมาณ 5% และทะลุเป้าหมายดังกล่าว นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับจีน รวมถึงประเทศต่าง ๆ ในเอเชียและทั่วโลก ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานเมื่อวานนี้ (17 ม.ค.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ปี 2566 ของจีน ขยายตัว 5.2%

โดยเมื่อเดือนพ.ย. 2566 ทาง IMF ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจจีนปี 2566 จากเติบโต 5.0% เป็น 5.4% รวมถึงได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์เศรษฐกิจจีนปี 2567 จากเติบโต 4.2% เป็น 4.6%

ในงานสัมมนา "ฝ่าเศรษฐกิจ ปีงูใหญ่  ชวนสร้างไทยให้ยั่งยืน” จัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่จัดขึ้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีการหยิบยกประเด็นเศรษฐกิจจีนขึ้นมาพูดคุยอย่างน่าสนใจ นายสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์  อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “จับชีพจรประเทศไทย” ในตอนหนึ่งว่าเศรษฐกิจโลกในขณะนี้เข้าสู่ช่วงของเศรษฐกิจโตช้าและมีความเสี่ยงมากขึ้นในหลายด้านโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2024 จะเติบโตแค่ 3.1% เท่านั้นต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยในอดีตที่เติบโตประมาณ 3.8% โดยปัจจัยอย่างหนึ่งคือการฟื้นตัวช้า และปัญหาภายในของจีนที่มีปัญหาเศรษฐกิจต่อเนื่อง

ตลาดหุ้นจีน นั้นปรับตัวลดลงอย่างมากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนติดลบไปประมาณ 40% ทำให้ความมั่งคั่งของคนลดลง มีคนที่ตกงาน ไม่มีงานทำโดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่จำนวนมากไม่มีงานทำ ซึ่งการที่เศรษฐกิจเติบโตได้ต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์เป็นระยะเวลาทำให้ในปีนี้มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจีนต้องออกมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อไม่ให้จีดีพีขยายตัวต่ำกว่า 4.5% หรือต้องขยายตัวได้มากกว่า

ถอดรหัสแผนดัน ‘จีดีพีจีน\'  วัดใจ ‘สี จิ้นผิง’ คลอดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ?

“แม้จีนจะมีปัญหาหนัก แต่ผมเชื่อว่าจีนก็ยังเป็นจีน มีพลัง และมีความเด็ดขาดในการแก้ปัญหา มีความเอาจริงเอาจังที่จะเดินหน้ามาตรการที่ต้องทำ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นั้นทราบดีว่าการที่เศรษฐกิจโตน้อยกว่าคาดติดต่อกันนั้นไม่ดีสำหรับประเทศใหญ่อย่างจีน ปีนี้จึงเป็นปีที่เขาจะ bet เดิมพันเพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่ม”

 

นายอาร์ม ตั้งนิรันดร รองคณะบดีคณะนิติศาสตร์  และผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษาจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย กล่าวว่าแม้ว่าในขณะนี้เศรษฐกิจจีนจะเติบโตไม่สูงนักเมื่อเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา แต่แนวความคิดที่ต้องการให้รัฐบาลจีนกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมีความแตกต่างกัน แม้แต่ในกลุ่มของนักเศรษฐศาสตร์ นักการเงิน และนักวิชาการของจีนก็มองต่างกัน มีทั้งกลุ่มที่ต้องการให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล ต้องการให้มีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้ามาในระบบเพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ ซึ่งอาจช่วยให้เศรษฐกิจจีนที่ซบเซาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ส่วนอีกส่วนหนึ่งคือกลุ่มของนักเศรษฐศาสตร์ นักการเงิน และนักวิชาการที่มองว่าไม่จำเป็นต้องมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจีน ให้การเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับปัจจุบันต่อไปคือประมาณ 4 – 5% เพราะกลุ่มหลังนี้มองว่าการที่จีนเคยใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจนเศรษฐกิจมีความร้อนแรงอย่างมาก อย่างเช่นช่วงประธานาธิบดีเหวิน เจีย เป่า ที่เหมือนกับใช้นโยบายอัดฉีดเข้ามาทำให้เกิดการก่อหนี้สูง จนนำมาสู่การเกิดปัญหาฟองสบู่ในปัจจุบันซึ่งเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจตามมาในระยะยาว

 

“กลุ่มหลังนี้มองว่าแม้ว่าเศรษฐกิจไม่ได้เติบโตมาก แต่ให้พอเติบโตและคงที่รักษาระดับไว้ให้คนจีนค่อยๆปรับตัว และสามารถที่จะประคับประคองเศรษฐกิจไปได้ หรือแม้แต่การบอกเล่าว่ามีผู้ถามประธานาธิบดีจีนเรื่องของการตกงานของคนรุ่นใหม่ในจีนที่มีจำนวนมาก เนื่องจากหางานทำไม่ได้ ก็มีคำตอบว่าให้ทนกินความขมขื่นเอาไว้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เหมือนกับที่ชีวิตวัยเด็กของประธานาธิบดีจีนนั้นเคยยากลำบากมาก่อน ซึ่งก็จะเป็นคำอธิบายของกลุ่มที่มองว่าไม่มีความจำเป็นที่จีนต้องออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด” ดร.อาร์ม กล่าว

ทั้งนี้ยังตอบไม่ได้ชัดเจนว่าที่สุดแล้วจีนจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ออกมาหรือไม่ หรือจะยังไม่ออกมาตรการใดๆออกมาเพื่อให้จีดีพีเติบโตมากขึ้นกว่าระดับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน