วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กทม.ชงสภาฯเคาะพรุ่งนี้ ‘แผนจ่ายหนี้’ BTS

กทม. ส่งแผน ของบจัดสรร ใช้หนี้ BTS กว่า 23,000ล้านบาทให้สภา กทม.พิจารณาแล้ว รอเคาะเข้าที่ประชุม 24ม.ค.นี้ คาดหาก สภากทม.เห็นชอบก็จะตั้งคณะกรรมการพิจารณารายละเอียด การจ่ายเงิน3วาระ หากทันได้เริ่มจ่าย เม.ย.นี้ หากล่าช้า มีดอกเบี้ย ต้องเจรจากับคู่สัญญาอีกครั้ง

 นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุถึงกรณีการชำระหนี้ ค่า E&M รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 2 วงเงิน 23,488 ล้านบาท ว่า ฝ่ายบริหาร กทม. ได้ทำรายละเอียดของระบบอานัติสัญญาณฯ เสนอข้อบัญญัติ ต่อที่ประชุมสภา กทม. ไปเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา และในวันนี้วิปของสภากทม.ได้มีการประชุมกันเพื่อพิจารณาลรรจุเรื่องดข้าสู่วาระการประชุมสภากทม.ในวันที่ 24 ม.ค.
  โดยตามขั้นตอนก่อนหน้านี้ เมื่อสภาเห็นชอบรับบระบบอานัติสัญญาณในงบประมาณกว่า 23,000ล้านบาทฝ่ายบริหารก็จะนำงบประมาณ เพื่อไปขอเงินสะสมของกทม.เนื่องจากไม่ได้ตั้งงบประมาณประจำปีไว้ จึงต้องออกเป็นข้อบัญญัติเพื่อให้สภากทม.พิจารณา ซึ่งในขั้นตอนแรกจะเป็นการพิจารณากรอบวงเงิน ส่วนจะชำระแบบทั้งก้อนหรือแบ่งจ่ายนั้น ก็จะต้องเป็นการเจรจาทำข้อตกลงเพิ่มเติม
   ทั้งนี้หาก นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมสภากทม.ได้ทันภายในวันที่ 24ม.ค. ขั้นตอนต่อไป สภากทม. ก็จะตั้ง 
คณะกรรมการวิสามัญ พิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ใน3วาระ ซึ่งหากเข้าสภาก็จะมีการตั้งคณะกรรมการในวันที่ 24ม.ค.นี้ได้เลยเพื่อลงรายเอียดต่างๆ โดยระยะเวลาการพิจารณาประมาณ45วัน
   ส่วนการจ่ายเงินจะทันในเดือน เม.ย.นี้ตามที่เคยบอกไว้หรือไม่นั้น รองผู้ว่าวิศณุ บอกว่า น่าจะเป็นไปได้ ถ้าสภากทม.เห็นชอบมาแล้วตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้นมา ผ่านข้อบัญญัติใน3วาระและมีความเห็นชอบ ก็จะทันกรอบเวลาเม.ย.นี้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพเพราะการใช้เงินออกไปของกทม.นั้นขึ้นอยู่กับสภากทม.

  ทั้งนี้หากกระบวนการล่าช้า ก็จะมีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งก็จะเป็นกระบวนการที่จะต้องเจรจากัน โดนหลังจากอนุมัติกรอบวงเงินแล้วจะต้องมีการไปพูดคุยกับเพราะกทม.เป็นคู่สัญญากับ เคที โดยจะต้องดูเงื่อนไขการชำระว่าจะเป็นอย่างไร ขณะเดียวกันก็ต้องทำหนังสือ เรียนไปยังครม.ผ่านกระทรวงมหาดไทยด้วย เพราะเรื่องของระบบอาณัตสัญญาน เป็นเรื่องส่วนหนึ่งที่ค้างอยู่ในคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดย ม.44 ที่กรรมการยังเจรจาค้างอยู่ในการขยายสัมปทาน โดยให้ผู้รับสัมปทานรับผิดชอบเงิน3ก้อนคือค่าก้อนแรกโครงสร้างพื้นฐาน /ก้อนที่สองระบบอาณัติสัญญาน /ก้อนที่สามคือ การจ้างบริหารจัดการเดินรถ ซึ่งยังค้างอยู่ที่ครม. ดังนั้นสิ่งใดที่กทม.ทำก็จะต้องเรียนให้ทางมหาดไทยหรือครม.ทราบ
  พร้อมยืนยัน เรื่องนี้มีการเตรียมการและพูดคุยกันตลอดกับบริษัทเคที ซึ่งเป็นคู่สัญญา