“ภูมิธรรม” เผยโลกการค้าเปลี่ยนแปลง เจอความท้าทายจากสถานการณ์โลก กฎระเบียบการค้าด้านสิ่งแวดล้อม แนะผู้ประกอบธุรกิจ ปรับตัวให้ทันกับกติกา “การค้าโลกใหม่” พาณิชย์พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ
ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา Go Thailand : Green Economy - Landbridge โอกาสทอง หัวข้อ “Exploring the Dynamics : การค้าโลกใหม่” จัดโดยฐานเศรษฐกิจ ว่า วันนี้โลกมีความท้าทายใหม่ จากสถานการณ์โลก และวิกฤตการณ์ต่างๆ ซึ่งภาคธุรกิจจะต้องเรียนรู้ และปรับตัวให้ทันกับกระแสการค้าโลกใหม่ อาทิ ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า การเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) การเติบโตของการค้าออนไลน์ หรืออี คอมเมิร์ซ (e-Commerce) ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า ในปัจจุบันโลกมีความท้าทายใหม่จากสถานการณ์โลก และวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งมีความท้าทายใหม่ทั้งหมดนั้น ทำให้ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมรับมือ เนื่องจากมาตรการเหล่านี้จะสร้างผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยไม่มากก็น้อย ตัวอย่างเช่น สหภาพยุโรปได้ออก 3 มาตรการใหม่ คือ
1.กฎระเบียบด้านการไม่ตัดไม้ทำลายป่า (EU Deforestation Regulation) ที่มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ครอบคลุมสินค้า 6 ชนิดที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ ได้แก่ การเลี้ยงปศุสัตว์ โกโก้ กาแฟ น้ำมันปาล์ม ยาง และ ถั่วเหลือง โดยต่อไปการนำสินค้าเหล่านี้เข้าสหภาพยุโรป บริษัทต่างๆ จะต้องมีการพิสูจน์ได้ว่าสินค้าที่ตนเองนำเข้านั้นไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า ภาคธุรกิจจึงต้องดูกฎระเบียบให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้กระทบต่อสินค้า และการดำเนินธุรกิจ
2.กฎระเบียบสอบทานธุรกิจด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม (EU Corporate Sustainability Due Diligence Directive: CSDDD) ที่ทางสหภาพยุโรปเพิ่งตกลงกันไปเมื่อต้นเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา และคาดว่าจะประกาศใช้ในช่วงต้นปี 2567 โดยภายใต้ CSDDD นี้ ทั้งบริษัทในสหภาพยุโรป และที่ทำธุรกิจใน EU จะต้องพิสูจน์ทราบว่ากิจกรรมทางการค้าต่างๆ ของตนเองนั้น ไม่กระทบต่อทั้งด้านสิทธิมนุษยชน และ สิ่งแวดล้อม
3.มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ให้ผู้นำเข้าสินค้า 6 กลุ่ม ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า ไฮโดรเจน และสินค้าปลายน้ำบางรายการ ทั้ง นอต และสกรูที่ทำจากเหล็กและเหล็กกล้า ต้องรายงานการปล่อย CO2 โดยเริ่มให้รายงานบางส่วนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2566 ก่อนที่จะเริ่มใช้มาตรการ CBAM อย่างสมบูรณ์ ในวันที่ 1 ม.ค.2569
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตัวอย่างของมาตรการทั้งหมดของสหภาพยุโรปแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจไทยไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการค้า การส่งออก หรือไปเปิดธุรกิจในสหภาพยุโรป ซึ่งจะเห็นได้ว่าการปรับตัวของภาคธุรกิจเป็นสิ่งที่สำคัญ และจำเป็นสำหรับการเติบโตและอยู่รอดภายใต้ระเบียบการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน
"โลกการค้าใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น เราต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลง รับมือ และต่อรอง อย่าจำยอมรับกติกาบางอย่างที่ทำให้เกิดอุปสรรคต่อการทำการค้า โดยเฉพาะในช่วงต่อจากนี้ รัฐบาลมีนโยบายในการขับเคลื่อนการเจรจาเขตการค้าเสรี หรือ FTA หลายกรอบ เช่นเดียวกับการเจรจาการค้าใดๆ ที่กำลังเกิดขึ้นก็ต้องต่อรองให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจด้วย" นายภูมิธรรม กล่าว
ขณะเดียวกันการค้าโลกใหม่ ปัจจุบันกำลังเป็นดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลได้มอบนโยบายให้กับทูตพาณิชย์ทั่วโลก พยายามเจาะช่องทางการค้าในตลาดใหม่ของแต่ละประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์แทนการใช้การเจรจาแบบเดิมที่เจอกันแบบตัวต่อตัว เพราะจะช่วยให้เกิดความสะดวก ลดต้นทุน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และเพิ่มโอกาสการค้าของไทยในอนาคตด้วย พร้อมกันนี้ยังต้องติดตามเทรนด์การค้าใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยกติกาใหม่ของโลกให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นกติกาการค้าใหม่ ซึ่งถ้าภาคธุรกิจปรับตัวไม่ได้ จะส่งผลกระทบต่อไปอย่างแน่นอน
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ในส่วนของธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยนั้น ที่ผ่านมาจะเห็นว่าธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยสามารถปรับตัวให้เข้ากับระเบียบการค้าโลกใหม่ๆ นี้ได้อย่างดี พิสูจน์ได้จากข้อมูลล่าสุดของการจัดอันดับใน DJSI (Dow Jones Sustainability Index) ที่มีบริษัทของไทยจำนวน 15 บริษัทที่ได้รับการประเมินให้อยู่ใน DJSI World ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิม 3 บริษัท โดยมีหลายบริษัทที่ได้รับการจัดให้เป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมของตัวเองอีกด้วย
ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางและย่อมของไทย และการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับต่อระเบียบการค้าโลกใหม่นี้ ยังไม่สามารถสู้ธุรกิจขนาดใหญ่ได้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ จะเข้าไปช่วยส่งเสริม และขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อมของไทย มีความตระหนัก และพร้อมที่จะรองรับต่อระเบียบการค้าโลกใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวโน้มในเรื่องของความยั่งยืน (Sustainability) ต่อไป
“ผมในฐานะตัวแทนรัฐบาล และกระทรวงพาณิชย์พร้อมที่จะขับเคลื่อนนโยบายการค้าของไทยทั้งแบบตั้งรับ ปรับตัว และเชิงรุก เปลี่ยนรัฐที่เป็นอุปสรรคให้เป็นรัฐที่ส่งเสริมสนับสนุน เป็นรัฐดิจิทัล เป็นการพาณิชย์ยุคใหม่ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการไทย เพื่อยกระดับและส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขัน ทั้งด้านการค้าและการลงทุน ท่ามกลางกระแสการค้าโลกใหม่อย่างเต็มที่” นายภูมิธรรม กล่าว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์








