background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘เศรษฐา’ ยื้ออุ้มพลังงาน บีบราคาก๊าซต้นทุนไฟฟ้า ยืดลดภาษีน้ำมัน

‘เศรษฐา’ ยื้ออุ้มพลังงาน บีบราคาก๊าซต้นทุนไฟฟ้า ยืดลดภาษีน้ำมัน

นายกฯ สั่งต่ออายุมาตรการลดราคาพลังงาน ต้องมากที่สุด “พีระพันธุ์” ยืนยันลดค่าไฟ น้ำมัน LPG เป็นของขวัญปีใหม่ 2567 ให้ประชาชน ชี้เป็นมาตรการระยะสั้น เตรียมรื้อกฎหมายและปรับโครงสร้างราคาพลังงานทุกชนิด คาดค่าไฟใหม่ 4.18 บาท ด้าน ส.อ.ท.ลุ้นค่าไฟไม่เกิน 4.10 บาทต่อหน่วย

มาตรการดูแลราคาพลังงานที่ประกาศใช้หลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใกล้ครบกำหนด โดยการตรึงราคาดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค.2566 ในขณะที่มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันกลุ่มเบนซินลง 1 บาท จะสิ้นสุดในวันที่ 7 ม.ค.2567 รวมทั้งค่าไฟฟ้าจะปรับเพิ่มในงวดเดือน ม.ค.-เม.ย.2567 จากปัจจุบันหน่วยละ 3.99 บาท 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 18 ธ.ค.2566 ได้สั่งการให้นายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หาทางตรึงราคาพลังงานให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบค่าของชีพของประชาชน โดยค่าไฟฟ้าให้ไม่เกิน 4.20 บาทต่อหน่วย โดยต้องดูราคาต้นทุนก๊าซธรรมชาติว่าปรับขึ้นหรือลดลงมากเพียงใด

ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลจะไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งกระทรวงพลังงานได้รับเรื่องไปศึกษาเพื่อที่จะนำเสนอสู่ที่ประชุม ครม.โดยเร็ว

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน เพื่อลดความเดือดร้อนจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ ดังนี้

1.มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่ง ครม.มีมติตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร รวม 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค.2567 โดยกระทรวงพลังงานจะหารือกระทรวงการคลัง โดยใช้กลไกภาษีสรรพสามิตและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนราคาก๊าซหุงต้มจะตรึงราคาที่ 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค.2567 โดยใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

2.มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าจะปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ ตามข้อเสนอคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 13 ธ.ค.2566 รวมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับภาระเงินคงค้างสะสม (AF) สำหรับงวดเดือน ม.ค.-เม.ย.2567 แทนผู้ใช้ไฟฟ้าไปพลาง

ส่วนบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จะทบทวนสมมติฐานปริมาณและราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้คำนวณอัตราค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน และจะนำส่วนลดค่าก๊าซธรรมชาติ 4,300 ล้านบาท จากการขาดส่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยของผู้ผลิต (Shortfall) ในปลายปี 2564 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2565 มาช่วยลดราคาก๊าซธรรมชาติรอบนี้ด้วย

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะทำให้ค่าไฟฟ้างวดเดือน ม.ค.-เม.ย.2567 ไม่เกิน 4.20 บาทต่อหน่วย โดยมีอัตราเป้าหมายที่ 4.18 บาท แต่ยังไม่สรุป เพราจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2567 ส่วนกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือนจะได้รับส่วนลดเพิ่ม 21 สตางค์ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 17 ล้านครัวเรือน จะจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราเดิมคือ 3.99 บาทต่อหน่วย โดยในส่วนนี้จะใช้งบกลางในการบริหารคาดว่าจะใช้เงินประมาณ 1,950 ล้านบาท

“หลังผมรับตำแหน่ง ทั้งผมและข้าราชการเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่กระทรวงพลังงานนำเสนอเข้าที่ประชุมครม.ในวันนี้ ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการหาแนวทาง ใช้ทุกมาตรการเพื่อลดราคาพลังงานทุกชนิดให้แก่ประชาชน" นายพีรพันธุ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ราคาก๊าซธรรมชาตินำเข้าจากต่างประเทศอยู่ในระดับสูง ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิตในประเทศยังผลิตไม่ได้ตามแผน เพราะมีการเปลี่ยนผ่านผู้รับสัมปทาน อีกทั้งสงครามภายนอกที่ยืดเยื้อ และพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ที่มีอยู่ในระบบปัจจุบันยังมีต้นทุนสูง ทั้งหมดล้วนส่งผลกระทบมาเป็นต้นทุนค่าไฟ 

รวมทั้งที่ผ่านมาได้รับการช่วยเหลือจาก กฟผ.ในการแบกรับภาระค่าไฟฟ้าบางส่วนมาโดยตลอด รวมทั้งให้ประมาณการราคาก๊าซธรรมชาติให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรม ดังนั้นต้องรักษาสมดุลให้กับทุกฝ่าย

หารือคลังต่อมาตรการลดภาษีน้ำมัน

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ในส่วนของมาตรการตรึงราคาน้ำมันได้หารือกับกระทรวงการคลังในการใช้กลไกการลดการเก็บภาษีสรรพสามิตเพื่อให้สามารถตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อไปอีก 3 เดือน ส่วนราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินที่ได้สั่งการให้มีการลดราคาตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. 2566 จะยังมีผลต่อเนื่องยาวไปจนถึง 31 ม.ค.2567

“ขอยืนยันอีกครั้งว่า การลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ครม.มีมติในวันนี้ ถือเป็นของขวัญปีใหม่จากกระทรวงพลังงาน แต่เป็นเพียงมาตรการระยะสั้นเท่านั้น ตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการรื้อกฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ ให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ ประชาชนจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุด จะไม่มีเสียงครหาว่ากระทรวงพลังงานเอื้อกลุ่มทุนพลังงาน”

ส.อ.ท.ลุ้นค่าไฟไม่เกิน 4.10 บาท

นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ต้นทุนพลังงานในปัจจุบันทั้งน้ำมันดิบซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญในการผลิตค่าไฟลดลง จากสมมุติฐานเดิม กกพ.กำหนดเมื่อรวมกับค่าปรับที่ ปตท. จำนวน 4,300 ล้านบาท มาช่วย และปัจจัย LNG นำเข้าที่ลดลง อีกทั้งค่าเงินบาทที่ทรง ๆ ไม่อ่อนตัวมาก

ทั้งนี้ เอกชนมองว่าภาครัฐสามารถกดราคาค่าไฟฟ้าให้ต่ำกว่า 4.20 บาทต่อหน่วยได้ โดยเป้าหมายอยู่ที่ไม่เกิน 4.10 บาทต่อหน่วย โดยมองราคาที่สมเหตุสมผลด้วยการใช้กลไกที่มีอยู่ และแก้ที่ต้นเหตุให้มากที่สุดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งไม่เป็นภาระของผู้บริโภคมากจนเกินไป อีกทั้ง การเอางบกลางมาอุ้มกลุ่มเปราะบางก็จะลดลง

ครม. มีหน้าที่ให้นโยบายเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องไปกำกับดูแลค่าไฟให้ดีที่สุด ส่วนเอกชนมีหน้าที่สะท้อนความเห็นในฐานะทั้งนักลงทุน/นักธุรกิจและในหมวกของประชาชน ที่ผ่านมา กฟผ. แบกรับภาระจนหลังแอ่นแล้ว ทั้ง ๆ ที่มีส่วนแบ่งในการผลิตไฟฟ้าเพียง 30% รัฐบาลต้องการหาทางออกในการแก้ต้นเหตุให้มากที่สุด ซึ่งครั้งนี้จะเห็นว่ามีปตท. มามีส่วนร่วมรับผิดชอบมากขึ้น ถือเป็นสิ่งที่ดีต่อภาพรวม”