วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ม.หอการค้าไทยเสนอรัฐบาล ทบทวนนโยบายแจกเงินดิจิทัล

ม.หอการค้าไทยเสนอรัฐบาล ทบทวนนโยบายแจกเงินดิจิทัล

ม.หอการค้าฯ ชี้เงินดิจิทัลกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก แต่ควรทบทวนแจกเฉพาะกลุุ่มคนจน คนชั้นกลางที่มีปัญหา เสนอโยกงบไปลงทุนด้านระบบน้ำเพื่อรับมือเอลนีโญ ด้าน”อนุสรณ์ ธรรมใจ”ชี้แจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยกว่าการจ้างงาน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย  อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ   เปิดเผยว่า ผลการสำรวจประชาชนจำนวนทั้งสิ้น 1,280 ตัวอย่างทั่วประเทศ ถึงทัศนะต่อนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท พบว่า 76.4% พอใจและคาดว่าจะใช้เงินดิจิทัล ส่วนผู้ที่มีรายได้เดือนละ 40,001 บาทขึ้นไป จำนวน 15.6% ระบุว่าจะไม่ใช้ โดยในส่วนของผู้ที่จะใช้เงินดิจิทัล อยากใช้ซื้อสินค้าในครัวเรือนมากที่สุด 24.5% รองลงมาคือใช้ซื้ออาหาร 21.0% และมาตรการการใช้ในรัศมี 4 กม. ประชาชนตอบไม่เห็นด้วย ในสัดส่วนที่สูงและกังวลเรื่องความไม่สะดวกในการใช้เงิน ขณะเดียวกัน

เมื่อถามว่าผู้ประกอบการว่าจะมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการดิจิทัลหรือไม่ มีผู้ตอบแบบสอบถามว่าไม่แน่ใจมากที่สุด 38.4% เนื่องจากมีความกังวลเรื่องการได้เงินสดช้ากว่าขายปกติ  และกลัวเรือ่งถูกเก็บภาษี  รวมทั้งยังไม่ทราบหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการที่ชัดเจน  และ 33.8% ตอบว่าจะมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการเพราะจะทำให้มียอดขายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม 48.3% เชื่อว่าเงินดิจิทัลจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้มาก และ 35.6% เชื่อว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ปานกลาง

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ขณะนี้ รัฐบาลยังไม่ตกผลึกเรื่องโครงการนี้ว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ทางที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน กกร. ได้เสนอ ให้ทบทวนการแจกเงินเฉพาะกลุ่มเพื่อกันเงินไว้สำหรับลงทุนระบบจัดการน้ำ เพื่อรับมือกับผลกระทบเอลนีโญ่ และ ควรส่งเสริมให้มการมีการใช้ local contentหนี้สิน เพื่อเหลือเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนในระบบบริหารจัดการน้ำ รับมือเอลนีโญ่ในปีหน้า

ม.หอการค้าไทยเสนอรัฐบาล ทบทวนนโยบายแจกเงินดิจิทัล

นายอุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิดัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย กล่าวว่า  มาตรการของรัฐบาลที่จะแจกเงิน 10,000 บาท ผ่าน digital Wallet  โดยใช้ blockchain technology ว่า รัฐบาล อาจจะมีเป้าหมายแรก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อปีหน้าเศรษฐกิจไทยโตได้ที่ 5-6%  ผ่านการใช้งบ 560,000 ล้านบาท  ซึ่งหากประเมินภายใต้สมติฐาน การหมุนของเงิน 1-3 รอบ  ประเมินว่า จะเกิดการหมุนเวียนของเงิน 1.6 ล้านล้านบาท   ซึ่งจะทำให้จีดีพีโตเพิ่มขึ้นได้ อีก 1.14--3%  จากฐานเศรษฐกิจเดิมแต่กรณีที่มีการรั่วไหล ใส่เงินลงไป เกิดแรงกดดันเงินเฟ้อ อาจจทำให้กนง. จำเป็นต้องปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้นอีก มันจะไปหักล้างประสิทธิภาพของการใช้จ่าย

ดังนั้นการแจกเงินจะมีประสิทธิภาพน้อยกว่า  การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการจ้างงานที่จะเกิดผลทวีคูณมากกว่า หรือการลงทุนด้านการบริหารจัดการน้ำที่มีผลยังยืนกว่า และการทำนโยบายนี้ ต้องมองถึง ค่าเสียโอกาสในการเอาเงินไปลงทุนด้านต่างๆด้วยด้งนั้น ทางมหาวิทยาลัยมีข้อเสนอ ให้ทบทวนการใช้เงินโดยมุ่งแจกเงินไปสู่คนที่มีรายได้น้อย หรือคนจน และคนชั้นกลางที่มีปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งจะ รัฐมีฐานข้อมูลอยุ่แล้วทั้งนี้การแจกเงินคนทั้งหมดยังไม่จำเป็น  ซึ่งเงินส่วนที่เหลือสามารถนำไปใช้ลงทุนในระบบบริหารจัดการน้ำ

ส่วนการเอาระบบบล็อกเชนมาใช้ รัฐอาจจะต้องการเริ่มต้นการ test blockchain technology system โดยให้บริษัทเอกชนดำเนินการ เพื่อเตรียมการไปในอนาคตในการรองรับ ด้าน government services ต่างๆ และ  การนำไปสู่การเลือกตั้งแบบ direct democracy แต่ทั้งนี้ การจะหาเงินมาใช้โครงการนี้ มี 3 วิธี เช่น การก่อหนี้ผ่านธนาคารของรัฐ เพื่อจะทำให้เร็วภายในเดือนกพ.  แม้มันจะไม่ปรากฎอยุ่ในงบประมาณ แต่ สุดท้ายรัฐก็ต้องมาตั้งงบประมาณชดเชย ซึ่ง มันจะสร้างภาระทางการคลังให้รัฐบาลมากขึ้น และจะกลายเป็น public debt  เช่นกัน และ ถือว่าเพิ่มความเสี่ยง ทางการคลังมากขึ้น โดยรัฐบาลที่ผานมาเพิ่งลดเพาดนหนี้ลงมาเหลือ 32% จาก 35% แต่รัฐบาลนี้มีข่าวว่าจะขายเพดานหนี้เป้น ร้อยละ 45 ซึ่งต้องระมัดระวังความเสี่ยงที่จะมากขึ้น วิธีที่2 คืดการปรับลดงบประมาณในโครงการที่ไม่จำเป็นลงส่วนหนึ่งผลที่ตามมาผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจจะลดลงหากโครงการนั้นนำไปสู่การจ้างงาน เช่นสร้างถนน เพราะเป้นโครงการที่มีการวางแผนใช้จ่ายอยู่แล้ว

วิธีที่ 3 การกู้เงินเพิ่มโดยการตั้งงบประมาณขาดดุล  

รัฐควร แสกนกลุ่มนำ เม็ดเงินลงมาไปโฟกัสช่วยเฉพาะกลุ่มที่เดือดร้อนจริงๆ และคนชนกลางที่มีปัญหาหนี้สินซึ่งคนกลุ่มเมื่อได้เงินจะมีผลต่อการใช้จ่ายสูง แต่การแจกทั่วไปทั้งหมด โดยหวังผลการปูทางการใช้ blockchain   technology เพื่อประโยชน์ในอนาคต ควบคู่กันไปอาจจะไม่ได้ผลเต็มที่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่คาดเอาไว้  อย่างที่คาดเอาไว้