'จุลพันธ์' ยันไม่ขายสมบัติชาติมาแจกเงินดิจิทัล 10,000 ชี้บล็อกเชนเหมาะสม

'จุลพันธ์' ยันไม่ขายสมบัติชาติมาแจกเงินดิจิทัล 10,000 ชี้บล็อกเชนเหมาะสม

คลังยังอุบแหล่งเงินดิจิทัลวอลเล็ต แต่ยันไม่ขายสมบัติชาติ กองทุนวายุภักษ์ ไม่แตะกอง กบข. ประกันสังคม นายกฯ พร้อมปรับเงื่อนไขรัศมีการใช้งานเกิน 4 กิโลเมตร แต่ยันยังใช้การแจกเงินบนเทคโนโลยีบล็อกเชน ไม่จำกัดเงื่อนไขการใช้จ่ายว่าจะใช้ในร้านค้ารายใหญ่หรือรายเล็ก

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงการตอบคำถามระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต แจกเงินคนละ 10,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจว่า ในหลักการเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการหาเสียงเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง แต่เนื่องจากเราเห็นแล้วว่าจำเป็นที่จะต้องมีนโยบายหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากซึ่งนโยบายนี้คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนไปทุกภูมิภาคด้วยกลไกที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อให้เราสามารถเขียน Contract ลงไปในบล็อกเชนเพื่อกำหนดเกณฑ์การใช้จ่ายเงินดิจิทัลจำนวนนี้ได้

 

ทั้งนี้นโยบายนี้มีหลักคิดของนโยบายนี้ในส่วนแรกคือ กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงทั่วประเทศไม่ว่าประชาชนจะอยู่จุดไหน หลักคิดต่อมาคือ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ ซึ่งในอนาคตคนไทยจะมีกระเป๋าเงินสองกระเป๋าทั้งกระเป๋าเงินสดแบบเดิม และกระเป๋าเงินแบบดิจิทัลซึ่งจะช่วยให้ไทยเป็นผู้นำในเรื่องของเศรษฐกิจดิจิทัลซึ่งเป็นเทรนด์ที่เศรษฐกิจโลกไปในทิศทางนี้แล้วไทยจะต้องคว้าไว้ให้ได้

ในส่วนของที่มาของงบประมาณของโครงการนี้นั้น ต้องขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกในการพูด และอภิปรายในเรื่องนี้เพราะอาจจะเป็นการชี้นำสังคมให้เข้าใจผิด และอาจกระทบกับความเชื่อถือของประเทศในเรื่องของกรอบวินัยทางการเงินการคลังได้ ซึ่งรัฐบาลนี้ยังยึดมั่นในกรอบวินัยการเงินการคลังของประเทศเป็นหลักอย่างเคร่งครัด โดยนโยบายนี้จะไม่กระทบกับหนี้สาธารณะของประเทศแน่นอน และไม่เป็นการกู้เงินเพิ่ม

 

“เราจะไม่แตะต้องทรัพย์สมบัติของชาติ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนวายุภักษ์ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ หรือว่าจะเป็นในส่วนของกองทุนประกันสังคมของผู้ประกันตนก็ตาม ในส่วนของกองทุนเหล่านี้เราเข้าใจวัตถุประสงค์ของกองทุนดี ไม่มีกระบวนการที่จะแตะต้องมัน และเรายังไม่ได้เริ่มแม้แต่จะคิด ขอให้ทุกท่านได้เกิดความมั่นใจ”

              ทั้งนี้ในส่วนของที่มาของแหล่งเงินนั้นจะมีความชัดเจน แต่รัฐบาลขอเวลาไปตรวจดูรายละเอียดทั้งในเรื่องของที่มีของเงิน กรอบการใช้เงิน รวมทั้งระยะเวลาที่จะใช้ในการดำเนินการ รวมทั้งระยะเวลาที่จะเอางบประมาณมาใช้คืนให้หมด

 การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยดิจิทัลวอลเล็ตอยู่ในช่วงการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งมีข้อเสนอแนะมามากมาย ซึ่งจะเอาข้อเสนอแนะไปปรับใช้ในโครงการสุดท้ายข้อสรุปเช่นใด เช่น รัศมีการใช้ 4 หรือ 8 กิโลเมตร  ก็จะได้ข้อสรุป

ส่วนในข้อเสนอแนะที่แย้งว่านโยบายนี้จะทำให้เกิดการเอื้อทุนใหญ่ และเกิดราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรม นั้นโดยหลักคิดแล้วนโยบายนี้รัฐบาลมองว่าประชาชนเมื่อได้เงินไปแล้ว ก็จะสามารถใช้เงินจำนวนนี้อย่างเป็นประโยชน์ เพราะถือว่าเป็นสิทธิของประชาชนที่จะนำไปใช้ซึ่งจะมีกลไกที่มีมาตรการสนับสนุน และจูงใจให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในชุมชน และการหมุนเวียนของเงินส่วนใหญ่จะเป็นการหมุนเวียนในชุมชน เพื่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจชุมชนได้มากที่สุด

          

“โครงการเติมเงินผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ไม่มีการจำกัดสิทธิว่าจะซื้ออะไรได้หรือไม่ได้ จะเป็นทุนใหญ่หรือเล็กถือว่าเป็นสิทธิของประชาชนที่จะเลือกใช้จ่าย แต่รัฐก็จะมีโครงการที่เข้าไปจูงใจให้มีการใช้เงินเป็นประโยชน์กับชุมชน เช่น การรวมกลุ่มของประชาชน เกษตรกรในต่างจังหวัด ก็จะสามารถใช้เงินจำนวนนี้ไปต่อยอดอาชีพ หรือจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับชุมชน นโยบายนี้จะสามารถแตกยอดความคิดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การรวมกันซื้อปัจจัยการผลิตที่มีต้นทุนสูง ทำให้เกิดการแชร์แบ่งปันสินค้าทางการเกษตร  เพื่อใช้ประโยชน์ในชุมชน”

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่าในเรื่องของความโปร่งใสของโครงการเนื่องจากโครงการนี้ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีพื้นฐาน สิ่งที่ยืนยันได้คือ เทคโนโลยีนี้มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ซึ่งทำให้โครงการนี้มีความโปร่งใสสามารถตรวจสอบธุรกรรมย้อนหลังได้ทั้งหมด

 

\'จุลพันธ์\' ยันไม่ขายสมบัติชาติมาแจกเงินดิจิทัล 10,000 ชี้บล็อกเชนเหมาะสม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า นโยบายการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตรัฐบาลอาจจะพิจารณาทบทวนในเรื่องเงื่อนไขการให้ใช้เงินในระยะทาง 4 กิโลเมตร จากบ้านที่อยู่อาศัยตามทะเบียนบ้าน เพราะมีข้อจำกัดในพื้นที่ชนบท ส่วนจะปรับอย่างไรขอหารือกันในรัฐบาลอีกครั้ง

ส่วนเงื่อนไขที่ต้องใช้เงินจำนวนนี้ให้หมดใน 6 เดือนนั้นตรงนี้ที่กำหนดไว้มีความเหมาะสมแล้ว ซึ่งในระยะเวลา 6 เดือนควรมีการเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาบ้าง และการให้กลับไปใช้จ่ายเงินส่วนนี้ในท้องถิ่นเพื่อให้มีเงินกระจายลงไปในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้เศรษฐกิจท้องถิ่นมีความคึกคักมากขึ้น

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์