ปลัดพาณิชย์ ย้ำพาณิชย์ พร้อมช่วยหนุนเอสเอ็มอีบุกตลาดโลก ท่ามกลางวิกฤติปัญหาเศรษฐกิจโลก แนะเอสเอ็มอีผลิตสินค้าตามความต้องการผู้บริโภค เผย เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารอนาคตมาแรง
นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปาฐกถาพิเศษ “สร้างแต้มต่อ SME ไทยในตลาดโลก” ในงานสัมมนา PostToday Smart SME ยุค AI เขย่าโลก ที่จัดโดยโพสต์ทูเดย์ ว่า แม้แทคโนโลยีจะพัฒนาไปมากทั้งเอไอ โรบอท แชทจีพี แต่ตนก็ยังมีความเชื่อว่า อีกหลายอย่างเทคโนโลยียังสู้มนุษย์ไม่ได้เพราะคนมีความละเอียดอ่อนบางอย่าง AI ยังไม่สามารถทำได้ แต่การนำAIมาช่วยในการทำธุรกิจมีความสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยในปี 2565 เอสเอ็มอีมีการสร้างรายได้ให้กับประเทศโดยเฉพาะในกลุ่มท่องเที่ยวกว่า 6 ล้านล้านบาท และเป็นMSME 3.13ล้านรายหรือ80%ที่อยู่ในอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยว และมีการส่งออกสินค้ามูลค่า1ล้านล้านบาท หรือ10%ของการส่งออกรวม ทั้งนี้เอสเอ็มอีถือว่าเป็นรากฐานของประเทศในการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ โดยรัฐบาลมีแผนการส่งเสริม รัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมฉบับที่ 5 ปี 2560-2570 ที่มีแนวทางส่งเสริม SME ทั้งสร้างความเจริญเติบโตทุกกลุ่ม ข้อมูลกฎหมาย นวัตกรรม
ปัจจุบันประเทศไทยถูกคุกคามด้วยเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ อย่างสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลกระทบไมว่าจะเป็นวัตุดิบ ราคาพลังงาน การขนส่ง ซึ่งมีผลกระทบมหาศาล ยังไม่รวมสงครามการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นอีก ซึ่งไทยเองก็เตรียมรับมือกับผลกระทบดังกล่าวตลอดเวลา
รวมถึงการถดถอยของเศรษฐกิจที่ในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น สหรัฐฯ อียู ทั้งเงินเฟ้อ กำลังซื้อซึ่งเป็นประเด็นให้ต้องติดตามทุกวัน เช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ทั้งภัยแล้ง สิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางด้านอาหาร เกิดการกีดกันทางการค้า ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐเองก็ทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคดังกล่าว
แม้ว่าการส่งออกในภาพรวมของไทยจะติดลบการโดย 4เดือนแรกติดลบ5.2% ถ้าเทียบกับเวียดนาม อินโดนีเซีย เกาหลีใต้หรือไต้หวัน ไทยถือว่าติดลบน้อยที่สุด แต่กลุ่มสินค้าด้านการเกษตรของไทยส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน เฉพาะเดือนเม.ย. ขยายตัว 23 % มูลค่า 3,105 ล้านดอลลาร์ และรวม 4 เดือนแรกขยายตัว 7.3 % มูลค่า 8,996 ล้านดอลลาร์โดยเฉพาะกลุ่มผลไม้ มังคุดสด ทุเรียนสด ทุเรียนแช่แข็ง
อย่างไรก็ตามการส่งออกทั้งปี กระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าไว้ที่โต 1-2 % โดยร่วมมือกับภาคเอกชนผลักดันการส่งออกของไทยให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยตลาดที่น่าจะทำให้ตัวเลขส่งไทยขยายตัวได้คือตลาดตะวันออกกลาง ตั้งเป้าขยายตัว 20 % แอฟริกาใต้ 20 % เอเชียใต้ 10 % นอกจากนี้ยังเดินหน้าทำเอฟทีเอเพื่อสร้างแต้มต่อทางการค้าในตลาดโลก โดยปัจจุบันไทยมีเอฟทีเอ 14 ฉบับ 18 ประเทศ อยู่ระหว่างเจรจาอีก 8 ฉบับ
นายกีรติ กล่าวว่า สำหรับบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ที่จะช่วยผู้ประกอบการ SME เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ทั้งเรื่องของการบริการจดทะเบียนธุรกิจ การอำนวยความสะดวก นำระบบดิจิทัลเข้ามา ให้เกิดความสะดวกสบาย มีการคาดการณ์ นักท่องเที่ยวกำลังจะกลับมา ต้องเตรียมรองรับให้พร้อม ซึ่งสถิติการจดทะเบียนSME ตั้งแต่เดือนม.ค.-พ.ค.มีจำนวน 3,470 ราย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งตอบโจทย์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลับมาเที่ยวประเทศไทย การส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ ทั้งการสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจ ส่งเสริมธุรกิจไทยให้เข้มแข็งแข่งขันได้ นอกจากนี้ยังสร้างธรรมาภิบาลธุรกิจ ทั้งเรื่องของทำธุรกิจที่โปร่งใส กำกับดูแลธุรกิจให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อถือให้กับธุรกิจSME
กระทรวงพาณิชย์ยังมีการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้ 3P 1S คือ 1. People การพัฒนาผู้ประกอบการผ่านหลักสูตรการอบรมต่างๆของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการหรือNEA ปี 2566 ตั้งเป้าให้มีมากกว่า 6 หมื่นราย 2.Product การพัฒนาสินค้าและบริการ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยการสร้างแบรนด์ นวัตกรรม การดีไซน์ออกแบบ 3.Place การพัฒนาช่องทางการตลาด ทั้งไทยและต่างประเทศ ผ่านช่องทางงานแสดงสินค้า ส่งเสริมการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ และ Service การบริการข้อมูลทางการ ผ่านแอปพลิเคชั่น สายด่วน 1169 เป็นต้นผลิตภัณฑ์ หรือองค์ประกอบอื่น ให้เอสเอ็มอี มีความแข็งแกร่ง
ทั้งนี้เอสเอ็มอีไทยเองต้องพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์กับตลาดไม่ทำตามความต้องของตัวเองมากเกินไปเพราะถ้าพัฒนาสินค้าตามความสนใจของตัวเองจะไม่ส่งผลต่อการกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เองก็มีหน่วยงานที่จะเข้าไปช่วยพัฒนาเอสเอ็มอีให้พัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์กับตลาด
โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ซึ่งไทยถือว่ามีจุดแข็งในเรื่องอาหาร ไทยสามารถสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารโลกได้เพราะไทยมีวัตถุดิบเป็นแหล่งผลิตอาหารโลก แต่ต้องพัฒนาความหลากหลายทางด้านอาหารไม่ว่าจะเป็นอาหารจากพืช โปรตีนพืช โปรตีนจากแมลง หรือนวัตกรรมด้านอาหาร อาหารเพื่อสุขภาพ รวมไปถึง Future Food หรือ อาหารอนาคต แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เทรนด์กำลังมาทางนี้ ดังนั้นเอสเอ็มอีที่กำลังมองหาทางเลือกว่าจะทำอะไรดี ซึ่งอุตสาหกรรมอาหารยังคงเป็นทางเลือกที่ดี









