นักเศรษฐศาสตร์ห่วงความไม่แน่นอนของสถาณการณ์การเมือง ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ตามไทม์ไลน์ กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน การเบิกจ่ายงบประมาณ และหากเกิดการประท้วงจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ และหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ระบุ เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักที่คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้ามา 30 ล้านคน ซึ่งจะช่วยให้ภาคบริการการท่องเที่ยวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังถือว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ช้า เป็นไม่กี่ประเทศในโลกที่ผ่านโควิดมา 3 ปีแล้ว จีดีพียังไม่ฟื้นกลับไปเท่าก่อนเกิดโควิด ขณะที่การฟื้นตัวของการบริโภคเริ่มแผ่วลงจากหารปรับขึ้นดอกเบี้ย รายได้เริ่มมีปัญหา การส่งออกที่คาดว่าปีนี้จะติดลบ ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยคือภาคการท่องเที่ยวที่ต้องไม่มีปัญหาอะไรมากระทบ
รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center และรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์ ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ ระบุว่า มองว่าเศรษฐกิจไทยยังโตได้ดี โดยยังคงประมาณการการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปี 2566 ไว้ที่ 3.9% ตามการบริโภคภาคเอกชนและภาคท่องเที่ยวรวมถึงภาคบริการที่ฟื้นตัวดีแม้การส่งออกไม่สดใส ขณะที่เศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้งจะยังมีความไม่แน่นอนสูงจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และนโยบายภาครัฐ หากได้รัฐบาลใหม่ในช่วงเดือนสิงหาคม คาดว่าจะส่งผลต่อการเบิกจ่ายของรัฐบาลในปีงบประมาณนี้ไม่มากนัก เนื่องจากรัฐบาลได้เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนและเร่งอนุมัติโครงการลงทุนไว้ก่อนยุบสภา
อย่างไรก็ดี มีความเป็นไปได้ที่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่อาจล่าช้าไปถึงปลายเดือนตุลาคม ซึ่งจะกระทบการเบิกจ่ายงบประมาณในปีงบประมาณ 2567 นอกจากนี้ นโยบายหาเสียงสำคัญที่จะผลักดันต่อไปเป็นปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ในกรณีฐานคาดว่านโยบายหลักของแกนนำรัฐบาลชุดใหม่จะส่งผลบวกต่อกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับการบริโภค รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย ขณะที่บางธุรกิจอาจได้รับผลลบจากนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ รวมถึงบางกลุ่มธุรกิจที่มีประเด็นผูกขาดทางการค้า
ด้านหนี้สาธารณะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกฉากทัศน์ของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จากการดำเนินการตามรายจ่ายจากชุดนโยบายหาเสียง นอกเหนือจากแรงกดดันจากรายจ่ายเข้าสู่สังคมสูงอายุที่มีอยู่เดิม สะท้อนความจำเป็นต้องปฏิรูปการคลังเพื่อสร้างความยั่งยืนทางการคลัง
ผู้อำนวยการวิจัย นโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศและการพัฒนา และ ผู้อำนวยการโครงการวิเคราะห์เศรษฐกิจเชิงลึก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ระบุ เศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจขยายตัวอยู่ที่ 3.5% จากรายรับในภาคการท่องเที่ยวที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักให้เศรษฐกิจเติบโต ขณะที่การส่งออกจะลดลงจากปีที่แล้ว แม้การส่งออกไทยอาจได้ประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจจีน แต่ยังมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจของตลาดส่งออกหลักที่ถดถอย
ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่มีเสถียรภาพ การจัดตั้งรัฐบาลอาจล่าช้าออกไป จะส่งผลให้งบประมาณปี 2567 ล่าช้าทำให้การใช้จ่ายของภาครัฐในปี 2566 จะไม่เพิ่มขึ้นจากปี 2565 มากนัก รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่รอความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลใหม่ก่อนตัดสินใจเข้ามาลงทุน นอกจากนี้ เรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่แกนนำจัดตั้งรัฐบาลมีนโยบายจะปรับขึ้นที่จะกระทบต้นทุนของผู้ประกอบการ แม้เงินในกระเป๋าของแรงงานจะเพิ่มขึ้น แต่จะเป็นความเสี่ยงให้เกิดภาวะเงินเฟ้อตามมา








