การรถไฟฯ เดินหน้าศึกษาลุยก่อสร้างพื้นที่ทับซ้อนไฮสปีดเทรน ช่วงบางซื่อ – ดอนเมือง หวั่นดีเลย์ต่อเนื่องกระทบภาพรวมไฮสปีดไทย - จีน เหตุ “เอเชีย เอรา วัน” ยังไม่ชัดเจนแนวทางเจรจา หลังถูกปัดตกข้อเสนอ “สร้างไปจ่ายไป” ทั้งเลื่อนนัดประชุมคณะกรรมการ3 ฝ่าย
การขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ 4 โครงการ และ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) มีการสัญญาร่วมลงทุนระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับบริษัทเอเชียเอราวัน จำกัด ที่มีเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ลงนามไปเมื่อวันที่ 24 ต.ค.2562
โครงการดังกล่าวยังไม่เริ่มก่อสร้าง และยังอยู่ขั้นตอนแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนใน 2 ประเด็น คือ ประเด็นค่าสิทธิบริหารแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ซึ่งในสัญญาให้ชำระงวดเดียว 10,671 ล้านบาท แต่ในสัญญาใหม่ แบ่งชำระ 7 ปี โดยงวดที่ 1-6 ชำระงวดละ 1,067 ล้านบาท และงวดที่ 7 ชำระส่วนที่เหลือพร้อมดอกเบี้ย
ส่วนประเด็นพื้นที่ทับซ้อนโครงการรถไฟไทย-จีน ที่ผ่านมาได้มีการตกลงให้เอกชนคู่สัญญาลงทุนสร้างงานโยธา 9,207 ล้านบาท โดยก่อสร้างเสร็จภายใน ก.ค.2569 ภาครัฐจ่ายคืนค่าก่อสร้าง 7 ปี และเอกชนลดผลตอบแทนจาก 5.52% เหลือ 5.24% รวมรัฐชำระเงินร่วมลงทุน 133,475 ล้านบาท แต่การเจรจาแก้ไขสัญญายังไม่ได้ข้อสรุป
นิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) และไฮสปีดเทรนไทย-จีน โดยระบุว่า ปัจจุบันในส่วนของสัญญาที่ 4-1 งานโยธาช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กิโลเมตร ซึ่งเป็นช่วงทับซ้อนของทั้งสองโครงการดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างรอนัดการเจรจาร่วม 3 ฝ่าย ตามมติของทางประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่ให้เจรจาในรายละเอียดแนวทางที่รัฐต้องจ่ายค่าร่วมลงทุนงานโยธาพื้นที่ทับซ้อน
โดยจากการประสานไปยังตัวแทนภาคเอกชนคู่สัญญา คือ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ได้รับการตอบกลับว่าอยู่ระหว่างพิจารณาตัวเลข และรายละเอียดของการดำเนินการพื้นที่ทับซ้อน จึงขอเลื่อนนัดการประชุมออกไปก่อน ทำให้การประชุม 3 ฝ่าย ได้แก่ ร.ฟ.ท. , สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และบริษัทเอเชีย เอรา วัน ขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ
อย่างไรก็ดี จากการหารือในเบื้องต้น เอเชีย เอรา วัน ยังยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการต่อไป ขณะที่ ร.ฟ.ท.ก็ยืนยันว่าอยากให้โครงการนี้สำเร็จ เพื่อให้ EEC เกิดได้ เพราะถ้าโครงการนี้ไม่สำเร็จ ลองนึกภาพดูว่า EEC จะเกิดขึ้นได้อย่างไร หากไม่มีไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน และท่าอากาศยานอู่ตะเภาจะเกิดขึ้นอย่างไร โดย ร.ฟ.ท.ยังยืนยันด้วยว่าการรอเจรจากับเอเชีย เอรา วัน เป็นแนวทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนนี้
ขณะนี้ยอมรับว่า ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าว เป็นปัจจัยหนึ่งที่กระทบกับภาพรวมการก่อสร้างของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เพราะปัจจุบันแม้ว่าสัญญางานโยธาในช่วงอื่นๆ จะล่าช้าออกไปจากแผน แต่ก็มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง แต่หากท้ายที่สุดการเจรจางานโยธาสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ยังไม่แล้วเสร็จ ก็จะกลายเป็นสัญญาเดียวที่ล่าช้าและทำให้ภาพรวมโครงการได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ ร.ฟ.ท.ได้มองแนวทางแก้ไขปัญหาคู่ขนานกับการรอการเจรจากับ เอเชีย เอรา วัน โดยนับตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ร.ฟ.ท.ได้เริ่มศึกษาแนวทางในการลงทุนงานโยธาส่วนของพื้นที่ทับซ้อนแล้ว หากกรณีที่เอเชีย เอรา วัน ไม่สามารถดำเนินการได้ ร.ฟ.ท. ก็จะต้องแก้ไขปัญหาส่วนนี้ แต่ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหาก ร.ฟ.ท. จะกลับมาดำเนินการเองในช่วงพื้นที่ทับซ้อนทั้ง 2 โครงการจะต้องไปแก้สัญญาร่วมลงทุนไฮสปีดเทรนเชื่อมสามสนามบิน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย
นอกจากนี้ ร.ฟ.ท. ต้องมาสร้างเองในพื้นที่ทับซ้อน ก็มีการคำนวนไว้แล้วว่าจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นกว่า 6,000-8,000 ล้านบาท อีกทั้งปัจจุบัน ร.ฟ.ท. ยังไม่เริ่มต้นขั้นตอนประกวดราคางานโยธาช่วง 4-1 ดังนั้นหากจะกลับมาดำเนินการเอง ก็จำเป็นต้องใช้เวลา หากเทียบกับการรอเจรจาจากเอกชนซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะที่ผ่านมาทางเอกชนก็ได้เริ่มขั้นตอนศึกษางานส่วนนี้และได้มีการเจรจาร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับความคืบหน้าในส่วนของการส่งมอบพื้นที่โครงการไฮสปีดเทรนเชื่อมสามสนามบิน ปัจจุบัน ร.ฟ.ท. ยังไม่สามารถออกหนังสือให้เอกชนเริ่มงาน (NTP) ได้ เนื่องจากตามเงื่อนไขของสัญญาระบุไว้ว่าเอกชนจะต้องได้บัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งปัจจุบันทางเอเชีย เอรา วัน ยังไม่ได้รับบัตรส่งเสริมดังกล่าว แต่ได้รายงานมายัง ร.ฟ.ท. ว่าอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ เบื้องต้นจึงคาดว่าจะสามารถออกหนังสือ NTP ให้เอกชนเริ่มเข้าพื้นที่ตามเป้าหมายในเดือน มิ.ย.นี้
ส่วนความคืบหน้าของโครงการไฮสปีดไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา) ระยะทาง 253 กิโลเมตร 14 สัญญา วงเงิน 1.79 แสนล้านบาทว่า ขณะนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ 1 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญา และรอการลงนาม 3 สัญญา ประกอบด้วย
1.สัญญา 3-1 งานโยธา ช่วงแก่งคอย-กลางดง และปางอโศก-บันไดม้า ระยะทาง 30.21 กิโลเมตร โดยปัจจุบันทางกิจการร่วมค้า ITD-CREC No.10JV ผู้รับจ้าง ประกอบด้วย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กับ China Railway Engineering Corporation ได้ยืนยันราคาประมาณ 9.3 พันล้านบาท กลับมายัง ร.ฟ.ท. แล้ว คาดว่าจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท. พิจารณาในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ ก่อนจะลงนามสัญญากับเอกชนต่อไป
2.สัญญาที่ 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.3 กิโลเมตร ขณะนี้สำนักงานอัยการสูงสุด อยู่ระหว่างตรวจร่างสัญญา หากแล้วเสร็จจะสามารถลงนามสัญญาจ้างกับ บริษัท บุญชัยพาณิชย์(1979) จำกัด ผู้รับจ้างสัญญาดังกล่าว วงเงิน 10,325 ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างต่อไป
ทั้งนี้ในร่างสัญญากำหนดเป็นเงื่อนไขให้สามารถสร้างทางไปได้ก่อน ในระหว่างการจัดทำรายงานผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรม (HIA) ของแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เชื่อมโยงกับสถานีรถไฟความเร็วสูงอยุธยา ซึ่งเพิ่งจัดทำแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างรายงาน HIA ไปยังองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการก่อสร้างโครงการ
รายงานข่าวจาก สกพอ.ระบุว่า ขณะนี้การแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนยังต้องรอความชัดเจนจากทางเอเชีย เอรา วัน เนื่องจากการเจรจาก่อนหน้านี้ได้ข้อสรุปว่าช่วงพื้นที่ทับซ้อนจะให้ทางเอเชีย เอรา วัน เป็นผู้ดำเนินการก่อน แต่เอกชนก็มีเงื่อนไขว่าจะขอให้ภาครัฐจ่ายค่าก่อสร้างในระหว่างก่อสร้างงาน หรือรูปแบบสร้างไปจ่ายไป แต่เนื่องจากที่ประชุม กพอ.ไม่รับข้อเสนอดังกล่าว จึงทำให้ต้องกลับมาเจรจารูปแบบกันใหม่ว่าเอกชนจะสามารถดำเนินการในลักษณะใดได้ แต่ทราบว่าทางเอกชนต้องการรอหารือร่วมกับรัฐบาลชุดใหม่ในเรื่องนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจ









