วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

โจทย์หิน ‘รมว.พลังงาน’ คนใหม่ - รัฐแก้สัญญารับซื้อไฟฟ้าไม่ง่าย

“พลังงาน” มองรัฐบาลใหม่ รื้อสัญญาโรงไฟฟ้าเป็นเรื่องยาก ต้องมองด้วยเหตุและผล ย้ำการทำทุกสัญญามีความรัดกุม ชี้ การอุ้มค่าพลังงานเป็นไปได้หมดหากมีงบสนับสนุน

การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้มีความคืบหน้าหลังจากที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ร่วมแถลงจัดตั้งรัฐบาลกับ 7 พรรคการเมือง ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเป็นธรรม พรรคเพื่อไทยรวมพลังและพรรคพลังสังคม รวมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 313 เสียง
มีรายงานว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการแบ่งกระทรวง โดยพรรคเพื่อไทยต้องการบริหารกระทรวงพลังงาน ซึ่งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้หาเสียงด้วยนโยบายพลังงาน 3 ประเด็น คือ

1.ปรับลดราคาพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ทันทีก๊าซเพื่อลดภาระในการเข้าถึงแหล่งพลังงานในชีวิตประจำวันให้ประชาชน
2.การเร่งเจรจาพื้นที่ทับซ้อนเพื่อเพิ่มแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีราคาถูกและสามารถสร้างรายได้ให้ภาครัฐจากค่าภาคหลวง
3.สนับสนุนพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือกเพื่อลดการพึ่งพิงพลังงานแบบดั้งเดิม เพิ่มความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ตามแนวนโยบายพรรคการเมืองเกี่ยวกับราคาพลังงานนั้น หากผู้แทนของพรรคเพื่อไทยได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตามรายงานข่าว
ทั้งนี้ หากดูตามนโยบายที่จะผลักดันให้ราคาค่าไฟฟ้าให้ถูกลง ประกอบด้วย การปรับลดราคาค่าไฟฟ้าตามต้นทุนราคาพลังงานที่แท้จริง เนื่องจากขณะนี้ราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าอย่างราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากรัฐบาลมีการบริหารจัดการต้นทุนและการยืดหนี้ค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) ที่ยังค้างจ่ายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ออกไป โดยมีการหาแหล่งเงินให้กับ กฟผ.หรือการหาเงินอื่นมาสนับสนุน
นอกจากนี้ ในส่วนของการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตสอดคล้องกับปริมาณไฟฟ้าสำรองที่สั่งซื้อจากเอกชน เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ตั้งเป้าว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยจะเติบโตถึง 5% ต่อปี จึงต้องผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในธุรกิจและอุตสาหกรรม แต่ในความเป็นจริง GDP ของไทยขยายตัวแค่ 1% กว่าต่อปี นั้น ส่งผลให้รัฐต้องเสียค่าความพร้อมจ่ายให้โรงไฟฟ้าเอกชน ซึ่งในจุดนี้ถือเป็นวิกฤติทั่วโลก
รัฐแก้สัญญารับซื้อไฟฟ้าไม่ง่าย

ทั้งนี้ จากภาพรวมเศรษฐกิจที่ขยายตัวขึ้น ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นมาตามความคาดการณ์แล้ว โดยมีภาคอุตสาหกรรมหรือภาคประชาชนบางส่วนเรียกร้องให้มีการปรับแก้สัญญาซื้อขายไฟกับโรงไฟฟ้าเอกชนนั้น ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งสิ่งสำคัญคือจะต้องดูข้อกฎหมายของสัญญาที่ได้ดำเนินการร่วมกันซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กฟผ.และโรงไฟฟ้าที่ทำสัญญามีอยู่ในมือ ดังนั้น กระทรวงพลังงานเองก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวตรงนี้
“เชื่อว่าการทำสัญญาต่างๆ ของภาครัฐนั้นรัดกุมอยู่แล้ว เพราะเป็นการทำสัญญาระดับราชการ คงไม่มีใครอยากติดคุก ซึ่งการจะปรับแก้ไขสัญญาหรือทบทวนอะไรก็คงต้องดูรายละเอียดเชิงลึก และนำทั้งเหตุและผลมาคุยกัน” แหล่งข่าว กล่าว 
นอกจากนี้ ในส่วนของนโยบายที่จะเร่งจรจาเรื่องปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา เพื่อที่จะนำก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ทับซ้อนขึ้นมาใช้ประโยชน์ ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนก๊าซที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าลดลง โดยอย่างน้อยก็เท่ากับก๊าซที่ขุดจากอ่าวไทย ซึ่งต้นทุนก๊าซที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 2-3 บาทต่อหน่วยนั้น กระทรวงพลังงานได้หารืออย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าเมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาและขับเคลื่อนอย่างจริงจังก็จะสามารถดำเนินการได้ทันที ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ทุกพรรคหนังผลิตไฟโซลาร์เซลล์
ส่วนการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ระดับครัวเรือนเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าราคาถูก โดยลดขั้นตอนขออนุญาตและการขายไฟฟ้าที่เหลือใช้ให้ กฟผ.รวมทั้งจัดหาแบตเตอรี่โซลาร์เซลล์ที่คุณภาพดีและราคาถูกให้ประชาชนนั้น ถือเป็นนโยบายที่แทบจะทุกพรรคให้ความสำคัญ หากรัฐบาลมีงบประมาณสนับสนุนอย่างจริงจังก็สามารถทำได้หมด 
ขณะที่ขั้นตอนการขอติดตั้งหรือการขายไฟของสำนักงาน กกพ.มีเงื่อนไขและขั้นตอนอยู่แล้ว หากจะเอื้ออำนวยให้มีความรวดเร็วขึ้นก็ทำได้ แต่ต้องดูปัจจัยรอบด้านโดยเฉพาะบ้านที่จะติดตั้งว่ามีความพร้อมหรือไม่ อย่างไร
แหล่งข่าว กล่าวว่า ในส่วนของนโยบายให้ กฟผ.ผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เพื่อลดต้นทุนการผลิต ซึ่งจะทำให้ราคาค่าไฟลดลง อีกทั้งสามารถจำหน่ายไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ให้ประเทศที่มีความต้องการเพื่อนำรายได้เข้าประเทศนั้น ปัจจุบัน กฟผ.อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟสะอาดกว่า 10,000 เมกะวัตต์ ซึ่งต้องใช้เม็ดเงินลงทุนหลายแสนล้านบาท ดังนั้น นโยบายทุกอย่างของพรรคการเมืองที่หาเสียง มีทั้งทำได้ทันที และทำไม่ได้ สิ่งสำคัญ คือ งบประมาณ