เทียบค่าโดยสาร ‘รถไฟฟ้า’ วัดกึ๋น ‘รัฐบาลใหม่’ ปรับค่าครองชีพ

เทียบชัด ! ราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสายในไทย เพดานสูงสุดถึง 47 บาท โจทย์ใหญ่วัดกึ๋นรัฐบาลใหม่ หลังพรรคการเมืองแห่เปิดนโยบายมุ่งลดค่าครองชีพภาคขนส่ง ดัมพ์ราคาแข่งกันเหลือ 20 – 50 บาทตลอดสาย
Key Points
- ค่าโดยสารรถไฟฟ้าปัจจุบัน 12 – 47 บาท
- ค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ดันค่าเดินทางรถไฟฟ้าพุ่ง
- พรรคการเมืองแห่หาเสียงราคาเดียวตลอดสาย
- “กรมการขนส่งทางราง” ดัน พรบ.คุมโครงสร้างราคา
การพัฒนาระบบรางเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลปัจจุบันที่ต้องการสนับสนุนให้เป็นขนส่งหลักโดยเฉพาะการเดินทางของประชาชน จึงจะเห็นได้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น มีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ผู้เป็นหัวหอกในการพัฒนาระบบรถไฟฟ้า ยังอยู่ระหว่างศึกษาขยายโครงการลงทุนไปยังหัวเมืองในทุกภูมิภาคอีกด้วย
แต่อย่างไรก็ดี ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่ารถไฟฟ้ายังเป็นทางเลือกการเดินทางของประชาชนเพียงบางกลุ่ม เนื่องจากราคาค่าโดยสารที่สูง จนกลายเป็นภาระค่าครองชีพ ทำให้ขณะนี้ยังคงเห็นภาพผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มพนักงานประจำที่มีออฟฟิศอยู่ตามแนวรถไฟฟ้า ขณะที่ประชาชนบางกลุ่มยังคงเลือกใช้บริการรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) และรถยนต์ส่วนตัว
โดยปัจจุบันค่าโดยสารรถไฟฟ้ามีราคากำหนดแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสัมปทานที่มีข้อตกลงไว้ระหว่างรัฐและเอกชนคู่สัญญา ประกอบด้วย
รถไฟฟ้าสายสีเขียว (BTS) แบ่งอัตราค่าโดยสารออกเป็น 3 ส่วน คือ
- สายสุขุมวิท ช่วงหมอชิต-อ่อนนุช และสายสีลม ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน ค่าโดยสารอยู่ที่ 17-47 บาท
- ส่วนต่อขยายที่1 ช่วงสะพานตากสิน – วงเวียนใหญ่ - บางหว้า และช่วงอ่อนนุช - แบริ่ง ค่าโดยสารอยู่ที่ 14-44 บาท
- ส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการและหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เดิมจะเก็บค่าโดยสาร 14-44 บาท แต่ปัจจุบันยังไม่เริ่มจัดเก็บค่าโดยสาร
รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
- ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค ค่าโดยสารอยู่ที่ 17-43 บาท
รถไฟฟ้าสายสีม่วง
- ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ ค่าโดยสารอยู่ที่ 14-42 บาท
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์
- ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ ค่าโดยสารอยู่ที่ 15-45 บาท
รถไฟชานเมืองสายสีแดง
- ช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน ค่าโดยสารอยู่ที่ 12 – 42 บาท
รถไฟฟ้าสายสีทอง
- ช่วงกรุงธนบุรี-คลองสาน ค่าโดยสารอยู่ที่ 16 บาทตลอดสาย
ส่วนโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและเตรียมเปิดให้บริการในอนาคต ก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมเคยออกมาประมาณการณ์เพดานราคาคาดจะจัดเก็บ ซึ่งคำนวณจากดัชนีผู้บริโภค (CPI) แบ่งเป็น
รถไฟฟ้าสายสีชมพู
- ช่วงแคราย – มีนบุรี ค่าโดยสารอยู่ที่ 15 – 45 บาท
รถไฟฟ้าสายสีเหลือง
- ช่วงลาดพร้าว - สำโรง ค่าโดยสารอยู่ที่ 15 – 45 บาท
รถไฟฟ้าสายสีส้ม
- ช่วงศูนย์วัฒนธรรม – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ค่าโดยสารอยู่ที่ 15-45 บาท
รถไฟฟ้าสายสีม่วง
- ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ ค่าโดยสารอยู่ที่ 15-45 บาท
ทั้งนี้ จากอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้น ยังเคยมีการเปรียบเทียบกับค่าโดยสารรถไฟฟ้าในประเทศอาเซียน โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ชี้ว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าของไทยแพงกว่าที่สิงคโปร์ถึง 20% อีกทั้งยังสวนทางกับรายได้ประชากร เป็นเพราะโครงการต่างๆ มีเงื่อนไขการลงทุนที่แตกต่าง บางโครงการรัฐสนับสนุนงานโยธา และบางโครงการรัฐไม่ได้สนับสนุน ทำให้สัมปทานมีความแตกต่างกันออกไป และปัญหาที่ทำให้ค่าโดยสารแพงเกินเอื้อม คือการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน
รายงานข่าวจากกรมการขนส่งทางราง (ขร.) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคการเมืองออกมาเปิดนโยบายเกี่ยวกับการกำหนดราคาค่าโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเหมา One Day Pass วันละ 40 บาท ไม่จำกัดเที่ยว, การลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าให้เหลือ 20 บาทตลอดสาย หรือแม้แต่รถไฟฟ้า 50 บาทตลอดวันทุกสายไม่อั้น กรมฯ เชื่อว่าทุกอย่างสามารถทำได้จริง หากแต่รัฐบาลจำเป็นต้องมีเงื่อนไขกำหนดการจัดทำราคาค่าโดยสารดังกล่าวเฉพาะกลุ่มผู้เดินทาง
เนื่องจากรัฐบาลจะต้องทำเงินงบประมาณไปสนับสนุนส่วนต่างให้กับภาคเอกชนคู่สัญญา ตามสัมปทานกำหนดไว้ ดังนั้นหากไม่ได้มีการจำกัดกลุ่มจะส่งผลให้รัฐต้องจัดเตรียมงบประมาณจำนวนมากเพื่อชดเชยให้กับเอกชนเพื่อไม่ผิดต่อเงื่อนไขสัญญาสัมปทาน ทั้งนี้กรมการขนส่งทางรางยังคงสนับสนุนให้รัฐบาลผลักดัน พ.ร.บ.ขนส่งทางราง เพื่อเป็นการกำหนดโครงสร้างราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งคาดว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีการหยิบยกมาพิจารณาอีกครั้งในรัฐบาลใหม่นี้







