ธนาคารโลกเปิดปัจจัยเสี่ยง ถ่วงเศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพ

ปี 2023 นับเป็นปีแรกที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาโลดแล่นได้อย่างเต็มศักยภาพ จึงคาดการณ์ได้ว่าอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะฟื้นตัวหลังเศรษฐกิจซบเซาจากการระบาดโควิด-19 เมื่อหลายปีที่ผ่านมา
แต่ "รายงานอัพเดทเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เมษายน 2566ของธนาคารโลก" (WORLD BANK EAST ASIA AND THE PACIFIC ECONOMIC UPDATE APRIL 2023) มีสาระสำคัญของปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจที่ยังซ่อนตัวอยู่
มานูเอลา วี. เฟอโร รองประธานธนาคารโลกเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวว่า ในบรรดาประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของภูมิภาคนี้ รวมทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม คาดว่าจะเติบโตอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวในปี 2566 เนื่องจาก เศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ยังต้องรับมือกับความท้าทายที่สำคัญ 3ประการ ที่ผู้กำหนดนโยบายต้องเร่งดำเนินการเพื่อรักษาและเร่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ได้แก่ สถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างประเทศคู่ค้าหลักซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการค้า การลงทุน และเทคโนโลยีที่มีการแลกเปลี่ยนกันในภูมิภาค
การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็วของประเทศหลัก ๆ ในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เกิดความท้าทายและความเสี่ยงชุดใหม่ที่มีผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ดุลการคลัง และด้านสุขภาพ และประการสุดท้าย ภูมิภาคนี้มีความเสี่ยงเป็นพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความหนาแน่นของประชากร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามแนวชายฝั่ง
"พื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาคมีทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ใกล้เคียงกับระดับเศรษฐกิจช่วงก่อนโควิดแล้ว แต่ยังมีบางพื้นที่ เช่น เมียนมา ไทย และประเทศตามหมู่เกาะต่างๆที่อัตราการเติบโตยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนการระบายโควิด" รายงานระบุ
อาดิตยา แมตทู หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวว่า การส่งเสริมการค้า การจัดการกับแนวโน้มประชากร และการเพิ่มความยืดหยุ่นของสภาพอากาศ จะสามารถเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้
ในส่วนของประเทศไทยจำเป็นต้องใช้ประโยชน์ จากการปฏิรูปในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เพราะปัญหาหนี้ครัวเรือนก็ยังสูงซึ่งเป็นปัญหาหาค่อนข้างใหญ่ ขณะที่ประชากรสูงวัยมีอัตราเร่งที่เร็วกว่าประเทศอื่นๆ รวมถึง แต้มต่อด้านขีดความสามารถการแข่งขันของภาคการส่งออกซึ่งพบว่าอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ
“ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจที่ดี แต่การมีแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจจากการบริโภคภายในประเทศที่มีหนี้ครัวเรือนในตัวถ่วงอยู่นั้นทำให้การเติบโตของประเทศช้าลง”
ฟาบริซิโอ ซาร์โคเน ผู้จัดการประจำประเทศไทยธนาคารโลก กล่าวว่า คาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจของไทยปี 2023 จะอยู่ที่ 3.6% แต่ไทยก็มีงานหลายอย่างที่ต้องเร่งดำเนินการ เนื่องจากไทยเผชิญกับการลดลงของผลิตภาพในหลายๆส่วน ซึ่งเป็นผลมาจากสังคมสูงวัย มาตรการทางการเงินที่ตึงตัว และผลกระทบจากสงคราม รวมไปถึงการปรับโครงสร้างทางอุตสาหกรรม
สำหรับสิ่งที่ประเทศไทยต้องปฏิรูปได้แก่ ภาคบริการ โดยต้องเคลื่อนย้ายผลิตภาพจากภาคเกษตรที่มีมูลค่าค่อนข้างต่ำไปสู่บริการที่มีมูลค่าสูง เพื่อยกระดับรายได้แต่ละครัวเรือน
ด้านการรับมือจากภาวะโลกร้อน ต้องเร่งเปลี่ยนผ่านในเรื่องของพลังงาน ส่งเสริมการผลิตการซื้อขายพลังงานหมุนเวียนให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ส่วนด้านการศึกษา ต้องเสริมสร้างทักษะให้กับเยาวชนมีทักษะที่สูงขึ้น และดูแลกลุ่มผู้มีรายได้น้อย หรือประชากรที่มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท
เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารโลก กล่าวว่า ประเทศไทยไม่เหมือนประเทศอื่นในอาเซียนเพราะมีการเติบโตของจีดีพีอยู่ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่สวนทางกันคือการชะลอลงของจีดีพีแต่ประเทศอื่นนั้นมีการฟื้นตัวหลังโควิด -19 ได้เร็วขึ้นกว่าประเทศไทย
ประมาณการของเศรษฐกิจไทยปี 2023 เดิมอยู่ที่ 4.1% แต่ล่าสุดได้มีการปรับลดลงเพราะว่าเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ผ่านการส่งออกสินค้าซึ่งเห็นได้ชัดเจนในไตรมาสที่แล้ว ปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตคือภาคการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวจีน และมาตรการสร้างนโยบายการคลังที่มีการตรึงราคาสินค้าเพื่อช่วยพยุงให้มี การบริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราหนี้สาธารณะอยู่ที่ 60% ประมาณการครั้งหน้าลดลง เหลือ 59% เนื่องด้วยอัตราการใช้จ่ายทางการคลังงลดลงแม้ยังมีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลอยู่
“การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะยาวยังมีความน่าเป็นห่วง อย่างการปฏิรูประบบการบริการเป็นการใช้ทักษะที่สูงจะทำให้ผลตอบแทนสูงตามไปด้วย รวมไปถึงลงทุนของภาครัฐ ให้เศรษฐกิจสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน และสังคมผู้สูงอายุที่ต้องเปลี่ยนแปลงการจัดการระบบสวัสดิการให้เพียงพอต่อผู้สูงอายุให้มากขึ้น”
การเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคฯและของไทยยังมีความเป็นจริงซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังซ่อนตัวอยู่ การเข้าใจปัญหาและกล้าที่จะจัดการอย่างเหมาะสมและทันเวลาจะเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างแท้จริงในแบบที่ไม่ใช่การแก้ปัญหาเก่าเพื่อรอปัญหาใหม่แสดงตัวออกมาและไม่สามารถแก้ไขได้







