กรมชลฯ เร่งช่วยเหลือระบายน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ย้ำโครงการชลประทานเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง คาด มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ฝนจะตกหนักถึงหนักมาก ในวันที่ 18-20 ธ.ค. นี้ ขณะ เฉลิมชัย เร่งช่วยสัตว์พ้นน้ำท่วม
นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า หลังเกิดฝนตกหนักถล่มพื้นที่ภาคใต้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ อาทิ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตรัง และปัตตานี จึงได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ เข้าไปช่วยเหลือประชาชนในทันที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบจากน้ำท่วมขัง
โดยที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช บริเวณคลองท่าดีเกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมคลองและพื้นที่การเกษตร ในพื้นที่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช สำนักงานชลประทานที่ 15 ได้เปิดประตูระบายน้ำคลองคูพาย ประตูระบายน้ำคลองป่าเหล้า ประตูระบายน้ำคลองนครน้อย และประตูระบายน้ำคลองไม้เสียบ เร่งระบายน้ำและลดผลกระทบน้ำท่วมที่เกิดขึ้น พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 16 เครื่อง เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด
ด้านจังหวัดพัทลุง มีพื้นที่น้ำท่วม 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ป่าบอน และ อ.ควนขนุน โครงการชลประทานพัทลุง ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ 1 เครื่อง บริเวณหมู่ 2 ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน เร่งระบายน้ำท่วมขัง
ส่วนที่จังหวัดสงขลา สำนักงานชลประทานที่ 16 ได้ติดตั้งเครื่องจักรกลสูบน้ำส่งกำลังด้วยระบบไฮดรอลิก ขนาดท่อ 42 นิ้ว อัตราการสูบน้ำ 3.5 ลูกบาศก์เมตร์/วินาที จำนวน 1 เครื่อง บริเวณซอยเพชรมาลัย 3 อ.หาดใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ลงสู่คลองเตย ขณะที่ อ.รัตภูมิ โครงการชลประทานสงขลา ได้เร่งระบายน้ำในคลองรัตภูมิ ด้วยการเปิดบานระบายฝายชะมวงและประตูระบายน้ำรัตภูมิเพิ่มขึ้น เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากในพื้นที่โดยเร็วเช่นกัน
ที่จังหวัดตรัง เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำ อ.ย่านตาขาว และ อ.ปะเหลียน โครงการชลประทานตรัง ได้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ด้าน อ.เมืองตรัง ได้ติดตามโครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง หลังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่น้ำได้ไหลลงสู่ระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง และระบายลงสู่ทะเลตามลำดับ
และที่จังหวัดปัตตานี ได้เกิดน้ำล้นตลิ่งในแม่น้ำปัตตานี ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ อ.หนองจิก และ อ.เมืองปัตตานี โครงการชลประทานปัตตานี ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ บริเวณโรงพยาบาลหนองจิก 2 เครื่อง โรงพยาบาลโคกโพธิ์ 1 เครื่อง พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า จำนวน 3 เครื่อง และเดินเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าขนาด 36 นิ้ว อีก 1 เครื่อง บริเวณพื้นที่บ้านเขาตูม อ.ยะรัง รวมทั้งติดตามการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนปัตตานีอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 18-20 ธ.ค.นี้ ภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กรมชลประทาน ได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ เฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานแจ้งเตือนประชาชน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือน้ำหลาก พร้อมกันนี้ให้จัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องผลักดันน้ำ เพื่อให้สามารถนำไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้สั่งทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้
ล่าสุดได้รับรายงานจากกรมปศุสัตว์ว่า มีพื้นที่น้ำท่วมแล้ว 5 จังหวัดได้แก่
- ชุมพร
- นครศรีธรรมราช
- พัทลุง
- สงขลา
- ปัตตานี
มีสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ 146,020 ตัว จึงกำชับให้ส่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เร่งระดมช่วยอพยพสัตว์หนีน้ำท่วมและขนส่งเสบียงสัตว์ให้ถึงมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์
ก่อนหน้านี้ได้ปล่อยขบวนรถหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานไปเก็บเป็นเสบียงอาหารสัตว์สำรองเพื่อเตรียมช่วยเหลือเกษตรกรไว้ล่วงหน้า เมื่อฝนตกหนักต่อเนื่องและเกิดน้ำท่วม จึงย้ำให้กรมปศุสัตว์จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เร็วเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรและสัตว์เลี้ยงตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยอย่างทั่วถึงและรวดเร็วที่สุด
นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ (ศปภ.ปศ.) กรมปศุสัตว์รายงานถึงสถานการณ์น้ำท่วม น้ำไหลหลาก และท่วมขังระหว่างวันที่ 1 - 18 ธันวาคม 2565 (ข้อมูล ณ 18 ธ.ค. 65) ว่า
- พื้นที่ได้รับผลกระทบสะสมรวม 5 จังหวัดได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และปัตตานี รวม 9 อำเภอ 33 ตำบล 120 หมู่บ้าน
- เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ 4,227 ราย
- สัตว์ได้รับผลกระทบ 146,020 ตัว ประกอบด้วย โค 9,341 ตัว กระบือ 186 ตัว สุกร 17,209 ตัว แพะ/แกะ 1,381 ตัว และสัตว์ปีก 117,903 ตัว
- แปลงหญ้าอาหารสัตว์ได้รับผลกระทบ 47 ไร่
การให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าสะสมรวม ดังนี้
- อพยพสัตว์ 2,628 ตัว
- รักษาสัตว์ 608 ตัว
- แจกจ่ายถุงยังชีพ 296 ถุง
- แจกจ่ายพืชอาหารสัตว์ 45,850 กิโลกรัม
นายสัตวแพทย์สมชวนกล่าวต่อว่า จากการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ภาคใต้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักบางพื้นที่ ตลอดจนต้องเฝ้าระวังภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลากจากฝนที่สะสมมาหลายวันเช่น ปริมาณน้ำฝนสะสม 3 วันสูงสุดในจังหวัดปัตตานีมากถึง 599 มิลลิเมตร จังหวัดนราธิวาส 527 มิลลิเมตร จังหวัดสงขลา 401 มิลลิเมตร เป็นต้น โดยตั้งแต่วันนี้จนถึงวันพรุ่งนี้มีจังหวัดที่คาดว่า จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล จึงย้ำให้ทุกหน่วยงานของกรมปศุสัตว์เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์อย่างเต็มที่
ล่าสุดสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลาได้เร่งกางเต็นท์บนพื้นที่สูงริมทางเพื่อสร้างจุดอพยพและเคลื่อนย้ายโคกระบือในพื้นที่หมู่ 8 ตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลาหนีน้ำท่วมมายังจุดอพยพดังกล่าว
สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ประสบอุทกภัยซี่งต้องการรับการช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในพื้นที่ หรือติดต่อศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ โทร 0 2653 4444 ต่อ 3315 หรือ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ : [email protected] หรือแจ้งข้อมูลในแอพพลิเคชั่น DLD 4.0 ที่สามารถดาวน์โหลดในโทรศัพท์มือถือได้ทุกระบบ เพื่อให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ









