วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลต.-ธปท.ยกชั้นคุมสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งเกณฑ์สอดคล้องทิศทางต่างชาติ

ก.ล.ต. เดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งตลาดแรก-ตลาดรอง-บังคับใช้กฎหมาย-ส่งเสริมความรู้ เพื่อมีกลไลคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเหมาะสม และก้าวทันพัฒนาการตลาดในโลกยุคใหม่ ธปท.เผยอยู่ระหว่างกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลให้สอดคล้องต่างประเทศ

เมื่อนักลงทุนรุ่นใหม่มีความสนใจลงทุนใน “สินทรัพย์ดิจิทัล” กว้างขวางขึ้นมากทั้งในไทยและทั่วโลก ดังนั้น คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ผู้ที่มีหน้าที่หลักที่เกี่ยวข้องต้องปรับปรุงและยกระดับการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับในต่างประเทศ ที่อนาคตแนวทางจะเข้มงวดมากขึ้น   

นางสาวรื่นวดี  สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงการปรับปรุงและยกระดับกฎเกณฑ์และการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของ ก.ล.ต.ว่า เมื่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลพัฒนาและมีผู้ลงทุนสนใจเพิ่มขึ้น รวมถึงแนวทางการกำกับดูแลในต่างประเทศเข้มงวดขึ้น 

ทั้งนี้ ก.ล.ต.ปรับปรุงและยกระดับกฎเกณฑ์และการกำกับดูแลทั้งตลาดแรก ตลาดรองและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้นโยบายและแนวทางการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลชัดเจน และไม่ให้เกิดการหาประโยชน์จากความแตกต่างในการกำกับดูแลระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลและหลักทรัพย์ (Regulatory Arbitrage) และมีกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนเหมาะสม รวมทั้งสอดคล้องความเสี่ยงและลักษณะสินทรัพย์ดิจิทัลและธุรกรรม ตลอดจนทันพัฒนาการตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

ขณะที่ยังคงสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ และให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้ซื้อขายต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเติบโตของตลาดทุนและเศรษฐกิจ

ทาง ก.ล.ต.รายงานว่า ช่วงเริ่มต้นของการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลตาม พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 จะสนับสนุนภาคธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีทางการเงิน ในขณะที่กลุ่มผู้ลงทุนช่วงเริ่มต้นอยู่วงจำกัดเฉพาะผู้สนใจและมีความรู้ความเข้าใจความเสี่ยงสินทรัพย์ดิจิทัล จึงกำหนดเป็นหลักการและกำกับดูแลเท่าที่จำเป็นไม่เข้มงวดเกินไป เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบธุรกิจ

นอกจากนี้ ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลปัจจุบันเป็นตลาดที่เชื่อมทั่วโลกให้บริการ 24 ชั่วโมง และมีพัฒนาเร็ว ดังนั้นหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก รวมถึง ก.ล.ต.จึงติดตามความคืบหน้าการพัฒนานวัตกรรม กฎเกณฑ์ในการกำกับดูแล และพัฒนาองค์ความรู้ของเจ้าหน้าที่ต่อเนื่อง

ดังนั้น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น และทบทวนกรอบกฎเกณฑ์ในการกำกับดูแลให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและทันพัฒนาการของธุรกิจ โดยยึดหลักสนับสนุนการพัฒนาควบคู่กับการคุ้มครองผู้ลงทุนและเทียบเคียงได้กับมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ก.ล.ต.สนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจัดตั้งสมาคมผู้ประกอบธุรกิจ จนเป็นที่มาของสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDO)

กลต.ปรับปรุงกฎระเบียบดูแล

ทั้งนี้ ก.ล.ต.ได้ปรับปรุงและยกระดับกฎเกณฑ์และการกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งตลาดแรก-ตลาดรอง-บังคับใช้กฎหมาย-ส่งเสริมความรู้ ด้วย อาทิเช่น 

 สำหรับ “ตลาดแรก” ก.ล.ต.กำลังทบทวนแนวทางการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่สนับสนุนธุรกรรมเกี่ยวกับบริการทางการเงินแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Finance : DeFi) ลักษณะการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลที่จ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ฝากทั้งรูปแบบ decentralized finance หรือ centralized finance และกำลังหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางกำกับดูแลเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเหมาะสม

รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงกฎเกณฑ์การกำกับดูแล “utility token พร้อมใช้” ที่นำมาจดทะเบียนซื้อขายในตลาดรอง เพื่อให้ผู้ซื้อขายมีข้อมูลครบถ้วน ถูกต้องและเพียงพอในการตัดสินใจ และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความโปร่งใสของตลาด

กำกับดูแลตลาดรอง3ด้าน

ในส่วน “ตลาดรอง” ก.ล.ต.อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อปรับปรุงกฎเกณฑ์การกำกับดูแลใน 3 ด้าน ได้แก่  

1.หลักเกณฑ์ด้านเงินทุน โดยกำหนดเพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้ว การเพิ่มอัตราการดำรงเงินกองทุนในสัดส่วนของ hot wallet และ cold wallet เพื่อให้เพียงพอรองรับความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ

2.หลักเกณฑ์ด้านบุคลากรของผู้ประกอบธุรกิจ โดยกำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ขอรับความเห็นชอบกรรมการผู้มีอำนาจลงนามและผู้จัดการของผู้ประกอบธุรกิจต้องมีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องด้านสินทรัพย์ดิจิทัล

3.หลักเกณฑ์ด้านระบบงาน มีการยกระดับหลักเกณฑ์การตรวจสอบและถ่วงดุลการปฏิบัติงาน หลักเกณฑ์ด้านมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หลักเกณฑ์การเก็บรักษาทรัพย์สินลูกค้า รวมถึงปรับปรุงหลักเกณฑ์การโฆษณา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลการโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจให้มีความชัดเจนและเหมาะสม และเพิ่มความคุ้มครองแก่ผู้ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล

ด้านการบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมา ก.ล.ต.พัฒนากฎเกณฑ์และการกำกับดูแลเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน เช่น จัดตั้งวอร์รูมช่วยเหลือผู้เสียหาย การปรับปรุงหลักเกณฑ์การเก็บรักษาทรัพย์สินลูกค้าให้เหมาะสม เพื่อป้องกันกรณีผู้ประกอบธุรกิจทุจริตโอนสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าออกไปโดยไม่ได้เกิดจากการขอถอนหรือโอนสินทรัพย์ดิจิทัลโดยลูกค้า และกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีระบบการถ่วงดุลในการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลให้กระทำโดยบุคคลที่ได้รับมอบหมายร่วมกันยืนยันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป

กำกับดูแลตามทิศทางโลก

นายณพงศ์ธวัช โพธิกิจ ผู้อำนวยการ ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า มุมมอง ธปท.เกี่ยวกับโลกอนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเรื่องใหม่ทั้งมุมเทคโนโลยีใหม่อย่างบล็อกเชน และการนำมาใช้ในธุรกิจและการลงทุน โดยสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่อาศัยการนำเทคโนโลยีใหม่อย่าง Distributed Ledger Technology (DLT) หรือบล็อกเชนมาใช้ ซึ่งมีจุดเด่นที่การเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ทำให้ข้อมูลถูกปลอมแปลงแก้ไขได้ยาก

สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยเริ่มใช้ในการลงทุนเป็นหลัก โดยไทยเป็นกลุ่มประเทศแรกที่มีกฎหมายกำกับดูแลการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเฉพาะ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต.การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยได้รับความสนใจมาก โดยข้อมูลจากสำนักงาน ก.ล.ต.ระบุว่ามีนักลงทุนกว่า 2.5 ล้านบัญชี ณ มี.ค.2565 เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าภายใน 1 ปี

“สหรัฐ EU ญี่ปุ่น รวมถึงไทยกำลังทบทวนแนวทางกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อสนับสนุนให้เกิดการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและกำกับดูแลให้เหมาะสม เพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการและป้องกันความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน”

ชี้ปัจจัยหนุนเงินดิจิทัล

สำหรับอนาคตการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลจะแพร่หลายหรือยั่งยืนหรือไม่ขึ้นกับปัจจัยหลายประการ ทั้งการพัฒนารูปแบบการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลว่าก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนหรือภาคธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด เปรียบเทียบกับความเสี่ยงของสินทรัพย์ดิจิทัล การส่งเสริมและกำกับดูแลอย่างเหมาะสมเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงและดูแลผู้ใช้บริการให้เกิดความเชื่อมั่น และมีความรู้ความเข้าใจในการเลือกลงทุนหรือใช้บริการได้เหมาะสม

ขณะที่ความเสี่ยงและข้อควรระวังในการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทย เพราะเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายและลงทุนจำนวนน้อยได้ ซึ่งมุมหนึ่งเป็นประโยชน์ที่ประโยชน์ที่ประชาชนเข้าการลงทุนมากขึ้น แต่อีกมุมการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลเสี่ยงสูงมากกว่าการลงทุนประเภทอื่น เช่น ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลผันผวนมาก

การลงทุนในต่างประเทศ และ Decentralized Finance (DeFi) แม้เข้าถึงง่ายแต่ต้องพิจารณาว่าอาจไม่ได้รับความคุ้มครอง เช่น ถ้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต่างประเทศยักยอกเงินของผู้ลงทุนไปก็ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลในไทยที่ช่วยเหลือได้ หรือถ้ากำหนดปลายทางที่จะโอนสินทรัพย์ดิจิทัลไปผิดจะทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลหายไป

ไม่หนุนชำระค่าสินค้าบริการ

ขณะที่แนวทางกำกับดูแลการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางชำระค่าสินค้าและบริการการที่ ก.ล.ต.ออกเกณฑ์กำกับการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไม่สนับสนุนใช้สินทรัพย์ดิจิทัลชำระค่าสินค้าหรือบริการ ซึ่งได้หารือระหว่าง ก.ล.ต.และ ธปท.เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบเสถียรภาพการเงินและระบบเศรษฐกิจ เพราะการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลชำระค่าสินค้าบริการมีความเสี่ยง ดังนี้

ความเสี่ยงต่อประชาชนและร้านค้า ทั้งความผันผวนของราคาสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งทำให้ยอดใช้จ่ายของผู้ใช้ หรือรายรับของ ผู้รับชำระมีความไม่แน่นอนสูง ความเสี่ยงที่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินด้วยลักษณะของสินทรัพย์ดิจิทัลที่สามารถโอนหรือรับโอนจาก กระเป๋าส่วนตัวที่ผู้ใช้บริการไม่ต้องพิสูจน์ยืนยันตัวตน และความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีเนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลยังไม่มีมาตรฐานหรือการกำกับดูแลเรื่องความปลอดภัย

ดังนั้นจึงมีโอกาสที่ผู้ใช้บริการจะถูกโจรกรรมทางไซเบอร์หรือระบบต้องหยุดชะงักทำให้เสียโอกาส และหากใช้แพร่หลายจะกระทบระบบเศรษฐกิจการเงิน รวมทั้งทำให้มีระบบการชำระเงินหลายระบบเกิดความซ้ำซ้อนและอาจสร้างความสับสน หรือทำให้เกิดต้นทุนต่อผู้ใช้บริการ ทำให้ต้นทุนการชำระเงินโดยรวมของประเทศสูงขึ้น