วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

WTI หนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน (24 สิงหาคม 2565)

วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงในช่วงเปิดตลาดตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ แต่ภาคบ่ายมีแรงซื้อเข้ามาปริมาณมาก ทำให้ดัชนีขึ้นสูงสุดถึง +20 จุด ปรับตัวแข็งกว่าตลาดหุ้นเอเชีย อานิสงค์จากต่างชาติซื้อหุ้นไทยต่อเนื่อง

แรงซื้อมากในหุ้น Big Cap. ทั้งกลุ่มพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มการแพทย์  ส่วนวันที่ 24 ส.ค. เริ่มงาน Thailand Focus วันแรก ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,633.57 จุด +17.75 จุด +1.10% มูลค่าการซื้อขาย 76,158 ลบ. ต่างชาติ +4,790.37 ลบ. TFEX +4,388 สัญญา ตราสารหนี้ -3,760.05 ลบ.

 

ปัจจัยบวก

+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 3.38 ดอลลาร์ +3.7% ปิดที่ 93.74 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากซาอุดีอาระเบียเสนอให้กลุ่มโอเปคพลัส ปรับลดกาลังการผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมันในกรณีที่น้ำมันดิบจากอิหร่านหวนคืนสู่ตลาด และแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐจะปรับตัวลดลง (รายงานคืนนี้)
+ กระทรวงเกษตรยูเครนเปิดเผยว่ามีเรือขนส่งสินค้าทั้งสิ้น 33 ลำ ลำเลียงอาหารและธัญพืชออกจากยูเครน ภายใต้ข้อตกลงรับประกันความปลอดภัยในการเดินทางผ่านทะเลดำระหว่างองค์การสหประชาชาติ (UN) และตุรกี
+ ครม.อนุมัตินำงบกลาง 2,923 ล้านบาท อุดหนุนราคาขายรถยนต์ไฟฟ้าให้ต่ำลง 18,000-150,000 บาท/คัน ย้ำผู้ประกอบกิจการที่ใช้สิทธิ์ต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศให้ได้ตามหลักเกณฑ์
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ ป่วยรายใหม่รักษาในรพ. 2,062 ราย มีผู้เสียชีวิต 28 ราย รักษาหาย 2,100 ราย

 

ปัจจัยลบ

- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 154.02 จุด -0.47% หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งรวมถึงดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการที่หดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมประจำปีของเฟด ที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในสัปดาห์นี้
- ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 45.0 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 27 เดือน จากระดับ 47.7 ในเดือนก.ค.

- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานยอดขายบ้านใหม่ในเดือนก.ค. ร่วงลง 12.6% สู่ระดับ 511,000 ยูนิตซึ่งต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2559 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 575,000 ยูนิต จากระดับ 585,000 ยูนิตในเดือนมิ.ย. โดยได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาบ้าน และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 1.6% ในไตรมาส 3 ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวต่ำกว่าระดับ 1.8% ที่มีการระบุก่อนหน้านี้

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยนักลงทุนจับตาการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในวันที่ 25-27 ส.ค.นี้ เพื่อรอดูสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นแรง หนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,625-1,640 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• กนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% + หุ้นแบงก์ได้ประโยชน์จากธปท.เลิกเพดานจ่ายปันผลและทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นเราชอบแบงก์ใหญ่ KBANK BBL SCB KTB TISCO
• ผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น : BH BDMS D
• โครงการคนละครึ่งเฟส 5 : TNP KK BJC MAKRO CBG OSP TKN ICHI SAPPE
• MSCI Global Standard เพิ่มหุ้นเข้าคำนวณ มีผล 31 ส.ค. : KBANK
• ผลประกอบการหุ้นกลุ่มโรงแรมเริ่มฟื้นตัว+ขยายวีซ่านักท่องเที่ยว : MINT ERW CENTEL AWC SHR
• วิกฤตพลังงานยุโรป : PRM VL BANPU LANNA PTTEP

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ

                                                                     SKN (ราคาเหมาะสม 8.90 บาท)
                                                                  ผลประกอบการได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว

WTI หนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน (24 สิงหาคม 2565)

•2Q22 บริษัทมีรายได้ที่ระดับ 912.3 ล้านบาท ลดลง -12.9%QoQ และ -5.0%YoY ตามปริมาณการขายที่ลดลง เนื่องจากมีคำสั่งซื้อบางส่วน ที่ทำการผลิตแล้วแต่ถูกเลื่อนการส่งมอบออกไป ด้านอัตรากำไรขั้นต้นทำได้ที่ระดับ 40.8% ลดลงจาก 45.9% ใน 1Q22 และ 42.5% ใน 2Q21 โดยมีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนกาว-สารเคมี และต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 2Q22 เท่ากับ 148.6 ล้านบาท ลดลง -33.8%QoQ และ -14.3%YoY

•เรามองว่าแนวโน้มผลประกอบการ 2H22 มีโอกาสอ่อนตัวลง โดยมีสาเหตุจาก 1)ราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับสูง กดดันต้นทุนวัตถุดิบสารเคมี 2) ความต้องการซื้อ MDF มีแนวโน้มลดลง ส่งผลกระทบให้ราคาขายลดลง 3)โรงงาน MDF ในประเทศเวียดนามมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตปี 23-24 อาจส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาในอนาคต เราคงประมาณการรายได้ปี 22-23 ที่ระดับ 3,111.2 ล้านบาท และ 3,458 ล้านบาท -25.6%YoY และ +11.2%YoY พร้อมคงกำไรสุทธิปี 22-23 ที่ระดับ และ 442.9 ล้านบาท และ 492.2 ล้านบาท -43%YoY และ +11.2% ตามลำดับ

•ความเห็น แม้ผลประกอบการได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว หลังผ่านการ Restock สินค้ารอบใหญ่ และราคาวัตถุดิบยังทรงตัวในระดับสูง แต่ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมายังคง Underperform เราจึงแนะนำ “ซื้อ”

 

หุ้นมีข่าว

(+) ICHI ( Bloomberg Consensus 10.70 บาท) ครึ่งปีหลังเตรียมปล่อยสินค้าใหม่ ปิดดีลลูกค้า OEM ใหม่ 2 ราย หนุนรายได้ทั้งปีตามเป้า 6.5 พันล้านบาท ขณะที่ต้นทุนเริ่มลดลง ด้านตลาดต่างประเทศ ฟื้นตัวแกร่ง โดยเฉพาะ CLMV เร่งขยายฐานเจาะกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง และเกาหลีใต้ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) BANPU ( Bloomber Consensus 16.75 บาท) มั่นใจผลงานไตรมาส 3/2565 พุ่ง หลังธุรกิจแหล่งพลังงานได้รับอานิสงส์ราคาถ่านหิน-ก๊าซทะยานต่อ มองดีมานด์ล้นสวนทางซัพพลายมีจำกัด ถ่านหินราคาปัจจุบันสูงกว่าค่าเฉลี่ยไตรมาส 2 มาก ด้านธุรกิจผลิตไฟฟ้าจ่อปิดดีล 2 โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เติมพอร์ต ปักเป้าธุรกิจสมาร์ทเอนเนอร์ยี่โตแรง ลั่น EBITDA ปีนี้จะสูงทำสถิติ (ที่มา ทันหุ้น)
 

(+) BIZ (ราคาเหมาะสม 6.58 บาท) เซ็นสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์ทางการแพทย์ กับโรงพยาบาลภาครัฐ 2 แห่ง มูลค่า 383.50 ล้านบาท หนุนแบ็กล็อกเพิ่มเป็น 1,585.25 ล้านบาท คาดรับรู้ปีนี้ 50% "สมพงษ์ ชื่นกิติญานนท์" สั่งลุยประมูลงานใหม่ต่อเนื่อง แววครึ่งปีหลังสดใสรับไฮซีซัน (ที่มา ทันหุ้น)

(+) ITEL (Bloomberg consensus 6.50 บาท) งานเรียงคิวบุ๊กอื้อ หนุนครึ่งปีหลังฟอร์มแจ่ม พร้อมยืนปีนี้รายได้ตามเป้า 3.2 พันล้านบาท รับพอร์ตลูกค้าขยายตัว บิ๊ก "ณัฐนัย อนันตรัมพร" เดินเกมประมูลงานใหม่ 1.15 พันล้านบาท อัพแบ็กล็อกเพิ่มจากเดิมมีอยู่ 3.05 พันล้านบาท เล็งขยายขนาดการจัดเก็บเพิ่มขึ้นเป็น 4 เมกะวัตต์ คาดว่าจะดำเนินการเสร็จภายในปี 2566 (ที่มา ทันหุ้น)