วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

‘ท็อปส์’ กางแผน BCP ฝ่าพายุต้นทุนพุ่ง บริหารซัพพลายเชนเข้ม ลั่นสินค้าต้องไม่ขาดชั้น!

‘ท็อปส์’ กางแผน BCP ฝ่าพายุต้นทุนพุ่ง บริหารซัพพลายเชนเข้ม ลั่นสินค้าต้องไม่ขาดชั้น!

จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั่วโลก ซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย! โดยเฉพาะ ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นปัจจัยเสี่ยงที่กดดัน “ต้นทุนการผลิต” และ “การขนส่งสินค้า” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับประเทศไทย “ท็อปส์” ในฐานะผู้นำซูเปอร์มาร์เก็ตแสดงความพร้อมในการรับมือวิกฤติครั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค โดยยืนยันว่าระบบซัพพลายเชนและปริมาณสินค้าสำรองยังมีเพียงพอต่อความต้องการ และยังไม่มีสัญญาณการกักตุนสินค้าจากผู้บริโภค

 

ธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผู้บริหารเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้แบรนด์ ท็อปส์ (Tops) ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ เดลี่ และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า  สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ขณะนี้เป็นปัจจัยภายนอกที่ทุกภาคส่วนเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ซึ่งหลายภาคส่วนมีการคาดการณ์ถึง “กำลังซื้อ” ที่อาจจะชะลอตัว โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือย แต่สินค้าเพื่อการบริโภคในชีวิตประจำวันอาจยังมีความจำเป็นอยู่ ในมุมของค้าปลีก การทำให้ "ฟันเฟืองการบริโภคในประเทศ" ยังเดินหน้าต่อไปได้เป็นสิ่งสำคัญ!

‘ท็อปส์’ กางแผน BCP ฝ่าพายุต้นทุนพุ่ง บริหารซัพพลายเชนเข้ม ลั่นสินค้าต้องไม่ขาดชั้น!

อย่างไรก็ดี บรรยากาศการจับจ่ายในปัจจุบันยังถือว่าปกติ ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าตามความจำเป็นในชีวิตประจำวัน ยังไม่มีสัญญาณการกักตุนสินค้า (Panic Buying) ขณะเดียวกัน “ท็อปส์” มุ่งกระตุ้นการจับจ่ายด้วยความ “คุ้มค่า” เพื่อรักษากำลังซื้อให้ยังคงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเดินหน้า

"จากการติดตามข้อมูลการขายล่าสุด เรายังไม่พบสัญญาณการกักตุนสินค้าในทุกหมวดหมู่ ระบบเติมสินค้าอัตโนมัติยังทำงานได้ตามปกติ เราอยากสร้างความมั่นใจว่าซัพพลายเชนของท็อปส์มีความยืดหยุ่นสูง สินค้ามีหมุนเวียนต่อเนื่อง จึงไม่มีความจำเป็นที่ลูกค้าจะต้องกักตุนสินค้าจนเกินความจำเป็น"

แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อประชาชนอาจเกิดความกังวลในวงกว้างขึ้น อย่างไรก็ตามเชื่อว่ารัฐจะมีมาตราการช่วยเหลือประชาชนและสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและผู้ผลิตทำให้ประเทศผ่านสถานการณ์ไปได้

ในส่วนของท็อปส์ มีการวางแผนมาตรการรับมือกับสถานการณ์ในระดับต่างๆ เตรียมแผนบริหารซัพพลายเชนล่วงหน้า ทั้งการวางแผนสต็อกสินค้า การทำงานร่วมกับผู้ผลิต การกระจายสินค้าไปยังสาขาต่างๆ เพื่อให้สินค้าจำเป็นยังคงมีจำหน่ายอย่างต่อเนื่องในราคาที่เหมาะสม สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าสามารถจับจ่ายได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการกักตุนสินค้า

‘ท็อปส์’ กางแผน BCP ฝ่าพายุต้นทุนพุ่ง บริหารซัพพลายเชนเข้ม ลั่นสินค้าต้องไม่ขาดชั้น!

ชู "BCP" บริหารซัพพลายเชนเข้ม ย้ำสินค้าต้องไม่ขาดชั้นจำหน่าย

เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน "ท็อปส์" ได้นำแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP : Business Continuity Plan) มาใช้โดยเน้นการบริหารจัดการสต็อกล่วงหน้า โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น (Daily Essentials) ซึ่งมีการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์รายใหญ่เพื่อสำรองสินค้าในคลังกระจายสินค้า (DC) และเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบสต็อกที่หน้าร้าน เพื่อให้มั่นใจว่าชั้นวางสินค้าจะไม่มีการขาดแคลน

สิ่งสำคัญคือการบริหารสต็อกสินค้า ท็อปส์ ใช้หลักการบริหารสต็อกแบบ “Value-Driven” โฟกัสสินค้าที่มีความต้องการสูง (Hero SKU) เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของสินค้าที่รวดเร็ว (High Turnover) วิธีนี้ช่วยลดภาระต้นทุนจมและทำให้สามารถนำเสนอสินค้าที่มีความสดใหม่และราคายุติธรรมให้กับลูกค้าได้สม่ำเสมอ

“ท็อปส์ ในฐานะผู้นำซูเปอร์มาร์เก็ตของไทย ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลผู้บริโภคให้เข้าถึงสินค้าที่จำเป็นได้อย่างต่อเนื่อง ในราคาที่เหมาะสม แม้สถานการณ์พลังงานโลกจะมีความผันผวน แต่ด้วยโครงข่ายซัพพลายเชนที่แข็งแกร่งและการทำงานร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิตอย่างใกล้ชิด มั่นใจว่าสินค้าจะมีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค”

“ตรึงราคา-เพิ่มทางเลือก” สู้ต้นทุน

ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง มีผลต่อ “ค่าขนส่ง” แต่ท็อปส์มีกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อช่วยลดแรงกดดันดังกล่าว 

“ยอมรับว่าผู้บริโภคมีความระมัดระวังมากขึ้น  แต่ขณะนี้ เรายังไม่มีนโยบายการปรับขึ้นราคาสินค้า จะพยายามรักษาเสถียรภาพราคาให้นานที่สุดผ่านการทำงานร่วมกับผู้ผลิต และใช้กลยุทธ์ทำแคมเปญช่วยลดค่าครองชีพ เพื่อลดผลกระทบต่อลูกค้า"

โดยแคมเปญช่วยลดค่าครองชีพสำหรับสินค้าในชีวิตประจำวัน “TOPS KNOCK PRICE” ภายใต้คอนเซปต์ “ถูกจริง ไม่ต้องคิดเยอะ” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของผู้บริโภคในยุคเศรษฐกิจชะลอ กับสินค้าหลากหลายรายการที่จำเป็นสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน อาหารสด และสินค้าอุปโภคบริโภคที่หมุนเวียนกันมาลดทุกเดือน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า 

นอกจากนี้ ท็อปส์ยังเพิ่มทางเลือกการเข้าถึงสินค้าคุณภาพดี ในราคาเข้าถึงได้กับสินค้า “Own Brand” กว่า 80 แบรนด์ ครอบคลุม 110 หมวดหมู่สินค้า รวมกว่า 4,800 รายการ  ซึ่งสินค้า Own Brand ของท็อปส์ ได้การตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคและเติบโตขึ้นทุกปี

“เราจะใช้ศักยภาพในการเจรจาต่อรองและการบริหารสต็อกต้นทุนเดิมมาช่วยชะลอการปรับราคา เพื่อให้ผู้บริโภคมีเวลาปรับตัวและไม่รู้สึกแบกรับภาระที่หนักจนเกินไป”

‘ท็อปส์’ กางแผน BCP ฝ่าพายุต้นทุนพุ่ง บริหารซัพพลายเชนเข้ม ลั่นสินค้าต้องไม่ขาดชั้น!

มุ่งใช้พลังงานทางเลือกบริหารต้นทุนขนส่ง รักษาโครงสร้างราคา

ธนวัตร กล่าวต่อว่า ท็อปส์ มีการใช้พลังงานทางเลือกในการขนส่งสินค้าด้วยรถขนส่ง EV เพื่อขนส่งกระจายสินค้าอุณหภูมิปกติสินค้าทั่วไป รวมถึง สินค้าควบคุมอุณหภูมิให้กับร้านท็อปส์ทั่วประเทศกว่า 24 คัน และวางแผนเพิ่มจำนวนขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้ เพื่อช่วยควบคุมต้นทุนค่าขนส่งได้ดีขึ้นแม้ในภาวะน้ำมันแพง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ "เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล" ยังสามารถรักษาโครงสร้างราคาสินค้าไว้ได้

แม้ภาคเอกชนจะพยายามบริหารจัดการอย่างเต็มที่ และมั่นใจในโครงข่ายซัพพลายเชนที่แข็งแกร่งและการทำงานร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิตอย่างใกล้ชิด จะมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค แต่ท็อปส์มองว่า เสถียรภาพของราคาพลังงานและต้นทุนค่าไฟ เป็นปัจจัยสำคัญที่ภาครัฐต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการออกมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายในระดับครัวเรือนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและประคองให้ฟันเฟืองเศรษฐกิจไทยยังคงเดินหน้าต่อไปได้