background-default

วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม 2569

Login
Login

"ทีเส็บ" ชง ครม. ประกาศปีแห่งการประชุม ฟื้นรายได้ไมซ์ไทยปี 66 เฉียด "แสนล้าน"

"ทีเส็บ" ชง ครม. ประกาศปีแห่งการประชุม  ฟื้นรายได้ไมซ์ไทยปี 66 เฉียด "แสนล้าน"

“ทีเส็บ” จ่อชง “ครม.” ประกาศ “ปีแห่งการประชุม 2566” หนุนฟื้นรายได้รวมไมซ์ไทย 9.6 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 50% ของรายได้รวม 2 แสนล้านบาทเมื่อปี 62 พร้อมจับมือ 11 พันธมิตร เร่งกระตุ้นการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศ เปิดตัวแคมเปญ “SPIRE Thailand” มั่นใจสร้างเม็ดเงินกว่า 7.8 พันล้านบาท

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า พิจารณาการประกาศให้ปี 2566 เป็นปีแห่งการประชุม (Thailand MICE to Meet You 2023) เพื่อฟื้นรายได้รวมจากอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE: การประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และจัดแสดงสินค้า) ของประเทศไทยในปีงบประมาณ 2566 (ต.ค.2565-ก.ย.2566) อยู่ที่ 96,000 ล้านบาท หรือประมาณ 50% ของรายได้รวมไมซ์ไทยเมื่อปีงบประมาณ 2562 ก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 ซึ่งมีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ขณะที่ปีงบประมาณ 2565 คาดมีรายได้รวมไมซ์ไทยอยู่ที่ 28,000 ล้านบาท คิดเป็นการฟื้นตัวราว 15% ของรายได้รวมไมซ์ไทยปีงบประมาณ 2562

สำหรับการฟื้นรายได้กลุ่มการจัดงานแสดงสินค้า (Exhibition) ทีเส็บมีแผนขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดนี้ในประเทศปี 2566 ด้วยการผนึกกำลังกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน 11 หน่วยงาน ผลักดันการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศ ภายใต้การดำเนินโครงการหลักคือ โครงการ EMTEX (Empower Thailand Exhibition)

โดยในปีงบประมาณ 2566 เปิดแคมเปญกระตุ้นการตลาดการจัดงานแสดงสินค้าร่วมกันภายใต้ชื่อ SPIRE Thailand: Strengthen Power In Regional Exhibitions” ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจกว่า 7,802 ล้านบาท จากจำนวนงานเป้าหมาย 27 งาน มีผู้เข้าชมงานรวม 50,000 คน และผู้แสดงสินค้าเข้าร่วมงานกว่า 2,000 องค์กร

“หน่วยงานพันธมิตรทั้ง 11 หน่วยงาน ภายใต้โครงการ EMTEX พร้อมเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการใช้ธุรกิจไมซ์เป็นเครื่องมือพัฒนาการจัดงานแสดงสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทย”

โดยมุ่งเน้น 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่

1.กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ

2.กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์

3.กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์และระบบเครื่องกลที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม รวมถึงกลุ่มดิจิทัลเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว

4.กลุ่มพลังงานทางเลือก รถยนต์ โลจิสติกส์ และคลังสินค้า

5.กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม การท่องเที่ยวและบริการที่มีมูลค่าสูง

เพราะการจัดงานแสดงสินค้าสามารถสร้างรายได้เข้าสู่ห่วงโซ่ธุรกิจและเป็นแพลตฟอร์มในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่ม SME ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ฐานงานแสดงสินค้าเป็นเครื่องมือทำการตลาด ทีเส็บและหน่วยงานพันธมิตรมั่นใจว่าจะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดธุรกรรมทางเศรษฐกิจได้ในระยะเวลารวดเร็ว และมั่นคงยั่งยืนในระยะยาว

“ทีเส็บมุ่งหวังว่าการเปิดตัวแคมเปญ SPIRE Thailand จะช่วยสร้างความตื่นตัวในตลาดงานแสดงสินค้าในประเทศซึ่งนิยมจัดกันในช่วงปลายปีนี้”

โดยแคมเปญดังกล่าวมอบแพ็กเกจการสนับสนุนร่วมกับพันธมิตรทั้ง 11 หน่วยงาน ประกอบด้วย การสนับสนุนงบประมาณส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศ ผ่าน 2 แพ็กเกจหลัก ได้แก่ 1.แพ็กเกจ Clustering Show สนับสนุนงานแสดงสินค้าทั่วไปในวงเงินไม่เกิน 700,000 บาท/งาน โดยเป็นงานที่ส่งเสริม 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก และต้องมีระบบการลงทะเบียนเข้างาน รวมถึงการเก็บฐานข้อมูลที่ชัดเจน

และ 2. แพ็กเกจ Regional Best Show สนับสนุนงานแสดงสินค้าระดับภูมิภาคในวงเงินไม่เกิน 1,000,000 บาท/งาน เป็นงานที่ส่งเสริม 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก มีขนาดการจัดงานทั้งหมดมากกว่า 3,000 ตารางเมตร โดยมีสินค้าและบริการครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายระดับภูมิภาคหรือข้ามภูมิภาค และอยู่ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือจากเครือข่ายภาคี EMTEX ไม่ต่ำกว่า 3 หน่วยงาน รวมถึงมีการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการด้วยกันเองแบบ Business to Business (B2B)