CHG - ซื้อ

เด่นในกลุ่มโรงพยาบาลขนาดเล็ก
ได้ประโยชน์จากลูกค้าโครงการรัฐ
การเปิดศูนย์หัวใจของโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 ช่วง 1Q56 รองรับลูกค้าทั่วไปและโครงการรัฐ และการเปลี่ยนวิธีจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยใน (IPD) โครงการประกันสังคมตามความรุนแรงของโรคโดยอิงค่าน้ำหนักความรุนแรงของโรค (RW) ตั้งแต่ 2 ขึ้นไปในอัตรา 15,000 บาท ส่งผลบวกชัดเจนต่อการเติบโตของรายได้กลุ่มโครงการรัฐในปี 2556 โดยเฉพาะรายได้ส่งต่อลูกค้าโครงการ 30 บาทมีสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 7% จาก 1% ในปี 2555 ส่วนรายได้ลูกค้าเงินสด OPD และ IPD เพิ่มขึ้นจากจำนวนผู้ใช้บริการและอัตราค่าบริการ ส่งผลให้ปี 2556 CHG มีรายได้จากการให้บริการรักษาเพิ่มขึ้น 19% ประกอบกับผลบวกจากอัตราภาษีลดเหลือ 20% ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 24% เป็น 414 ล้านบาท
เป้าหมายปี 2557 เติบโตจากการขยายเครือข่าย
ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปีนี้เพิ่มขึ้น 10-15% จากลูกค้าเงินสดและโครงการรัฐ และการขยายพื้นที่ให้บริการโรงพยาบาลเดิม (รพ.จุฬารัตน์ 3, 9, 11) และโรงพยาบาลใหม่ ในปราจีนบุรี (รพ.จุฬารัตน์ อาคเนย์) โดย รพ.จุฬารัตน์ 11 จะเปิดให้บริการเดือน พ.ค. ส่วน รพ.จุฬารัตน์อาคาเนย์จะเปิดให้บริการส่วนแรก (OPD 2 ห้องและแผนกฉุกเฉิน) ในเดือน เม.ย. ทำให้ CHG จะมีห้องตรวจเพิ่มขึ้น 22% YoY เป็น 105 ห้อง และมีเตียงเพิ่ม 13% เป็น 413 เตียง จากแผนขยายธุรกิจและความต้องการใช้เงินลงทุนในปีนี้กว่า 685 ล้านบาท ทำให้เราคาดว่าช่วง 3 ปีข้างหน้า CHG จะเติบโตแบบ Organic growth มากกว่า Inorganic growth ผ่านการทำ M&A
ปรับประมาณการกำไรลงจากเดิม 2-4%
เราปรับลดประมาณการของ CHG ลงเพื่อสะท้อนต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เร่งตัวขึ้น และรวมรพ.ใหม่ที่ปราจีนบุรี จากเดิมที่รวมเฉพาะแผนขยายพื้นที่โรงพยาบาลเดิม ทำให้รายได้จากการให้บริการรักษาเพิ่มขึ้นจากเดิม 3-4% แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะเพิ่มในอัตราที่สูงกว่ารายได้ โดยปีนี้คาดว่า CHG จะมีรายได้ 2,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY และมีกำไรสุทธิ 454 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY ทั้งนี้ เราประเมินว่า การทยอยขยายเครือข่ายจะช่วยลดผลกระทบค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น คาดว่าปีนี้ EBITDA margin และ Net margin ชะลอลงเหลือ 27.4% และ 18.1% ตามลำดับ
เติบโตสูงและปันผลสม่ำเสมอ
เราคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตระยะยาวจากความสามารถให้บริการที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งจุดเด่นทำเลที่ตั้งและความชำนาญรักษาโรคเฉพาะทาง โดยคาดว่ารายได้และกำไรสุทธิใน 3 ปีข้างหน้าจะเติบโตต่อเฉลี่ยปี 14% (CAGR) นอกจากนี้ CHG ยังมีนโยบายจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอโดยจ่ายเป็นรายไตรมาส เราคาดเงินปันผลปีนี้ในอัตราหุ้นละ 0.36 บาท ให้ผลตอบแทน 3.5% จึงถือว่า CHG เป็นหุ้นที่เด่นทั้งการเติบโตของกำไรและเงินปันผล เราประเมินมูลค่าเหมาะสมใหม่ที่ 11.80 บาท (DCF WACC 8%)







