"หุ้นไทย" ปิดตลาด ( 18 ส.ค.) ที่ 1,636.07 จุด ลดลง 3.65 จุด หรือ -0.22% หลังจากตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเร็วและแรงต่อเนื่อง ทำให้หุ้นมีการปรับฐาน คาดดัชนีขึ้นต่อเนื่อง ที่กรอบ 1,625-1,650 จุด จากฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่องหนุนดัชนี
“หุ้นไทย” ปิดตลาด (18 ส.ค.65) ที่ 1,636.07 จุด ปรับตัวลดลง 3.65 จุด หรือ -0.22% มูลค่าการซื้อขาย 76,543.26 ล้านบาท
5 อันดับ หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด คือ
1.BH มูลค่าการซื้อขาย 7,108 ล้านบาท ปิดที่ 186.50 บาท ลดลง 3.62%
2.BDMS มูลค่าการซื้อขาย 3,446 ล้านบาท ปิดที่ 27.25 บาท ลดลง 1.80%
3.BANPU มูลค่าการซื้อขาย 3,244 ล้านบาท ปิดที่ 13.90 บาท ลดลง 0.71%
4.KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,372 ล้านบาท ปิดที่ 154.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง
5.PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,698 ล้านบาท ปิดที่ 37.25 บาท ลดลง 1.32%
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ และหัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่าดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงจากในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติหากดัชนีจะปรับฐานในวันนี้ แต่ยังมองว่าตลาดหุ้นไทยจะประขึ้นต่อเนื่องการประกาศงบการเงินไตรมาส 2 ปี 2565 ที่เติบโต และจากฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่อง
บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่เป็นแรงกระตุ้นฟันด์โฟลต์ต่างชาติมาจาก 2 ปัจจัย 1.ได้รับอานิสงค์จากความตรึงเครียดสหรัฐ จีนและไต้หวัน และ 2.ภาคเศรษฐกิจของสหรัฐส่งสัญญาณเข้าสูภาวะถดถอย รวมทั้งภาคเศรษฐกิจยุโรปที่ชะลอตัว และคาดการณ์เฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ยเบาลง ซึ่งเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นฟูและการขึ้นดอกเบี้ยของประเทศไทยอยู่ในระดับที่ดี ส่งผลให้เงินบาทไม่อ่อนค่า ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เรียกฟันด์โฟลว์ต่างประเทศได้ดี
สำหรับดัชนีในวันพรุ่งนี้(19ส.ค.65) คาดปรับตัวขึ้นในกรอบแนวรับ 1,625 จุด และแนวต้าน 1,650 จุด และหุ้นกลุ่มที่น่าจับตามอง ยังคงเป็นกลุ่มแบงก์ และกลุ่มเปิดเมือง








