“หุ้นไทย” ปิดตลาด (7 เม.ย. 65) เวลา 16.30 น. ดัชนีปิดอยู่ที่ 1,682.41 จุด ปรับตัวลดลง 18.77 จุด หรือเปลี่ยนแปลงลดลง 1.10 % มูลค่าการซื้อขาย 97,091.59 ล้านบาท
โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,694.23 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ 1,674.81 จุด
5 อันดับ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด คือ
- EA ปิดที่ 88.25 บาท ลดลง 6.37%
- JDF ปิดที่ 5.50 บาท เพิ่มขึ้น 111.54%
- KBANK ปิดที่ 159.50 บาท ลดลง 1.24%
- PTT ปิดที่ 38.25บาท ลดลง 0.65%
- ADVANC ปิดที่ 227.00 บาท ลดลง 2.99%
นาย ณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยถูกดดันจากความกังวลด้านเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นทั่วโลก และการลดขนาดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะเริ่มในการประชุม FOMC ครั้งถัดไปวันที่ 3-4 พ.ค. 2565
กลุ่มที่อ่อนตัวลงคือ พลังงาน, ธนาคาร, และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนกลุ่มที่เคลื่อนไหวได้ดีกว่าตลาดคือ การแพทย์
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยถึงก่อนสงกรานต์เคลื่อนไหวกรอบแคบก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว มองแนวรับ 1,670 จุด แนวต้าน 1,690 จุด หุ้นที่คาดว่าจะเคลื่อนไหวได้ดีกว่าตลาด คือ กลุ่มที่คาดว่างบไตรมาส 1/2565 จะออกมาดี เช่น KKP, PTTEP, CPALL, BCH, M, AH เป็นต้น
ส่วนแนวโน้มกระแสเงินทุนต่างชาติ อาจมีชะลอการไหลเข้าหรืออาจเห็นสลับมาขายออก หลังจากซื้อสุทธินับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามากถึง 1.1 แสนล้านบาท คาดว่านักลงทุนต่างชาติจะรอประเมินผลกระทบจากการปรับลดขนาดงบดุลของเฟด แล้วจึงไหลกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอีกครั้งในครึ่งหลังของปีนี้








