TU - ต้นทุนทูน่าจะกดดันยอดขาย 2Q (7 เม.ย. 65)

TU - ต้นทุนทูน่าจะกดดันยอดขาย 2Q (7 เม.ย. 65)

เราคาดกำไร 1.5 พันลบ. ใน 1Q (-18% yoy, -24% qoq) เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการดำเนินงาน 2H22 หนุนจาก (1) ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งฟื้นตัว, (2) โอกาสการเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง

และ (3) สัดส่วนต้นทุน SG&A ต่อยอดขายลดลง คงคำแนะนำ ซื้อ TP 25.50 บาทต่อหุ้น

 

คาดกำไรสุทธิ 1.5 พันลบ. ใน 1Q

เราคาดรายได้ 1Q จะเติบโต 15% yoy หนุนจาก (1) ราคาขายสูงขึ้น, (2) ปริมาณขายสูงขึ้น, และ (3) ค่าเงินบาทอ่อนค่า คาดอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวเป็น 18.2% จาก 17.7% ใน 1Q21 หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นอาหารทะเลแช่แข็งสูงขึ้นเป็น 13-14% จากระดับปกติในช่วง 10-11% ขณะที่สัดส่วนต้นทุน SG&A ต่อยอดขายจะยังอยู่ในระดับสูงที่ 13.0% จากอัตราค่าขนส่งคอนเทนเนอร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง เราคาดกำไรสุทธิ 1.5 พันลบ. ใน 1Q (-18% yoy, -24% qoq)

 

รายได้ 2Q22F จะถูกกดดันจากต้นทุนทูน่า

TU รายงานต้นทุนทูน่าในมี.ค. ที่ระดับ USD1,900/ton เพิ่มขึ้น 15% mom เป็นผลจากต้นทุนเชื้อเพลิงสำหรับการประมงสูงขึ้น ซึ่งต้นทุนทูน่าที่ USD1,900/ton อยู่นอกช่วงต้นทุนที่บริหารจัดการได้ดีที่ USD1,300-1,700/ton เราจึงอาจเห็นลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อใน 2Q

 

 

 

ต้นทุนโลจิสติกส์มีแนวโน้มลดลง

ตลาดการขนส่งทางคอนเทนเนอร์มีแนวโน้มชะลอลงในปีนี้ (1) จากสถานการณ์โควิดที่ดีขึ้นตามการฉีดวัคซีนในวงกว้างทั่วโลกจะช่วยลดปัญหาความแออัดท่าเรือ และ (2) ช่องว่างระหว่าง demand-supply ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2021 นอกจากนี้ supply มีแนวโน้มจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2023 เนื่องจาก orderbook ในระดับสูงที่ 22% ของจำนวนเรือคอนเทนเนอร์ โดยมีเรือคอนเทนเนอร์ 2.3 ล้าน TEUs เทียบเท่า 7.3% ของเรือจำนวนคอนเทนเนอร์จะส่งมอบใน 2023 ซึ่งเรามองว่าปัจจัยดังกล่าวจะช่วยให้สัดส่วน SG&A ต่อยอดขายดีขึ้น

 

คงคำแนะนำ ซื้อ TP 25.50 บาทต่อหุ้น

จาก (1) ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งฟื้นตัว, (2) โอกาสการเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง และ (3) สัดส่วนต้นทุน SG&Aต่อยอดขายลดลง TU วางแผนในการ spin-off หุ้น i-Tail Corporation เพื่อ IPO ใน 3Q22 เพื่อปลดล็อคมูลค่าที่แท้จริง