อุตสาหกรรมยา นับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญของไทยที่มีแนวโน้มเติบโตในเกณฑ์ดี โดย Fitch Solution ประมาณการว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 5.7% ในช่วงปี 2021-2027 และเป็นโอกาสสำหรับEEC
Krungthai Compass มองว่ามีโอกาสมากที่จะเติบโตได้สูงกว่านี้ หากสามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ หรือ Biopharmaceuticals ที่จะเป็นเทรนด์การผลิตยาสำคัญในอนาคต และยังเป็นหนึ่งในเป้าหมายของภาครัฐที่ต้องการสนับสนุนให้เกิดการผลิตยาชีววัตถุในระดับอุตสาหกรรมตามแผน BCG Model
ยา Biopharmaceuticals เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งในเชิงป้องกันการติดเชื้อผ่านการคิดค้นและผลิตวัคซีนป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 และในเชิงการรักษาพยาบาลผ่านการพัฒนายาในกลุ่ม Monoclonal antibodies ซึ่งเป็นแอนติบอดีที่สร้างจากเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ออกแบบมาให้มีความจำเพาะ ที่จะช่วยลดจำนวนเชื้อไวรัสในร่างกายของผู้ป่วย ลดระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาล และลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตได้ ซึ่งจากข้อมูลของ Mordor Intelligence ระบุว่า มูลค่าตลาดวัคซีนในปี 2021-22 เร่งตัวขึ้นชัดเจน โดยมีมูลค่าสูงถึง 1.06 และ 1.30 แสนล้านดอลลาร์เป็นผลมาจากความต้องการวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่เพิ่มสูงขึ้น ก่อนที่คาดว่าจะทยอยชะลอตัวลงในปี 2023
อย่างไรก็ดี แม้ว่าปัจจัยบวกจากความต้องการวัคซีนป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 จะทยอยชะลอตัวลง แต่คาดว่า ยา Biopharmaceuticals จะถูกพัฒนาต่อยอดอย่างไม่หยุดนิ่งเพื่อตอบโจทย์การรักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases; NCDs) ที่มีอัตราการเกิดโรคสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคแพ้ภูมิตัวเอง เนื่องจากเป็นยาที่ออกฤทธิ์ได้อย่างเฉพาะเจาะจง มีประสิทธิภาพในการรักษาที่ดี และมีผลข้างเคียงที่น้อยกว่ายาเคมีสังเคราะห์ ซึ่งจากข้อมูลของ ReportCrux Market Research ระบุว่า ในปี 2019 อุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ทั่วโลกจะมีมูลค่า 2.44 แสนล้านดอลลาร์ และจะมีมูลค่าสูงขึ้นกว่าเท่าตัวที่ 5.47 แสนล้านดอลลาร์ ในปี 2027 หรือเติบโตเฉลี่ย 10.6% ต่อปี (CAGR ปี 2019-2027) สูงกว่าอัตราเติบโตเฉลี่ยของตลาดยาโดยรวมที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 7.2% (CAGR ปี 2019-2027)
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ (Biopharmaceuticals) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-curve) ของภาครัฐ โดยเฉพาะพื้นที่ EEC ที่มีเป้าหมายสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการให้พัฒนายาที่มีมูลค่าสูง และได้มาตรฐานระดับโลก จนสามารถเป็นฐานการผลิตยาที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย โดยส่งเสริมการวิจัยยาและผลิตเวชภัณฑ์ให้มากขึ้น และมุ่งเน้นผลิตยาชีววัตถุคล้ายคลึง (Biosimilar) ซึ่งคือยาสามัญของยาชีววัตถุต้นแบบ (Biologic) ที่มีการวิจัยและจดสิทธิบัตรแต่สิทธิบัตรหมดอายุลงแล้ว ซึ่งปัจจุบันยาชีววัตถุมีการเติบโตอย่างรวดเร็วจนมีขนาดใหญ่กว่ายาสามัญทั่วไป
บทความโดย
สุจิตรา อันโน
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS









