"หนี้ครัวเรือนไทย" : ความระทมทุกข์ที่รอการแก้ไขนานมาก(4)

ประเทศในเอเชียที่เคยมีปัญหาหนี้ครัวเรือนและประสบความสำเร็จในการแก้ไขหนี้ครัวเรือนของประชาชนคือประเทศเกาหลีใต้ ในปี 2556
จากข้อมูลของ Trading Economics พบว่า หนี้ครัวเรือนของสวิตเซอร์แลนด์เพิ่มขึ้นจาก 132% ต่อ GDP ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 เป็น 133.6% ต่อ GDP ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 สูงกว่าหนี้ครัวเรือนไทยมาก หนี้ครัวเรือนของสวิตเซอร์แลนด์สูงกว่า 100% ต่อ GDPมาตั้งแต่ปี 2543 เศรษฐกิจของสวิตเซอร์แลนด์ก็ยังไม่มีปัญหา ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ก็ไม่มีปัญหาหนี้เสีย เศรษฐกิจยังเติบโตได้ ความแตกต่างของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์คือความแตกต่างของรายได้ต่อหัวของประชากรและความสามารถในการชำระหนี้คืนรายได้ต่อหัวของประชากรไทยต่อปีอยู่ที่ 6,502.06 เหรียญสหรัฐ ขณะที่รายได้ต่อหัวของประชากรสวิตเซอร์แลนด์ต่อปีอยู่ที่ 79,406.70 เหรียญสหรัฐ รายได้ต่อหัวของประชากรไทยเท่ากับ 8.19% ของรายได้ต่อหัวต่อปีของประชากรสวิตเซอร์แลนด์เท่านั้น
ธนาคารแห่งชาติของสวิตเซอร์แลนด์ ดำเนินมาตรการทางการเงินแบบผ่อนคลายด้วยการลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากเกิดวิกฤติแฮมเบอเกอร์ในสหรัฐในปี 2551 ทำให้ดอกเบี้ยลดลงต่อเนื่อง จนติดลบในช่วงปลายปี 2557 ถึงปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยลดลงไปอยู่ที่ลบ 0.75% หมายความว่าธนาคารกลางจะคิดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารพาณิชย์ที่นำเงินมาฝากหรือเงินสำรองส่วนเกินมาฝากไว้กับธนาคารกลาง เพื่อกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์นำเงินไปปล่อยสินเชื่อให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน เพราะไม่ต้องการจ่ายดอกเบี้ยให้ธนาคารกลางรัฐบาลยังมีมาตรการทางด้านภาษีที่สามารถนำดอกเบี้ยที่เกิดจากการจำนองและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอสังหาริมทรัพย์มาหักลดหย่อนภาษีได้ ครัวเรือนของสวิตเซอร์แลนด์กู้ยืมเงินเพื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้น
โดยหนี้ส่วนนี้ประมาณ 75% ของหนี้ทั้งหมด ตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่สูงจึงไม่ใช่เรืองที่น่ากังวล เนื่องจากสินทรัพย์ทางการเงินของครัวเรือนยังมีมูลค่ามากว่าหนี้ ขณะที่หนี้ครัวเรือนของไทยเป็นหนี้เกิดจากการกู้เงินเพื่อการอุปโภคบริโภค คนไทยขาดวินัยทางการเงินและมีความเหลื่อมล้ำของรายได้
ประเทศในเอเชียที่เคยมีปัญหาหนี้ครัวเรือนและประสบความสำเร็จในการแก้ไขหนี้ครัวเรือนของประชาชนคือประเทศเกาหลีใต้ ในปี 2556 ประธานาธิบดีปัก กึน เฮ ได้ประกาศนโยบายหาสียงให้การแก้ไขหนี้ครัวเรือนเป็นวาระสำคัญของชาติ ประกาศแผนปลดหนี้ให้ประชาชน 1.6 ล้านคน ซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อยโดยจัดตั้งกองทุนความสุขแห่งชาติใช้เงินไปกับการปรับโครงสร้างหนี้ถึง 6.8 ล้านล้านวอน (ประมาณ 2.1 แสนล้านบาท) น่าสนใจมากครับ ขอนำเสนอรายละเอียดตอนต่อไป เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขหนี้ครัวเรือนของไทยวาระแห่งชาติที่รอการแก้ไขอย่างเร่งด่วน







