การระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกได้ผลักดันให้ภาคการผลิตต้องปรับตัวและหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ หรือรถลำเลียงอัตโนมัติ และเทคโนโลยี 5G
ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการผลิตให้เกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยภาคการผลิตไทยเริ่มนำเทคโนโลยี 5G มาใช้แล้ว เช่น การใช้รถลำเลียงอัตโนมัติ ลำเลียงชิ้นส่วนการผลิตในโรงงาน เพื่อลดเวลาและอันตรายจากการขนส่ง นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายโครงการที่อยู่ระหว่างการทดสอบการใช้งานเทคโนโลยี 5G ให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง
ในระยะข้างหน้า การใช้เทคโนโลยี 5G อย่างแพร่หลายจะส่งผลให้อุปกรณ์ IoT จำนวนมหาศาลถูกเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 5G ดังนั้น 5G private network หรือระบบเครือข่าย 5G ส่วนตัวจึงเป็นรูปแบบการใช้เครือข่ายที่เข้ามาช่วยให้การใช้งานเทคโนโลยี 5G ในภาคการผลิตมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงมีความปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย โดยสมาคมผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมโลก (Global System for Mobile Communication: GSMA) ประเมินว่าภายในปี 2030 อุปกรณ์ IoT สำหรับภาคการผลิตมากกว่า 4.3 พันล้านชิ้นทั่วโลกจะถูกเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 5G ซึ่งจะเกิดความท้าทายตามมาว่าผู้ให้บริการเครือข่ายจะสามารถขยายโครงข่ายได้ทันกับการใช้งานที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคตได้หรือไม่ รวมถึงความกังวลในด้านความปลอดภัยในการใช้งานข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนจากการใช้เทคโนโลยี 5G ผ่านเครือข่ายสาธารณะที่ใช้งานร่วมกันระหว่างผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ซึ่งการใช้ 5G private network นั้น เป็นการนำคลื่นความถี่มาสร้างเครือข่ายส่วนตัวจะเข้ามาตอบโจทย์การใช้งานเทคโนโลยีของภาคการผลิตได้ตรงจุดมากขึ้น ทั้งในด้านเสถียรภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบัน การใช้งาน 5G private network ทั่วโลก มีทั้งในรูปแบบของการใช้งานผ่านผู้บริการเครือข่ายและการพัฒนา 5G private network ของตนเอง แต่ในอนาคตความต้องการในการพัฒนา 5G private network ของตนเองจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
สะท้อนได้จากผลการสำรวจความคิดเห็นการใช้เทคโนโลยี 5G ในภาคการผลิตจาก 1,018 บริษัททั่วโลกในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. 2021 ของ EY พบว่า บริษัทราว 50% วางแผนที่จะใช้ 5G private network ในแผนการลงทุนเทคโนโลยี 5G ขององค์กร และ 64% มองว่าการถือครองคลื่นความถี่เพื่อพัฒนา 5G private network ของตัวเองจะมีความจำเป็นในอนาคต
สำหรับไทย การเปิดโอกาสให้ภาคการผลิตสามารถถือครองคลื่นความถี่เพื่อพัฒนา 5G Private network ของตนเองนั้น นอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเทคโนโลยี 5G แล้ว ยังสามารถยกระดับภาคการผลิตไทยได้ในอนาคต ปัจจุบันการใช้งาน 5G private network ของไทยอยู่ในรูปแบบของการใช้งานผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายเนื่องจากคลื่นความถี่สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ทั้งหมดถือครองโดยผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ด้วยปริมาณคลื่นความถี่ที่มีอยู่จำกัดจึงทำให้การพัฒนาเครือข่ายเพื่อใช้งาน 5G private network อาจไม่สามารถขยายการให้บริการได้มากนัก
ในขณะเดียวกัน ภาครัฐเองก็มีแผนในการจัดสรรคลื่นความถี่เพิ่มเติมสำหรับการใช้งานของภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ดังนั้น การจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับภาคการผลิตโดยตรงในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการและราคาที่เหมาะสมอาจต้องนำมาพิจารณาเพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยี 5G อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัย ซึ่งการสนับสนุนให้ภาคการผลิตพัฒนา private network ของตนเองไม่เพียงจะทำให้เกิดการพัฒนาผลิตภาพที่ดียิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมให้เกิดขึ้นอีกด้วย







