วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เทคโนโลยีชีวภาพแห่งอนาคต กับความเสี่ยงของประเทศเกษตรกรรม

โอกาสกำลังมา ถ้าไม่รีบคว้า จะเป็นเรื่องที่น่ากังวล!เพราะในเวลานี้  สมรภูมิแห่งวงการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูงกำลังร้อนระอุ และหนึ่งในเทคโนโลยีที่กำลังจับตามองคือ “ชีววิทยาสังเคราะห์” หรือ “synthetic biology”

มองลึกลงไปในสายวิวัฒนาการ สิ่งมีชีวิตทั้งหลายต่างก็ผ่านวิวัฒนาการมาร่วมกัน วิถีและกลไกต่างๆ ทางชีวเคมีจึงมีความคล้ายคลึงกันอยู่ค่อนข้างมาก แค่เพียงความต่างทางพันธุกรรมเพียงน้อยนิดก็จะทำให้สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดพัฒนาลักษณะเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมาได้ เช่นกลิ่นรสเฉพาะตัวของพืช สัตว์และจุลินทรีย์ต่างๆ และลักษณะที่ว่ามักจะเป็นผลมาจากสารเคมีที่สิ่งมีชีวิตนั้นสร้างได้ อาทิเช่น สารหอมระเหย รงควัตถุและสารออกฤทธิ์ต่างๆ

สารพวกนี้บางอย่างมีมูลค่าและเป็นที่น่าจับตามองสำหรับนักลงทุน ทว่าในระบบการผลิตสารออกฤทธิ์จากพืชในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่ยังยึดโยงอยู่กับการทำการเกษตรแบบเก่า คือปลูกเป็นไร่ ขายเป็นเกวียน ลงทุนมาก ใช้เวลานาน แต่อาจจะสกัดสารได้นิดเดียว

เพราะอย่าลืมว่าในการผลิตทุกอย่างคือค่าใช้จ่าย ทั้งสายพันธุ์ น้ำ ไฟ โรงเรือน ปุ๋ย  และคน ล้วนแล้วแต่เป็นต้นทุนที่ต้องจ่ายทั้งสิ้น และยิ่งต้องใช้เวลามาก ต้นทุนที่ต้องลงไปก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย และเมื่อต้นทุนลงเยอะ ข้อได้เปรียบในเรื่องราคาก็จะลดลงไปด้วยแต่ในเวลานี้ เทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์กำลังค่อยๆ ปฏิวัติอุตสาหกรรมชีวภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลิตสารออกฤทธิ์มูลค่าสูง

จะดีแค่ไหน ถ้าสามารถสั่งแบคทีเรียหรือยีสต์ที่ใช้กันอยู่แล้วปกติในอุตสาหกรรม ให้ผลิตสารเคมีสังเคราะห์ยาก หรือสารยาราคาแพงที่เดิมต้องสกัดออกมาจากพืชหรือสัตว์เท่านั้น 

ซึ่งจุลินทรีย์พวกนี้โดยปกติในโรงงานเทคโนโลยีชีวภาพ ก็เลี้ยงกันอยู่แล้วเป็นร้อยเป็นพันตัน ควบคุมคุณภาพก็ง่าย ใช้เวลาหมักเพียงแค่ไม่ถึงสัปดาห์  ก็ได้ผลผลิตออกมามากกว่าปลูกทั้งปี เก็บเกี่ยวเสร็จ ก็เริ่มลงผลิตล๊อตใหม่ได้ทันที ฟังดูอุดมคติใช่ไหมล่ะครับ

แต่เทคโนโลยีที่ว่านั้นเกิดขึ้นแล้ว ในขณะที่หลายประเทศยังคงพยายามคัดเลือกพันธุ์พืชที่ผลิตสารที่ต้องการได้เยอะ นักวิจัยกลุ่มใหญ่กลับมุ่งมั่นที่จะออกแบบปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงวิถีทางชีวเคมีของจุลินทรีย์ให้ผลิตสารเคมีได้ตามที่สั่ง

ถ้าหากเราเข้าใจความต่างทางชีวเคมี ในสิ่งมีชีวิตที่ต่างกันดีพอ เราก็สามารถจะปรับเอาลักษณะของสิ่งมีชีวิตหนึ่งไปใส่ในสิ่งมีชีวิตหนึ่งได้ไม่ยากเย็น นั่นคือถ้าเราเข้าใจวิถีทางชีวเคมีอย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะถ้าหาได้ว่ามีเอนไซม์ใดบ้างที่พืชจำเป็นต้องสร้างเพื่อผลิตกลิ่นหอมรัญจวนของดอกมะลิขึ้นมา และสามารถปรับแต่งให้ยีสต์ผลิตเอนไซม์เหล่านั้นได้ เราก็จะได้ยีสต์สายพันธุ์ใหม่ที่สามารถผลิตกลิ่นหอมดอกมะลิได้

แน่นอนว่าในตอนแรก การลงทุนคงไม่เบา แต่หลังจากที่ได้จุลินทรีย์สายพันธุ์ที่ผลิตสารที่ต้องการ ได้มาก ที่เหลือคือการผลิตในถังหมักอุตสาหกรรมและรอเก็บเกี่ยวได้เลย ไม่ต้องปลูกเป็นไร่ ไม่ต้องใช้พื้นที่สวน ไม่สนฤดูกาล เรียกว่าเก็บกินได้แบบยาวๆ 

กระซิบว่าในขณะที่ในหลายประเทศกำลังตื่นเต้นกับกระแสกัญชาฟีเวอร์  นักวิจัยจากสหรัฐอเมริกาได้ประสบความสำเร็จในการสร้างสายพันธุ์ยีสต์ผลิตสารออกฤทธิ์ในกัญชาขึ้นมาได้แล้ว ทั้ง CBD และ CBG และได้เริ่มทดลองผลิตในสเกลใหญ่ระดับอุตสาหกรรมแล้วด้วย

นี่จึงเป็นความเสี่ยงสำหรับประเทศที่เศรษฐกิจนั้นยังยึดมั่นอยู่ในการทำเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตสารเคมีมูลค่าสูงจากธรรมชาติ เพราะผู้ใดที่มีเทคโนโลยีอยู่ในมือ ผู้นั้นคือผู้ยึดครองตลาด

เป็นที่น่ายินดีที่เริ่มมีหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนเริ่มให้ความสนใจกันอย่างจริงจัง กับอุตสาหกรรมชีววิทยาสังเคราะห์ จนมีการรวมตัวกันเพื่อก่อตั้งเครือข่ายความร่วมมือ Thailand SynBio Consortium" เพื่อช่วยผลักดันความก้าวหน้าในด้าน "เทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์" ในประเทศไทย เมื่อปลายปี 2021 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ก็ยังมีเอกชนอีกหลายแห่งที่เริ่มโดดลงมาเล่นแล้วในสนามแห่งอุตสาหกรรมชีววิทยาสังเคราะห์

ถือเป็นการเริ่มต้นที่น่าสนใจ รอลุ้นดูล่ะครับว่า นโยบายภาครัฐจะช่วยผลักดันก้าวต่อไปของ Thailand SynBio Consortium นั้นไปได้ไกลแค่ไหน จะเตาะแตะ หรือจะเผ่นโผนโจนทะยาน อีกไม่นานก็รู้