วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Media Sector แนวโน้มยังคงแข็งแกร่ง (10 มี.ค. 65)

กำไรสุทธิโดยรวมสำหรับปี 2564 ของหุ้นกลุ่มสื่อที่เราศึกษาอยู่ คือ บมจ. บีอีซี เวิลด์ (BEC.BK/BEC TB)*, บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR.BK/MAJOR TB)*, บมจ. แพลนบี มีเดีย (PLANB.BK/PLANB TB)* และ บมจ.วีจีไอ (VGI.BK/VGI TB)*) เพิ่มขึ้นเป็น 2.7 พันล้านบาท (+602% YoY)

โดยสาเหตุสำคัญมาจากกำไรพิเศษของ MAJOR จากการขายหุ้นทั้งหมดใน บมจ.สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ (SF.BK/SF TB) ออกไป แต่หากไม่รวมรายการพิเศษ หุ้นกลุ่มสื่อที่เราศึกษาอยู่จะมีผลขาดทุนหลักรวม 60 ล้านบาท ดีขึ้นจากที่มีผลขาดทุนหลัก 86 ล้านบาทในปี 2563 ซึ่งหากพิจารณาผลการดำเนินงานหลัก เราพบว่า BEC เป็นเพียงบริษัทเดียวที่ผลประกอบการดีขึ้น YoY ในปี 2564 โดยพลิกจากขาดทุน 208 ล้านบาทในปี 2563 เป็นกำไร 814 ล้านบาทในปี 2564 เพราะการปรับโครงสร้างธุรกิจทำให้ต้นทุน รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง ขณะที่ MAJOR ถูกกระทบหนักที่สุดในปีที่แล้วเพราะมีการปิดบริการโรงภาพยนตร์ชั่วคราวในช่วง 2Q64 – 3Q64

 

ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มสื่อทุกตัวที่เราศึกษาอยู่จะฟื้นตัวขึ้นในปี 2565

เราเชื่อว่าผลประกอบการของหุ้นกลุ่มสื่อทุกตัวที่เราศึกษาอยู่จะฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 น่าจะดีขึ้นหลังจากที่มีการกระจายวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กับประชาชนมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตดีขึ้น และธุรกิจโฆษณากลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง โดยเราคาดว่า อุตสาหกรรมโฆษณาจะพลิกจากที่เคยชะลอตัวลง 0.4% YoY ในปี 2564 เป็นขยายตัวได้ 6.5% YoY ในปี 2565 และ 7.5% YoY ในปี 2566 โดยอิงจากอัตราการเติบโตของ GDP ประเทศไทยที่ทางเคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินไว้ที่ 4.3% - 4.5% ในปี 2565-2566 ตามลำดับ

 

 

 

คาดว่ากำไรของ MAJOR และ PLANB จะโตโดดเด่นในปี 2565

เราคาดว่ากำไรของ MAJOR และ PLANB จะโตโดดเด่นในปี 2565 โดยเราคาดว่า MAJOR จะพลิกกลับเป็นกำไรหลัก 588 ล้านบาทในปี 2565 จากที่มีผลขาดทุนหลัก 710 ล้านบาทในปี 2564 เพราะในปีนี้ไม่น่าจะมีการปิดโรงภาพยนตร์เหมือนในปี 2564 อีก และมีโปรแกรมหนังเด็ดรอเข้าฉายตั้งแต่ปลาย 1Q65 เป็นต้นไป ทั้งจากฮอลลีวู้ด และภาพยนตร์ไทย ในขณะเดียวกันเราคาดว่ากำไรของ PLANB จะโตแรงถึง 1,373% YoY เนื่องจาก i) คาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะหนุนธุรกิจโฆษณาซึ่งรวมถึงสื่อนอกบ้าน ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทด้วย ii) ความสามารถในการให้บริการจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 2Q65 เป็นต้นไป หลังจากบริษัทเข้าไปซื้อ บจ.อควา แอด (AA) และ บจ.บรอดเวย์ มีเดีย (BWM) ซึ่งทำธุรกิจสื่อนอกบ้าน เช่นเดียวกัน โดยจะทำให้ความสามารถในการให้บริการของ PLANB เพิ่มขึ้นอีกปีละ 1.0 พันล้านบาท และ iii) จ่ายค่าผลตอบแทนขั้นต่ำให้แก่ บมจ.มาสเตอร์ แอด (MACO.BK/MACO TB) ลดลงจาก 700 ล้านบาท/ปี เหลือ 250 ล้านบาท/ปี หลังจากที่เข้าไปซื้อป้ายโฆษณาจาก MACO ตั้งแต่ธันวาคม 2564

 

Stocks for action

เรายังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มสื่อที่ “มากกว่าตลาด” เนื่องจากคาดว่ากำไรจะเติบโตอย่างน่าประทับใจในปี 2565 ทั้งนี้เราคาดว่าหุ้นกลุ่มสื่อที่เราศึกษาอยู่จะพลิกมามีผลกำไรหลักรวมกันราว 3.3 พันล้านบาท จากที่ขาดทุนจากธุรกิจหลัก 60 ล้านบาทในปี 2564 โดยเรายังคงราคาเป้าหมายของ BEC ที่ 18.00 บาท (PERที่ 32.3 เท่า), ของ MAJOR ที่ 26.75 บาท (DCF), ของ PLANB ที่ 10.00 บาท (PER ที่ 45.5 เท่า) และของ VGI ที่ 6.00 บาท (SOTP) โดยเราเลือก MAJOR และ PLANB เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มนี้จากแนวโน้มกำไรที่โดดเด่นในปี 2565

 

Risks

ยอดโฆษณาต่ำเกินคาด