สมาคมฯจะยื่นหนังสือต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์วันนี้ เพื่อเสนอให้ปลดล็อกราคาปุ๋ยให้เป็นไปตามราคาในตลาด เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจของผู้ประกอบการปุ๋ย
เลขานุการฝ่ายวิชาการ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สุภัค เหล่าดี ระบุ สมาคมฯจะยื่นหนังสือต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์วันนี้ เพื่อเสนอให้ปลดล็อกราคาปุ๋ยให้เป็นไปตามราคาในตลาด เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจของผู้ประกอบการปุ๋ยในการนำเสนอต้นทุนการผลิตให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณากำหนดเพดานปุ๋ยขายปลีกในฤดูกาลผลิตที่จะถึงในเดือนพฤษภาคมนี้
เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ราคานำเข้าแม่ปุ๋ย ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 625 ดอลลาร์ต่อตัน จากเดิม 350-400 ดอลลาร์ต่อตัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 100% ทำให้ผู้ประกอบการไม่กล้าตัดสินใจนำเข้า เพราะกังวลเรื่องราคาขายปลีกในประเทศ
ปัจจุบันไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีประมาณ 5 ล้านตันต่อปี ในจำนวนนี้เป็นการนำเข้าจากรัสเซียประมาณ 4-5 แสนตัน และจากเบลารุสประมาณ 2 แสนตัน คิดเป็น 14 – 15% ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดของไทย
ในเดือนพฤษภาคมนี้ จะเป็นช่วงทำนาปีทั้งประเทศจะมีความต้องการปุ๋ยมากขึ้น ซึ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการต้องสั่งซื้อล่วงหน้ามาเตรียมไว้ ส่วนหนึ่งเพราะต้องแย่งซื้อกับประเทศคู่แข่ง เนื่องจากเบลารุสมีปัญหาและรัสเซียห้ามส่งออกปุ๋ย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ต้องรีบตัดสินใจเรื่องนี้
ที่ผ่านมาสมาคมฯให้ความช่วยเหลือนโยบายของรัฐบาลมาโดยตลอด ในปีที่ผ่านมาได้ลดราคาปุ๋ยกระสอบละ 50 บาท จำนวน 5 ล้านกระสอบ พร้อมกับตรึงราคาถึง 3 รอบ ในปีนี้หากนำนโยบายเดิมมาใช้อีก คาดว่าคงมีผู้ประกอบการหลายรายถอนตัว เพราะต้นทุนปุ๋ยเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ด้านนายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช ระบุ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ราคาปุ๋ยปรับเพิ่มขึ้นเท่าตัว เพราะรัสเซียเป็นตลาดใหญ่ 1 ใน 4 ของโลก เมื่อระบบการเงินรัสเซียถูกบล็อกจึงกระทบกระเทือนการค้าไปทั้งโลก
ในส่วนของไทยที่นำเข้าปุ๋ยจากเบลารุส ผ่านเมืองท่าในยูเครน จึงเกิดปัญหานำเข้าลำบาก ต้องสั่งซื้อผ่านจีนและสิงคโปร์ ทำให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นไปอีก









