คลังถกธปท.-ตลาดหลักทรัพย์รับมือความผันผวนต่อเศรษฐกิจจากผลกระทบการสู้รบ”รัสเซีย-ยูเครน”ชี้กระทบทางอ้อมราคาน้ำมันพุ่ง-ราคาสินค้าแพง
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทางกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆทั้งตลาดเงินและตลาดทุน เพื่อประเมินผลกระทบปัจจัยต่างๆที่จะมีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกรณีความการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนว่า จะมีผลกระทบต่อทางตรงและทางอ้อมกับไทยอย่างไรบ้าง
“เราต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด งานนี้ กระทรวงการคลังเองจะต้องคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทั้งด้านตลาดเงิน ตลาดทุน ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อมองให้เห็นภาพตรงกันว่า เรามองทิศทางเป็นอย่างไร จากนั้น ก็ดูวิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งทางตรงทางอ้อมว่า มีอะไรบ้าง”
ทั้งนี้ ในระดับทีมงานของหน่วยงานต่างๆอยู่ระหว่างการหารือาร่วมกัน ขณะที่ ในระดับผู้ใหญ่ก็ติดตามและหารือกันอย่างใกล้ชิด โดยทุกคนได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และต้องหาข้อสรุปให้เร็ว เพราะต้องยอมรับว่า กรณีความขัดแย้งของสองประเทศดังกล่าว จะมีผลกระทบทั้งทางตรงทางอ้อม
“บางคนก็มองว่า รัสเซียกับเรามีการค้าไม่มาก แต่ผลที่เกิดขึ้น คือ รัสเซียเป็นคนซัพพลายน้ำมันในตลาดโลก ถ้าจะระงับการส่งออก พลังงานก็จะมีจำกัด และแม้ว่า ในส่วนที่ประเทศต่างๆจะนำน้ำมันสำรองมาใช้ แต่มันก็ไม่เพียงพอ ฉะนั้น ก็ต้องวิเคราะห์ว่า จะมีผลอะไรบ้างกับเรา ทั้งทางตรงทางอ้อม เช่น ผลต่อราคาสินค้า ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็ต้องไปดูแล้วว่า เพราะเป็นเรื่องของต้นทุนน้ำมันที่มีต่อสินค้า ไม่ใช่การเงิน นี่ต้องแยกให้ชัด”
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมองในแง่การคลัง เราพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวหรือไม่ เขากล่าวว่า ยังประเมินสถานการณ์อยู่เลยว่า ผลกระทบเป็นอย่างไร ที่อ้อมมาโดนเราตรงๆ คือ ราคาน้ำมัน และเงินเฟ้อ ส่วนทางตรง เราไม่ได้ค้าขายกันมาก อย่างไรก็ตาม ผลกระทบทางอ้อมก็เป็นผลกระทบใหญ่กับเศรษฐกิจ
เขากล่าวด้วยว่า ขณะนี้ มีกระแสข่าวว่า สมาคมส่งออกเริ่มได้รับผลกระทบเกี่ยวกับการระงับส่งออก ฉะนั้น ทางผู้ประกอบการก็มีผลเหมือนกัน แต่ทุกอย่างเป็นคำบอกเล่า จะต้องนำข้อเท็จจริงมาวิเคราะห์อีกครั้ง









