วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 28 February 2022

ราคาน้ำมันดิบทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล หลังสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนทวีความรุนแรงมากขึ้น

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 90-95 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 96-101 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

 

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 28 February 2022

 

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (28 ก.พ. – 4 มี.ค. 65)
 

ราคาน้ำมันดิบทะลุเกินระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบ 10 ปี จากเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากรัสเซียส่งกองกำลังทหารเข้าไปยังภูมิภาค Donetsk และ Luhansk ซึ่งเป็นเมืองที่แยกตัวเป็นอิสระจากยูเครน และได้รับการรับรองจากรัสเซียจากสภารัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีเหตุระเบิดหลายครั้งในเมืองหลวง Kyiv ของยูเครน ทำให้หลายฝ่ายกังวลสงครามที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างรัสเซียและกลุ่มนาโต้ จนส่งผลกระทบต่อปริมาณความต้องการใช้น้ำมันและเศรษฐกิจโลก รวมถึงปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบหากมีการใช้มาตรการคว่ำบาตรในธุรกิจพลังงานรัสเซีย 
 

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

-  ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นสูง หลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนตึงเครียดมากขึ้น โดยวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา รัสเซียประกาศส่งกองกำลังทหารเข้าไปในยังภูมิภาค Donetsk และ Luhansk ที่แยกตัวเป็นอิสระของยูเครนตะวันออก และเกิดเหตุระเบิดขึ้นหลายแห่งในเมืองหลวง Kyiv ของยูเครน ทำให้ตลาดกังวลอาจจะเกิดสงคราม จนส่งผลกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจและปริมาณความต้องการน้ำมันโลก 

-  วันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา หลายชาติอาทิเช่น สหรัฐฯ กลุ่มยุโรป อังกฤษ ญี่ปุ่น ได้ประกาศคว่ำบาตรโดยมุ่งเน้นไปยังธนาคารของรัสเซีย โดยยังไม่มีการประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรในธุรกิจพลังงาน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตลาดน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม เยอรมนีได้ระงับใบอนุญาตท่อขนส่งก๊าซธรรมชาติ Nord Stream 2 จากรัสเซียไปยังเยอรมนี เพื่อตอบโต้รัสเซียในประเด็นการส่งทหารดังกล่าว 

-    ตลาดน้ำมันดิบยังได้แรงหนุนจากอุปทานที่ตึงตัว เนื่องจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดิบและชาติพันธมิตร หรือกลุ่มโอเปคพลัส ยังคงประสบปัญหาในการเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้ตามเป้า ขณะที่ตลาดคาดว่าการประชุมกลุ่มโอเปคพลัสในวันที่ 2 มี.ค. ทางกลุ่มจะเพิ่มกำลังการผลิตตามแผนเดิม หลังรัฐมนตรีจากกลุ่มประเทศอาหรับกล่าวว่ากลุ่มโอเปคพลัส ควรยึดแผนการผลิตตามข้อตกลงเดิมในการเพิ่มปริมาณการผลิต 400,000 บาร์เรลต่อวัน โดยปฏิเสธการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามข้อเรียกร้อง ล่าสุดการความร่วมมือในการลดกำลังการผลิต (OPEC+ Compliance) ในเดือน ม.ค. 65 อยู่ที่ระดับ 129% เพิ่มขึ้นจากเดือน ธ.ค. 64 ที่ 122% 
 

 

 

-  รัฐมนตรีพลังงานของรัสเซีย เปิดเผยว่าราคาน้ำมันดิบที่ระดับ 55-70 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เป็นระดับที่เหมาะสม เพราะหากราคาน้ำมันดิบมีผลต่อราคาผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยหากราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับสูงจนเกินไป อาจส่งต่อภาคเศรษฐกิจและปริมาณความต้องการใช้น้ำมันที่อาจชะลอตัว ทั้งนี้รัสเซียยังมีความสามารถในการเพิ่มกำลังการผลิตตามข้อตกลง เนื่องจากมีการลงทุนในโครงการใหม่ๆ เช่น Vostok Oil เพื่อตอบสนองความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น 

-  การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านมีความคืบหน้าและได้ข้อสรุปมากขึ้น ทั้งนี้หากสามารถบรรลุข้อตกลงได้จะส่งผลให้อิหร่านสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะทำให้อุปทานน้ำมันดิบโลกเพิ่มขึ้นราว 1% โดยล่าสุดหลายประเทศในเอเซีย อาทิเช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เผยว่าพร้อมที่จะนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านได้ภายใน 2-3 เดือน หากมีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร 

-   เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) ของจีนเดือน ก.พ. 65 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ดัชนีผู้บริโภค (Consumer Index) ของกลุ่มยูโรโซนเดือน ก.พ. 65 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า

 

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (21 – 25 ก.พ. 65)  

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 0.52 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 91.59 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกันกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับเพิ่มขึ้น 4.39 ดอลลาร์สหรัฐฯ  มาอยู่ที่ 97.93 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 96.01 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังจากที่ตลาดกังวลสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปคพลัสยังคงเพิ่มขึ้นอย่างจำกัด ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบอยู่ในระดับตึงตัว