ผลประกอบการ 4Q64 และประกาศจ่ายเงินปันผลงวดปี 2564 ที่ 0.17 บาท/หุ้น (XD วันที่ 5 พฤษภาคม)
ผลประกอบการ 4Q64 ออกมาดีมากและทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.81 พันล้านบาท
กำไรสุทธิของ CHG ใน 4Q64 อยู่ที่ 1.81 พันล้านบาท (+614.5% YoY, +15.9% QoQ) โดยกำไรสุทธิใน 4Q64 และในปี 2564 คิดเป็น 40.7% และ 120.9% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเราที่ 2.98 พันล้านบาท ทั้งนี้ ผลประกอบการออกมาดีกว่าประมาณการของเรา 49.3% และดีกว่า consensus 112.5% เนื่องจาก i) รายได้เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง (+155.9% YoY) ii) อัตรากำไรสูงเกินคาด โดยอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 60.6% ใน 4Q64 (จาก 33.8% ใน 4Q63 และ 50.8% ใน 3Q64) และ iii) คุมค่าใช้จ่าย SG&A ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสัดส่วน SG&A/รายได้ต่ำเพียง 3.0% เท่านั้น (จาก 13.7% ใน 4Q63 และ 7.7% ใน 3Q64) ทั้งนี้ รายได้อยู่ที่ 3.87 พันล้านบาท (+155.9% YoY, -11.9% QoQ) โดยรายได้ทุกกลุ่มเพิ่มขึ้น YoY (OPD, IPD, SSO และ NHSO) นำโดยรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 โดยสรุปแล้ว โมเมนตั้มของ CHG จะยังคงเป็นบวกจากการตรวจรักษาที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 (บริการตรวจหาเชื้อ,การรักษาในโรงพยาบาล, โรงพยาบาลสนามเฉพาะทาง และ hospitels) นอกจากนี้ บริษัทยังมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากบริการที่ไม่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 เนื่องจากมีผู้ป่ วยเลื่อนเข้ารับการรักษาจากช่วง 2Q-3Q64
นอกจากนี้ CHG ยังได้อานิสงส์จากโรงพยาบาลที่เปิดใหม่สองแห่งด้วย (จุฬารัตน์ 304 และ รวมแพทย์ฉะเชิงเทรา)
ii) โรงพยาบาลที่เปิดใหม่สองแห่ง (จุฬารัตน์ 304 และ รวมแพทย์ ฉะเชิงเทรา) จะช่วยหนุนกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยเรายังคงมองบวกกับแนวโน้มธุรกิจหลังจากที่ผลการดำเนินงานออกมาน่าพอใจหลายไตรมาสติดต่อกัน
ยังคงมองบวกเหมือนเดิม
หลังจากที่ผลการดำเนินงานออกมาดีเป็นพิเศษในปี 2564 เรายังคงมองบวกกับแนวโน้มการเติบโตของ CHG เนื่องจาก i) ผลการดำเนินงานของจุฬารัตน์ 304 และ รวมแพทย์ ฉะเชิงเทราดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและน่าจะมีกำไรในปีนี้ ii) มีรายได้จากการบริหารโรงพยาบาล (พัทยา, เกาะล้าน และศูนย์หัวใจโรงพยาบาลสิรินธร) และ iii) มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการให้บริการวัคซีนทางเลือก
คงประมาณการกำไรเอาไว้เท่าเดิม
เราคิดว่าการดำเนินงานของ CHG จะกลับไปเป็นปกติด้วยการให้การรักษาพยาบาลที่ไม่เกี่ยวกับ COVID
ในปี 2565 ตามสถานการณ์โรคระบาดที่ลดความรุนแรงลง YoY ดังนั้น เราจึงยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2565F เอาไว้เท่าเดิมที่ 1.34 พันล้านบาท (-68.1% YoY) โดยมองว่ายังมี upside อีกจากการระบาดของสายพันธุ์ Omicron
Valuation & action
เรายังคงคำแนะนำถือ และประเมินราคาเป้าหมาย DCF ปี 2565 ที่ 4.00 บาท (ใช้ WACC ที่ 7.9% และ
TG ที่ 3.0%)
Risks
COVID-19 ระบาด, เศรษฐกิจชะลอตัวลง และ เกิดปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองไทยรอบใหม่









