วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

“จุรินทร์”โว"ประกันรายได้พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย" ยันเดินหน้าปี 3 สู่ปีที่ 4

“จุรินทร์”ย้ำ นโยบายประกันรายได้เกษตรกรพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด ฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ไร้ทุจริต ไม่มีม็อบเกษตรกรกดดันรัฐบาล พร้อมชู"ส่งออก"ขยายตัว ให้เป็นโอกาสประเทศ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  กล่าวปาฐกภาพิเศษ “ประกันรายได้ พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย”  ในงานสัมมนา“ประกันรายได้สินค้าเกษตร 5 สินค้า โดยกระทรวงพาณิชย์”ว่า นโยบายประกันรายได้เกษตรกร เป็นนโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขหนึ่งก่อนการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งได้เดินหน้าเข้าสู่ปีที่ 3 และกำลังจะขึ้นปีที่ 4   โดยประกันรายได้เกษตรกรในเศรษฐกิจสำคัญ 5 ตัว คือ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมันและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและ ประกันรายได้เป็นตัวช่วยในยามที่ราคาพืชเกษตรตกต่ำ เช่น ข้าวเปลือกเจ้า ประกันที่เกวียนละ 10,000 บาท  หากราคาต่ำกว่า 10,000 บาทจะมีรายได้จากราคาตลาด และส่วนต่างจากรายได้ที่ประกันโอนเข้าบัญชีธนาคาร ธ.ก.ส.ที่เกษตรกรขึ้นทะเบียนและเปิดบัญชีไว้โดยตรง ปาล์มน้ำมันก็เช่นเดียวกัน เป็นตัวช่วยยามที่พืชเกษตรราคาตก ซึ่งทุกวันนี้พืชเกษตรราคาดีเกือบทุกตัว

"โดยยางพาราที่เคยวิจารณ์ว่า 3  กิโลกรัม(กก.) 100 บาท วันนี้ยางแผ่นดิบราคาเกิน 60 บาทต่อกก. แล้ว ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง น้ำยางข้นประกันรายได้ กก.ละ 57 บาท วันนี้ราคา 67 บาท/กก.แล้ว ยางก้อนถ้วยหรือขี้ยาง สมัยก่อนกก.ละ 12-15 บาท วันนี้กก. 27 บาทแล้ว ข้าวโพดประกันรายได้ที่กก.ละ 8.50 บาท วันนี้ราคา 10.00- 10.50 บาทต่อกก. ปาล์มน้ำมันเดิม อยู่ที่ประมาณกก. 2 บาท วันนี้ปาล์มสูงสุดถึง 12 บาทต่อกก. และวันนี้ 9-10 บาทต่อกก.โดยประมาณ เราประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 4 บาท สูงกว่ารายได้ที่ประกันถึง 4 เท่า พืชเกษตรราคาดีเกือบทุกตัวและผลไม้ราคาดี “

ช่วง 3 ปี ที่ประกันรายได้ส่งเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 450,000-500,000 ล้านบาท ที่สำคัญไม่ส่งผลเฉพาะการฟื้นเศรษฐกิจฐานรากช่วยให้เกษตรกรอยู่ได้ แต่ยังช่วยการแก้ปัญหาทางการเมือง ตั้งแต่มีนโยบายประกันรายได้ม็อบเกษตรกรมีน้อยมาก เพราะมีตัวช่วยยามที่พืชเกษตรตกต่ำมีส่วนต่างพยุงชีวิต พยุงรายได้ให้เกษตรกรอยู่ได้  และประกันรายได้ไม่มีทุจริต และทุจริตไม่ได้ มีกระบวนการตรวจสอบมีกระบวนการรับรองจากเจ้าหน้าที่ และธ.ก.ส.เป็นผู้ตรวจบัญชีและโอนเงินตรงเข้าบัญชีเกษตรกร การทุจริตเกิดยากมาก

สำหรับอนาคตของเกษตรกร และภาพรวมเศรษฐกิจไทย ตนคิดว่าเกษตรยังเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจของประเทศ ต้องส่งเสริมสนับสนุนต่อไป ไม่ควรไปด้อยค่าการเกษตร หลายประเทศที่ไม่มีเกษตร เมื่อถึงเวลาโควิดเกิดวิกฤติโลก ข้าวก็ไม่มีจะกิน คนไทยอย่างน้อยมีข้าวกิน มีพืชเกษตรบริโภค คือฐานความเป็นเรา ที่ต้องรักษาไว้ แต่อนาคตทางการเกษตรที่ต้องทำคือ พัฒนาปรับปรุง เดินหน้าไปสู่เกษตรมูลค่าสูง สูงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปของเราพัฒนาไปไกล เช่น ข้าวเป็นเครื่องสำอางและมีราคาสูง เป้าหมายที่ควรเดินหน้าขับเคลื่อนคือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy)ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ Bio Economy จะต้องถูกขับเคลื่อนและเป็นอนาคตเศรษฐกิจตัวหนึ่งไทยต่อไปอย่างเข้มข้นและให้สัมฤทธิ์ผลได้จริง

 

ในด้านการส่งออก ประเทศไทยมีศักยภาพภายใต้ความร่วมมือของรัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชนในรูปคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน ด้านพาณิชย์ ( กรอ.พาณิชย์) จับมือร่วมกันทำงาน ทำให้ตัวเลขปี 64 ส่งออกไทยสามารถทำเงินเข้าประเทศถึง 8.5 ล้านล้านบาท  ขยายตัว 17.1% จากเป้าที่ตั้งไว้  4% เพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า ส่วนการท่องเที่ยวถือเป็น เป้าหมายหลักต่อไป การเดินทางข้ามประเทศข้ามโลกได้เมื่อไหร่ การท่องเที่ยวไทยต้องรีบฟื้นให้เร็วที่สุดเพื่อเป็นรายได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับประเทศต่อไปคู่กับการส่งออกและภาคการเกษตร

สุดท้าย Soft Power เป็นสิ่งที่ต้องแทรกไปในทุกอณูของภาคการผลิตสินค้าและบริการไทย ในการขายไปต่างประเทศโดยเฉพาะภาคบริการที่เราเริ่มดิจิทัลคอนเทนท์สนับสนุนทำแอนิเมชั่น ภาพยนตร์ฝีมือคนไทยไม่แพ้ใครในโลก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ส่งเสริมและตนมอบเป็นนโยบาย ทั้งการท่องเที่ยวและภาคบริการต้องแทรก Soft Power เพื่อขายความเป็นไทยที่มีเสน่ห์ ด้วยความเป็นอัตลักษณ์ โดยเฉพาะความเป็นคนไทยที่ไม่มีใครก๊อปปี้ได้เป็นจุดขายสำคัญ ทั้งหมดนี้จะนำรายได้เข้าประเทศมหาศาลและจะช่วยให้เศรษฐกิจเราฟื้นได้เร็วและเศรษฐกิจฐานรากยังคงชีวิตอยู่ได้ด้วยการเกษตร Bio Economy ต่อไปในอนาคต