วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกะ 'ผลตอบแทน' กองทุนหุ้นจีน สูงสุด-ต่ำสุด  

มอร์นิ่งสตาร์ ชี้จุดต่าง"กองทุนหุ้นจีน" พบลงทุน 5 กลุ่มหลัก สัดส่วน 60-70% ของพอร์ตปี 64  นำโดย"บริการการเงิน" และมีน้ำหนักการลงทุนกลุ่มนี้สูงสุด จะทำผลตอบแทนสูงสุดด้วย แต่กองทุนทำผลตอบแทนแย่สุด มีน้ำหนักการลงทุนสูงสุดใน "บริการสื่อสาร" เปิด 10 อันดับกองรีเทิร์นพุ่ง

กลุ่ม "กองทุนหุ้นจีน" ในรอบปี 2564 เป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำสุดในอุตสาหกรรมที่ -12.9% แต่ในช่วงแรกของปีนี้ยังถือว่าดีกว่าการลงทุนทางฝั่งตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นยุโรปหรือสหรัฐฯ ที่มีการปรับตัวลงค่อนข้างเร็วหรือเฉลี่ยติดลบมากกว่า 10%

ในขณะที่จีนหรือกลุ่มอื่นที่ลงทุนในเอเชียมีผลตอบแทนที่ดูดีกว่า โดยล่าสุดกองทุนหุ้นจีนผลตอบแทนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ต้นปีที่ -5.5% (ข้อมูล ณ วันที่ 14 ก.พ. 2565)

เราลองมาดูในรอบปี 2564  "ผลตอบแทนกองทุนหุ้นจีน" ต่างกันอย่างไรบ้าง ทาง"มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช(ประเทศไทย)" พบว่า  

"กองทุนหุ้นจีน" มีการลงทุนในหุ้น 5 กลุ่มหลัก ในสัดส่วนเฉลี่ย 60-70% ของพอร์ตลงทุน ดังนี้ 
1. กลุ่มบริการการเงิน  ( Financial Services) 
2. กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความผันผวนตามวัฏจักรเศรษฐกิจ (Consumer Cyclical)
3. กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความผันผวนต่ำ (Consumer Defensive) 
4. กลุ่มบริการสื่อสาร (Communication Services)  
5. กลุ่ม เทคโนโลยี ( Technology) 


- กลุ่มกองทุนที่มีผลตอบแทนสูงสุด (decile ที่ 1)

มีการลงทุนมีสัดส่วนสูงสุดในกลุ่มการเงิน ตามมาด้วย Industrials และ Consumer Cyclical และมีสัดส่วนในกลุ่ม Communication Services น้อยที่สุด 

- กองทุนที่มีผลตอบแทนแย่ที่สุด (decile ที่ 10)

มีน้ำหนักการลงทุนสูงสุดในกลุ่ม Communication Services (เช่น Tencent, Baidu, NetEase) ตามมาด้วยกลุ่มการเงินและ Consumer Cyclical

แกะ 'ผลตอบแทน' กองทุนหุ้นจีน สูงสุด-ต่ำสุด  

ขณะเดียวกันมอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) รายงานกลุ่ม "กองทุนหุ้นจีน" ผลตอบแทน สูงสุด  10 อันดับ ณ 17 ก.พ. 2565 ดังนี้ 

1. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน THB เอ็ดจ์  (ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)  (SCBCEHE) มีผลตอบแทนสูงสุด 7.13%
                      
2. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน THB เอ็ดจ์ (ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุดคล) (SCBCEHP) มีผลตอบแทน 7.00%

3. กองทุนเปิดกรุงศรีไชน่าอิควิตี้  (KF-CHINA)  มีผลตอบแทน 6.99%

4. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน THB เอ็ดจ์ (SCBCEH) มีผลตอบแทน  6.99%

5. กองทุนเปิดวรรณไชน่าออโต้รีเด็มชั่นฟันด์  (ONE-CHINA) มีผลตอบแทน  6.18%

6. กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า H-Shares อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (TCHRMF) มีผลตอบแทน 4.48%

7. กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า H-Shares อิควิตี้ (TISCOCH) มีผลตอบแทน 4.44%

8. กองทุนเปิดแอสเซทพลัสเอชเอสไอ (ASP-HSI) มีผลตอบแทน 4.43%

9. กองทุนเปิดทหารไทย  China Opportunity (TMBCOF) มีผลตอบแทน  3.79%

10. กองทุนนเปิดทหารไทย China Opportunity เพื่อการเลี้ยงชีพ (TMBCORMF) มีผลตอบแทน 3.77%

"ชญานี จึงมานนท์" นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ผลจากมาตรการของทางการจีนซึ่งเกิดกับธุรกิจบางประเภทเป็นหลัก เห็นได้จากสัดส่วนการลงทุนเทียบกับผลตอบแทนดังกล่าว


อย่างไรก็ดีพบว่า  "เศรษฐกิจจีน" มีแนวโน้มชะลอตัวลงเป็นผลจาก credit growth สอดคล้องกับกลุ่มอสังหาฯที่ทางรัฐบาลได้มีการควบคุมก่อนหน้านี้ ในขณะที่ภาคการบริโภคยังมีการเติบโตโดยเฉพาะในส่วนของการซื้อสินค้า


ทำให้การลงทุนในจีนอาจยังมีความเสี่ยง "ระยะสั้น" จากการแพร่ระบาดของโควิดในขณะที่ดำเนินโยบาย zero-covid แต่ใน "ระยะยาว" ยังคงมีศักยภาพที่น่าสนใจเนื่องจากนโยบายจากทางภาครัฐมุ่งส่งเสริมเสถียรภาพการเติบโตของจีนในอนาคต