วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Sideway up (ประจำวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565)

วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีสามารถฟื้นตัวได้ดี จากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ และค้าปลีก ประกอบกับครม.ได้อนุมัติมาตรการส่งเสริมรถ EV ทำให้หุ้นที่เกี่ยวข้องตอบรับเชิงบวก

ทำให้ดัชนีกลับมาทดสอบระดับ 1,700 จุดอีกครั้ง คาดได้แรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,701.45 จุด +16.76 จุด +0.99% มูลค่าการซื้อขาย 91,607 ลบ.ต่างชาติ +2,896.69 ลบ. TFEX -15,326 สัญญา ตราสารหนี้ -3,349.77 ลบ.

 

ปัจจัยบวก

+ ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.59 ดอลลาร์ +1.7% ปิดที่ 93.66 ดอลลาร์/บาร์เรล กังวลสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน หลังจากองค์การนาโต ระบุว่า รัสเซียยังคงเสริมกำลังทหารตามชายแดนยูเครน
+ จีนเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 9.1%yoy ในเดือนม.ค. ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2564 ชะลอลงจากที่ขยายตัว 10.3% ในเดือนธ.ค. และต่ำกว่าระดับ 9.5% ในผลสำรวจของรอยเตอร์
+ สหรัฐเปิดเผยว่าสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจพุ่งขึ้น 2.1%mom ในเดือนธ.ค. สอดคล้องกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากเพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือนพ.ย.
+ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อินโดนีเซียกำลังพิจารณายกเลิกมาตรการกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศในเดือนเม.ย.นี้ เนื่องจากอัตราผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลและผู้เสียชีวิตอยู่ในระดับที่รับมือได้ แม้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จะยังเพิ่มขึ้นก็ตาม

 

ปัจจัยลบ

- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 17,349 ราย ATK 11,969 รายมีผู้เสียชีวิต 22 ราย รักษาหาย 11,561ราย
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 54.57 จุด -0.16% ขณะที่ดัชนี S&P500 ดีดตัวขึ้นช่วงท้ายตลาด หลังจากรายงานการประชุมของ FED บ่งชี้ว่าอาจจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรุนแรงกว่าที่ตลาดคาด และได้แรงหนุนจากรายงานยอดค้าปลีกของสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด

- รมว.คลังจากกลุ่ม G7 เตือนว่ารัสเซียจะเผชิญกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมหาศาลในทันทีที่รัสเซียบุกโจมตียูเครน ขณะที่สหรัฐกล่าวหาว่ารัสเซียยังเสริมทหารประชิดยูเครน


 

- มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสคาดการณ์ว่า สถานการณ์ตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครนจะยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล พร้อมเตือนว่า หากรัสเซียตัดสินใจบุกโจมตียูเครน ก็อาจกดดันให้มูดี้ส์ต้องปรับลดอันดับความน่าเชื่อของทั้งสองประเทศ
- สหรัฐเปิดเผยว่ายอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 3.8%mom ในเดือนม.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 2.1% หลังจากดิ่งลง 2.5% ในเดือนธ.ค.
- สหรัฐเปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 1 จุด สู่ระดับ 82 ในเดือนก.พ. ปรับลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2
- สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภาคเหนือชี้อัตราเข้าพักเหลือ 20% ลดวูบจาก 70% จากธ.ค.64 ชี้ 2Q65 ยังเหนื่อย เพราะคนส่วนใหญ่เที่ยวทะเลมากกว่า เจ้าของโรงแรมประกาศปิดถาวรแล้ว 30%
-สภาฯอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ น่ากังวลสภาล่มและประเด็นซักฟอก

 

แนวโน้มตลาดวันนี้  

คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวลักษณะ Sideway Up หลังจากรายงานการประชุมของเฟด บ่งชี้ว่า เฟดอาจจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรุนแรงไปกว่าที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้ ขณะที่นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน อย่างใกล้ชิด ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศ ยังทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง กดดันตลาด มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,690-1,708 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• ชุดตรวจ ATK : SMD WINMED TM
• หุ้น Value Play : KBANK BBL SCB EA GULF ADVANC TRUE DTAC
• หุ้นได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น PTTEP PTT TOP PTTGC
• หุ้นได้ประโยชน์จากราคายางปรับตัวขึ้น STA NER TRUBB
• มาตรการอุดหนุน EV EA NEX BYD GPSC NDR

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ

                                                  TOP (Bloomberg Consensus 63)
                                                        รายงานกำไรดีกว่าคาด 4%

 

Sideway up (ประจำวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565)

 

•รายงานกำไร 4Q64 ที่ 5,033 ลบ. +144%QoQ แต่ -31%YoY โดยกำไรที่เติบโตได้แรงหนุนจากธุรกิจโรงกลั่นที่ค่าการกลั่นปรับตัวขึ้น 237%QoQ สู่ 5.4$/bbl ตามส่วนต่างน้ำมันดีเซลและอากาศ-ยานที่ปรับตัวขึ้น 111% และ 104% ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีกำไรสต็อกน้ำมันอีกราว 2.7 พันลบ. ขณะที่ธุรกิจอะโรเมติกส์และน้ำมันหล่อลื่นปรับตัวลงตามส่วนต่างผลิตภัณฑ์ที่ลดลง

•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อผลประกอบการ 1Q65 เนื่องจากค่าการกลั่นทรงตัวในระดับ 6-7 $/bbl นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นหนุนให้มีกำไรจากสต็อกต่อเนื่อง เราจึงแนะนำ ซื้อ

 

หุ้นมีข่าว

(+) HMPRO (Bloomberg Consensus 16.90 บาท) ส่งซิกไตรมาส 1/2565 กำลังซื้อฟื้นจากการจับจ่ายใช้สอยยังไปได้ดี อีกทั้งปัจจัยหนุน "ช้อปดีมีคืน" ดัน SSSG เป็นบวก มองทั้งปี 2565 เฉลี่ยเติบโต 3-5% เตรียมงบลงทุน 5-6 พันล้านบาท ขยายสาขาราว 4-7 สาขา ด้านโบรกคาดการเปิดประมูลโครงการก่อสร้าง ภาครัฐและเอกชน หนุนความต้องการสินค้าในกลุ่ม Hard Line เพิ่ม (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SCB (Bloomberg Consensus 148.50 บาท) เดินหน้าประกาศการลงทุนเชิงกลยุทธ์ด้วยงบ 100 ล้านดอลลาร์ ใน "Akulaku" ผู้ให้บริการโซลูชันทางการเงินดิจิทัลของอินโดนีเซีย หลังประสบความสำเร็จกับ Akulaku สินเชื่อดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม รวมถึงดิจิทัลแบงกิ้ง Bank Neo Commerce (BNC) ตอกย้ำการเติบโตของอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) TIPCO (Bloomberg Consensus - บาท) สบช่องกำลังการบริโภคฟื้น แตกไลน์ผนึกน้ำผลไม้เข้ากับสารสกัดจากสมุนไพรหลากชนิด เป็น Functional Drinks NEO Drink รุกตลาดต่อเนื่อง ควบคู่พัฒนาสูตร รสชาติอาหาร "แพลนต์เบส" (Plant-based) กว่า 20 สูตร ขยายช่องทางขายจากร้านสควิซบาร์ต่อยอดในร้านอาหารทั่วไป และโมเดิร์นเทรด ในลักษณะอาหารพร้อมทาน คาดครึ่งปีหลัง 2565 ได้เห็น ดันรายได้รวมโตจากปีก่อน 10% (ที่มา ทันหุ้น)

(+) KUMWEL (Bloomberg Consensus - บาท) ออเดอร์เตรียมส่งมอบเต็มมือ โชว์แบ็กล็อกแน่น 273 ล้านบาท คาดทิศทางรายได้ปีนี้ดีกว่าปีก่อน ลุยปรับโครงสร้างกลุ่มสินค้า ใส่เกียร์พัฒนาของใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แย้มโรงงาน GROUND ROD แห่งใหม่เริ่มกดปุ่มเดินเครื่องแล้ว (ที่มา ทันหุ้น)