วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีสามารถฟื้นตัวได้ดี จากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ และค้าปลีก ประกอบกับครม.ได้อนุมัติมาตรการส่งเสริมรถ EV ทำให้หุ้นที่เกี่ยวข้องตอบรับเชิงบวก
ทำให้ดัชนีกลับมาทดสอบระดับ 1,700 จุดอีกครั้ง คาดได้แรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,701.45 จุด +16.76 จุด +0.99% มูลค่าการซื้อขาย 91,607 ลบ.ต่างชาติ +2,896.69 ลบ. TFEX -15,326 สัญญา ตราสารหนี้ -3,349.77 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.59 ดอลลาร์ +1.7% ปิดที่ 93.66 ดอลลาร์/บาร์เรล กังวลสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน หลังจากองค์การนาโต ระบุว่า รัสเซียยังคงเสริมกำลังทหารตามชายแดนยูเครน
+ จีนเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 9.1%yoy ในเดือนม.ค. ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2564 ชะลอลงจากที่ขยายตัว 10.3% ในเดือนธ.ค. และต่ำกว่าระดับ 9.5% ในผลสำรวจของรอยเตอร์
+ สหรัฐเปิดเผยว่าสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจพุ่งขึ้น 2.1%mom ในเดือนธ.ค. สอดคล้องกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากเพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือนพ.ย.
+ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อินโดนีเซียกำลังพิจารณายกเลิกมาตรการกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศในเดือนเม.ย.นี้ เนื่องจากอัตราผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลและผู้เสียชีวิตอยู่ในระดับที่รับมือได้ แม้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จะยังเพิ่มขึ้นก็ตาม
ปัจจัยลบ
- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 17,349 ราย ATK 11,969 รายมีผู้เสียชีวิต 22 ราย รักษาหาย 11,561ราย
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 54.57 จุด -0.16% ขณะที่ดัชนี S&P500 ดีดตัวขึ้นช่วงท้ายตลาด หลังจากรายงานการประชุมของ FED บ่งชี้ว่าอาจจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรุนแรงกว่าที่ตลาดคาด และได้แรงหนุนจากรายงานยอดค้าปลีกของสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด
- รมว.คลังจากกลุ่ม G7 เตือนว่ารัสเซียจะเผชิญกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมหาศาลในทันทีที่รัสเซียบุกโจมตียูเครน ขณะที่สหรัฐกล่าวหาว่ารัสเซียยังเสริมทหารประชิดยูเครน
- มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสคาดการณ์ว่า สถานการณ์ตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครนจะยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล พร้อมเตือนว่า หากรัสเซียตัดสินใจบุกโจมตียูเครน ก็อาจกดดันให้มูดี้ส์ต้องปรับลดอันดับความน่าเชื่อของทั้งสองประเทศ
- สหรัฐเปิดเผยว่ายอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 3.8%mom ในเดือนม.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 2.1% หลังจากดิ่งลง 2.5% ในเดือนธ.ค.
- สหรัฐเปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 1 จุด สู่ระดับ 82 ในเดือนก.พ. ปรับลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2
- สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภาคเหนือชี้อัตราเข้าพักเหลือ 20% ลดวูบจาก 70% จากธ.ค.64 ชี้ 2Q65 ยังเหนื่อย เพราะคนส่วนใหญ่เที่ยวทะเลมากกว่า เจ้าของโรงแรมประกาศปิดถาวรแล้ว 30%
-สภาฯอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ น่ากังวลสภาล่มและประเด็นซักฟอก
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวลักษณะ Sideway Up หลังจากรายงานการประชุมของเฟด บ่งชี้ว่า เฟดอาจจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรุนแรงไปกว่าที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้ ขณะที่นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน อย่างใกล้ชิด ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศ ยังทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง กดดันตลาด มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,690-1,708 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• ชุดตรวจ ATK : SMD WINMED TM
• หุ้น Value Play : KBANK BBL SCB EA GULF ADVANC TRUE DTAC
• หุ้นได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น PTTEP PTT TOP PTTGC
• หุ้นได้ประโยชน์จากราคายางปรับตัวขึ้น STA NER TRUBB
• มาตรการอุดหนุน EV EA NEX BYD GPSC NDR
หุ้นรายงานพิเศษ
TOP (Bloomberg Consensus 63)
รายงานกำไรดีกว่าคาด 4%
•รายงานกำไร 4Q64 ที่ 5,033 ลบ. +144%QoQ แต่ -31%YoY โดยกำไรที่เติบโตได้แรงหนุนจากธุรกิจโรงกลั่นที่ค่าการกลั่นปรับตัวขึ้น 237%QoQ สู่ 5.4$/bbl ตามส่วนต่างน้ำมันดีเซลและอากาศ-ยานที่ปรับตัวขึ้น 111% และ 104% ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีกำไรสต็อกน้ำมันอีกราว 2.7 พันลบ. ขณะที่ธุรกิจอะโรเมติกส์และน้ำมันหล่อลื่นปรับตัวลงตามส่วนต่างผลิตภัณฑ์ที่ลดลง
•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อผลประกอบการ 1Q65 เนื่องจากค่าการกลั่นทรงตัวในระดับ 6-7 $/bbl นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นหนุนให้มีกำไรจากสต็อกต่อเนื่อง เราจึงแนะนำ ซื้อ
หุ้นมีข่าว
(+) HMPRO (Bloomberg Consensus 16.90 บาท) ส่งซิกไตรมาส 1/2565 กำลังซื้อฟื้นจากการจับจ่ายใช้สอยยังไปได้ดี อีกทั้งปัจจัยหนุน "ช้อปดีมีคืน" ดัน SSSG เป็นบวก มองทั้งปี 2565 เฉลี่ยเติบโต 3-5% เตรียมงบลงทุน 5-6 พันล้านบาท ขยายสาขาราว 4-7 สาขา ด้านโบรกคาดการเปิดประมูลโครงการก่อสร้าง ภาครัฐและเอกชน หนุนความต้องการสินค้าในกลุ่ม Hard Line เพิ่ม (ที่มา ทันหุ้น)
(+) SCB (Bloomberg Consensus 148.50 บาท) เดินหน้าประกาศการลงทุนเชิงกลยุทธ์ด้วยงบ 100 ล้านดอลลาร์ ใน "Akulaku" ผู้ให้บริการโซลูชันทางการเงินดิจิทัลของอินโดนีเซีย หลังประสบความสำเร็จกับ Akulaku สินเชื่อดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม รวมถึงดิจิทัลแบงกิ้ง Bank Neo Commerce (BNC) ตอกย้ำการเติบโตของอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) TIPCO (Bloomberg Consensus - บาท) สบช่องกำลังการบริโภคฟื้น แตกไลน์ผนึกน้ำผลไม้เข้ากับสารสกัดจากสมุนไพรหลากชนิด เป็น Functional Drinks NEO Drink รุกตลาดต่อเนื่อง ควบคู่พัฒนาสูตร รสชาติอาหาร "แพลนต์เบส" (Plant-based) กว่า 20 สูตร ขยายช่องทางขายจากร้านสควิซบาร์ต่อยอดในร้านอาหารทั่วไป และโมเดิร์นเทรด ในลักษณะอาหารพร้อมทาน คาดครึ่งปีหลัง 2565 ได้เห็น ดันรายได้รวมโตจากปีก่อน 10% (ที่มา ทันหุ้น)
(+) KUMWEL (Bloomberg Consensus - บาท) ออเดอร์เตรียมส่งมอบเต็มมือ โชว์แบ็กล็อกแน่น 273 ล้านบาท คาดทิศทางรายได้ปีนี้ดีกว่าปีก่อน ลุยปรับโครงสร้างกลุ่มสินค้า ใส่เกียร์พัฒนาของใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แย้มโรงงาน GROUND ROD แห่งใหม่เริ่มกดปุ่มเดินเครื่องแล้ว (ที่มา ทันหุ้น)









