วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ออมสิน”ชี้ดอกเบี้ยขึ้นปลายปี ยันลูกค้ากู้3.5ล้านรายไม่กระทบ

“ออมสิน”ชี้แนวโน้มดอกเบี้ยขยับขึ้นปลายปี ยันไม่กระทบลูกค้ารายย่อยกว่า 3.5 ล้านราย เหตุได้ออกแบบสินเชื่อดอกเบี้ยคงที่ไว้ระยะ 3-5 ปีแล้ว พร้อมเดินหน้าปล่อยสินเชื่อผ่านมือถือ เพื่อให้ลูกค้ามีประวัติการเงินเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่าย

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสินระบุ แม้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดจะมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลก โดยธนาคารประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยในประเทศน่าจะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อฐานลูกค้าผู้กู้ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ในส่วนลูกค้าของธนาคารนั้น จะได้รับผลกระทบน้อย โดยเฉพาะลูกค้ารายย่อยที่มีอยู่ประมาณ 3.5 ล้านราย จะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจาก ลูกค้ากลุ่มนี้จะมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่อย่างน้อย 3-5 ปี

“เราได้ออกแบบหรือคิดล่วงหน้าไว้แล้วว่า อัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไปน่าจะเป็นทิศทางขาขึ้น ดังนั้น เราจึงได้ออกโครงการสินเชื่อในลักษณะดอกเบี้ยคงที่ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าในกลุ่มนี้ ดังนั้น ในระยะ 3-5 ปีนับจากนี้ ฐานลูกค้าที่มีอยู่ประมาณ 3.5 ล้านรายดังกล่าว จะไม่ได้รับผลกระทบจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น”

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยรายย่อยของธนาคารในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 3.99-4.99% ต่อปี

เขากล่าวด้วยว่า สิ่งหนึ่งที่สะท้อนว่า อัตราดอกเบี้ยในตลาดจะปรับเพิ่มขึ้น คือ อัตราดอกเบี้ยในตลาดพันธบัตรได้ปรับเพิ่มขึ้นแล้ว เพราะนักลงทุนได้โยกเงินจากตลาดหุ้นไปลงทุนในตลาดพันธบัตร ทำให้สภาพคล่องส่วนหนึ่งหายไป ซึ่งท้ายที่สุดก็จะมาลากให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากในระบบปรับเพิ่มขึ้น

"เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับเพิ่มขึ้น อัตราดอกเบี้ยของแบงก์ทั้งระบบก็ปรับเพิ่ม ซึ่งเราเองก็ต้องปรับขึ้นเช่นกัน”

อย่างไรก็ดี สำหรับอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้น จะส่งผลดีต่อภาพรวมการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จะเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก

“ส่วนใหญ่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากจะเป็น Fix term ระยะยาว แต่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดยเฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้บ้านนั้น จะมี Fix term ในระยะสั้น เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับขึ้นแล้ว อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ก็จะปรับขึ้นทันที”

สำหรับสภาพคล่องของธนาคารนั้น ขณะนี้ ยังอยู่ในภาวะปกติ ไม่พบสัญญาณว่า จะลดลงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม แนวโน้มก็มีความเป็นไปได้ที่จะปรับลดลง

เขายังกล่าวถึงการปล่อยสินเชื่อแก่รายย่อยผ่านระบบดิจิทัลหรือดิจิทัล เลนดิ้งด้วยว่า ปัจจุบัน ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อผ่านมือถือได้ถึง 1.5 ล้านราย วงเงินสินเชื่อประมาณ 1-5 หมื่นบาทต่อราย ทั้งนี้ นอกจากธนาคารจะสามารถปล่อยสินเชื่อผ่านมือถือได้แล้ว ยังจะสามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้ด้วย

“ตลอดทั้ง 18 เดือนที่ผ่านมา เราสามารถปล่อยสินเชื่อให้แก่รายย่อยได้ถึง 3.5 ล้านราย ในจำนวนนี้ เป็นการปล่อยผ่านระบบมือถือได้ถึง 1.5 ล้านราย ซึ่งเป็นการช่วยเหลือประชาชนรายย่อยในช่วงสถานการณ์โควิด-19”

ทั้งนี้ ฐานลูกค้ากลุ่มที่เราสามารถปล่อยสินเชื่อผ่านระบบมือถือนั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ไม่มีประวัติทางการเงินในระบบ เมื่อเราปล่อยสินเชื่อให้ได้ในระยะ 2-3 ปี ลูกค้ากลุ่มนี้ก็จะมีข้อมูลในระบบการเงิน ทำให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระยะต่อไปได้