กรมการค้าต่างประเทศเผยตัวเลขการใช้สิทธิ FTA 11 ปี64 มูลค่า 69,746.52 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 34.13 % ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 อาเซียนยังคงนำโด่ง ตามด้วยจีน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดีย โดยมีสินค้ารถยนต์ ผลไม้สด ครองแชมป์ตลาดอาเซียนและจีน
นายพิทักษ์ อุดมวิชัยวัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การใช้สิทธิประโยชน์สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2564 ตั้งแต่เดือนม.ค. – พ.ย. มีมูลค่ารวม 69,746.52 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 34.13% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ สูงถึง 78.82% โดยเป็นการใช้สิทธิฯ ที่เพิ่มขึ้นในทุกตลาด และมีสินค้าสำคัญที่พบว่ามีมูลค่าการส่งออกสูง และมีการส่งออกเพิ่มขึ้นในหลายตลาด อาทิ ยานยนต์ ขยายตัวในตลาดอาเซียน จีน ออสเตรเลีย ชิลี ผลไม้ (ขยายตัวในตลาดอาเซียน จีน เกาหลี และอาหารปรุงแต่ง ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น เปรู เกาหลี เป็นต้น
ตลาดที่มีมูลค่าการใช้สิทธิ FTA สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.อาเซียน มูลค่า 24,028.47 ล้านดอลลาร์ โดยตลาดส่งออกสำคัญคือ เวียดนาม มูลค่า 7,002.55 ล้านดอลลาร์ อินโดนีเซีย มูลค่า 5,327.10 ล้านดอลลาร์ มาเลเซีย มูลค่า 4,522.78 ล้านดอลลาร์ และฟิลิปปินส์ มูลค่า 4,227.98 ล้าน สินค้าสำคัญที่มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ สูง และมีการขยายตัวของการใช้สิทธิฯ อาทิ ยานยนต์สำหรับขนส่งของที่น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 5 ตัน รถยนต์สำหรับขนส่งบุคคล น้ำมันปิโตรเลียมและน้ำมันจากแร่บิทูมินัส ผลไม้สด ฝรั่ง มะม่วง มังคุดสดหรือแห้ง เป็นต้น
2. จีน มูลค่า 23,310.38 ล้านดอลลาร์ สินค้าสำคัญที่มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ สูง และมีการขยายตัวของการใช้สิทธิฯ อาทิ ทุเรียนสด มันสำปะหลัง ฝรั่ง มะม่วง มังคุด รถยนต์ และยานยนต์ขนส่งบุคคล ความจุของกระบอกสูบ 1,500 - 3,000 ลูกบาศก์เซนติเมตร ผลไม้สด เช่น ลำไย ลิ้นจี่ เงาะ ลางสาด เป็นต้น
3.ออสเตรเลีย มูลค่า 7,647.09 ล้านดอลลาร์ สินค้าสำคัญที่มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ สูง และมีการขยายตัวของการใช้สิทธิฯ อาทิ รถยนต์ขนส่งของน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุก ไม่เกิน 5 ตัน รถยนต์ขนส่งบุคคลความจุของกระบอกสูบเกิน 2,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร เครื่องปรับอากาศติดผนังและส่วนประกอบ เครื่องเพชร พลอยหรือรูปพรรณทำหรือชุบด้วยเงิน เป็นต้น
4. ญี่ปุ่น มูลค่า 6,453.24 ล้านดอลลาร์ สินค้าสำคัญที่มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ สูง และมีการขยายตัวของการใช้สิทธิฯ อาทิ เนื้อไก่ชนิดแกลลัสโดเมสติกัส ชิ้นเนื้อและส่วนอื่นของสัตว์ปีกแช่เย็นจนแข็ง กุ้งปรุงแต่ง ลวดทองแดง เครื่องเพชร พลอย และรูปพรรณทำด้วยโลหะมีค่า เป็นต้น
5. อินเดีย มูลค่า 4,414.75 ล้านดอลลาร์ สินค้าสำคัญที่มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ สูง และมีการขยายตัวของการใช้สิทธิฯ อาทิ ลวดทองแดง โพลิ (ไวนิลคลอไรด์) ส่วนประกอบของเครื่องปรับอากาศ อาหารสุนัขหรือแมว ตู้เย็น เป็นต้น
ในส่วนของข้อมูลสัดส่วนการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA 5 อันดับแรก คือ 1 ไทย-เปรู ตามด้วย อาเซียน-จีน, ไทย-ชิลี ,ไทย-ญี่ปุ่น และ อาเซียน-เกาหลี
ทั้งนี้ ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA จำนวน 11 ฉบับ ได้แก่ เขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA) ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี (AKFTA) ความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี (TCFTA) ความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย-เปรู (TPCEP) ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย (TIFTA) และความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย (AIFTA) โดยไม่รวมถึงความตกลง RCEP ซึ่งเป็นความตกลงใหม่ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2565 ที่ผ่านมา ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกงที่ภาษีนำเข้าเป็น 0 จึงไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ FTA เพื่อลดภาษี และความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) ที่ไม่มีการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อใช้สิทธิ FTA แต่เป็นการรับรองตนเองของผู้ส่งออก (self-declaration)
พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์ ศิลาวงษ์









