คาดดัชนีฯ Sideway Up แนวต้าน 1666 / 1680 จุด แนวรับ 1650 / 1640 จุด (EMA 10 / 50 วัน) แนะนำ เก็งกำไร PSL NEX KCE ทางเทคนิคจะเกิดสัญญาณซื้อเพิ่ม หากดัชนีฯ ทะลุ1666 จุด ขึ้นไปได้ ด้วยวอลุ่มสูงขึ้น
(สัญญาณเตือน คือ แรงขายทำกำไรอาจปรับสูงขึ้น หลังดัชนีฯ พุ่งขึ้น 3 วัน จากแรงซื้อหุ้นกระจุกตัวในหุ้นร่วงแรง กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ EV Car ขนส่งทางเรือ และเงินทุนและหลักทรัพย์) ไฮไลท์วันนี้ คือ รายงานจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ รายงานเงินเฟ้อของยูโรโซน และผลประชุมกลุ่มโอเปคพลัส
กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ
+KTZ Portfolio: Small Cap แนะนำ TFG TPIPL / Big Cap แนะนำ GULF AWC TCAP SCB ADVANC LH DTAC KKP COM7 MINT KTB PLANB BLA (ขาย TRUE ซื้อ EA)
+Earnings Play: เก็งกำไรงบ 4Q21E: IVL WICE KCE PTT PTTGC GLOBAL ACE SYNEX
+Dividend Play: คาดให้ยิลด์ปันผลปี 2021E >3.5% และมี %Upside ต่อราคา >10%: TPIPP SCCC MC SC LPH BANPU NYT SAT IRPC TASCO ASP ORI NER WHAUP HTC CHG
+กลุ่มรับผลบวกจากนโยบายรัฐ: กลุ่มค้าปลีก อาหาร ท่องเที่ยว ไอซีที CPALL CPN SNNP AOT MINT CENTEL ERW ADVANC DTAC TRUE SIS SYNEX
ปัจจัยบวก
Australia: ผลประชุมธนาคารกลางมีมติคงดอกเบี้ยที่ 0.1% และยุติการทำ QE AUSD275bn. ในวันที่ 10 ก.พ. และส่งสัญญาณไม่เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในเร็ว ๆ นี้ แต่ตลาดคาดว่า RBA จะปรับเพิ่มดอกเบี้ยเป็น 0.25% ในเดือน พ.ค. และปรับขึ้นอีก 4 ครั้ง ภายในสิ้นปีนี้
Japan: ภาคการผลิตเดือน ม.ค. สูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2014 ที่ 55.4 (Vs คาด 54.6 และเดือน ธ.ค. 54.3) เนื่องจาก Domestic Demand และ new exports orders เพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง
Thailand: รายงานภาคการผลิตเดือน ม.ค. ปรับสูงขึ้นเป็น 51.7 (Vs เดือน ธ.ค. 49.5) เนื่องจากสถานการณ์การระบาด COVID-19 ที่คลี่คลาย และการฉีดวัคซีนในปริมาณสูง
ประเด็นสำคัญ
ผลประชุมกลุ่ม OPEC + คาดเพิ่มการผลิต 4 แสนบาร์เรล/วัน
USA รายงานการผลิตภาคเอกชนเดือน ม.ค. คาดลดลงมาก MoM
EU รายงานเงินเฟ้อเดือน ม.ค. คาดลดลง MoM
+/-Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา
+ ตลาดหุ้นไทยปิดบวกวันที่ 3: ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบขาขึ้น 1658.26-1663.76 จุด ก่อนปิดตลาดที่ 1661.75 จุด +12.94 จุด วอลุ่มซื้อขาย 5.94 หมื่นล้านบาท นำบวกโดยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ +5.2% บริการรับเหมาก่อสร้าง +3.19% สื่อและสิ่งพิมพ์ +2.16% เงินทุนและหลักทรัพย์ +1.56% หุ้นบวก >4% CK PSL NEX BRI CIVIL PSG BROOK BE8 ILINK หุ้นลบ >4% EE ALPHAX GCAP KISS ASK MJD
+ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นยุโรปปิดบวก: DJIA +0.78% S&P500 +0.69% NASDAQ +0.75% โดยได้ปัจจัยบวก จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคาร และหุ้นกลุ่มเทคฯ (Netflix บวกเพิ่มอีก 7.02%) ส่วนหุ้นยุโรป CAC40 +1.43% DAX +0.96% FTSE +0.96% โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้น เกือบทุกกลุ่ม หลังนักลงทุนขานรับการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนในยุโรป
+/- ตลาดน้ำมันปิดคละ ส่วนทองคำปิดบวก: WTI +5 เซนต์ ปิดที่ USD88.20/บาร์เรล Brent -10 เซนต์ ปิดที่ USD89.16/บาร์เรล แกว่งตัวในกรอบแคบ หลังมีการคาดเดาว่าโอเปคพลัสอาจเพิ่มกำลังผลิตมากกว่าที่คาดหมายไว้ในการประชุมคืนนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์และภาวะอุปทานโลกตึงตัว ส่วนราคาทองคำ +USD5.10 ปิดที่ USD1,801.50/ออนซ์ จากสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครนยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย
ประเด็นสำคัญ
- USA: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่ระดับ 55.5 ในเดือน ม.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน จากระดับ 57.7 ในเดือน ธ.ค. โดยมีสาเหตุจากการขาดแคลนแรงงานและวัตถุดิบในการผลิต รวมทั้งการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน แต่ได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจ
- FED: แบงก์ ออฟ อเมริกา ออกรายงานคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 7 ครั้ง ในปีนี้ โดยปรับขึ้นครั้งละ 0.25% โดยหากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่แบงก์ ออฟ อเมริกา คาดการณ์ หมายความว่า เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมทั้ง 7 ครั้ง ที่เหลือในปีนี้ โดยเริ่มตั้งแต่เดือน มี.ค.
กลยุทธ์การลงทุน: แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: ADVANC COM7 MINT
หุ้นแนะนำเก็งกำไร: PSL NEX KCE
Derivatives: ถือ Long S50H22 ที่เปิดไว้ รอทำกำไรตามเป้า (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)









