เราคาดว่ากำไรสุทธิของ PTTGC ใน 4Q64 จะอยู่ที่ 6.0 พันล้านบาท (-6% YoY, -14% QoQ) โดยกำไรที่ลดลงเล็กน้อย YoY จะเป็นเพราะไม่มีรายการพิเศษสองรายการเหมือนใน 4Q63
ได้แก่ i) การกลับรายการผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ 313 ล้านบาท หลังจากที่บริษัทกลับมาเปิดโรงงาน PTA ที่ปิดไปหนึ่งแห่ง และ ii) ค่าสินไหมจากบริษัทประกันประมาณ 300-400 ล้านบาท ส่วนกำไรที่ลดลง QoQ จะเป็นเพราะ spread ของ PX, BZ และ BPA ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดย spread ของ PX และ BZover- condensate ลดลงถึง 31% QoQ เหลือ US$211/ton และ US$262/ton ตามลำดับ เนื่องจากมีโรงงาน aromatics ใหม่ขนาดใหญ่สองแห่งในประเทศจีนที่เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ใน 2H64 ในขณะที่
BPA-over-phenol spread ลดลงถึง 42% QoQ เหลือ US$1,198/ton จากฐานที่สูงมากใน 3Q64 แต่อย่างไร
ก็ตาม เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจโรงกลั่นจะพุ่งสูงขึ้น QoQ ใน 4Q64 เนื่องจากเราคาดว่า base GRM ของ
PTTGC จะเพิ่มขึ้นถึง 93% QoQ เป็น US$6.2/bbl เพราะ spread ของน้ำมันเบนซิน, น้ำมันเครื่องบิน และ
น้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น ในขณะที่คาดว่าอัตราการกลั่นจะฟื้นตัวขึ้น 31% QoQ เป็น 145KBD เนื่องจากไม่มีการปิดโรงกลั่นตามแผนนาน 20 วันเหมือนกับใน 3Q64 นอกจากนี้ เรายังคาดว่า PTTGC จะมีกำไรจากสต็อกน้ำมันเพิ่มขึ้น 21% QoQ เป็น 1.4 พันล้านบาท เนื่องจากราคาน้ำมันดิบดูไบขยับขึ้นมา 9% QoQ เป็น US$78/bbl ใน 4Q64 ในขณะเดียวกันราคา HDPE, LLDPE และ LDPE ฟื้นตัวขึ้น 8-14% QoQ เป็น US$1,252/ton, US$1,285/ton และ US$1,592/ton ตามลำดับ เนื่องจาก i) อุปสงค์ PE สูงตามฤดูกาลในไตรมาสที่สี่ก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่ และ ii) ราคาน้ำมันดิบขยับสูงขึ้น
เข้าซื้อ Allnex เสร็จเรียบร้อย และอยู่ในขั้นตอนของการทำ tender offer VNT
PTTGC เข้าซื้อกิจการ Allnex เสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2564 โดยเราคาดว่า Allnex จะสร้าง
EBITDA 409 ล้านยูโร (หรือ 1.49 หมื่นล้านบาท) คิดเป็น 24% ของประมาณการ EBITDA รวมของ PTTGC ในปี 2565 ในขณะเดียวกัน PTTGC กำลังอยู่ในขั้นตอนของการทำ tender offer เพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดใน Vinythai (VNT.BK/VNT TB) ที่ราคา 39.00 บาท/หุ้น ระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2564 –25 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นเวลา 45 วันทำการ เพื่อที่จะถอนหุ้น VNT ออกจาก SET โดยหลังจากที่ถอนหุ้นออกจากตลาดแล้ว PTTGC น่าจะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน VNT จาก 25% เป็น 41% ในขณะที่ AGC Inc. จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน VNT โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น 59%
Valuation & Action
เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2565 ลงเหลือ 65.00 บาท จากเดิม 80.00 บาท อิงจาก EV/EBITDA ที่ 7.0x ลดลงจากเดิมที่ 8.0x เพื่อสะท้อนมุมมองลบของเราต่อตลาด PE และ PX/BZ ในปี 2565 ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่สร้าง EBITDA ให้กับ PTTGC (คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของ EBITDA รวม) นอกจากนี้ เรายังปรับลดคำแนะนำจากซื้อเป็นถือ เนื่องจากคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ PTTGC จะลดลง 30% YoY เหลือ 2.76 หมื่นล้านบาทในปี 2565 แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบที่เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ US$85/bbl จะส่งผลดีต่อบริษัทในระยะสั้น เพราะจะทำให้ gas-based olefins margin กว้างขึ้น
Risks
ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ, GRM และ spread ปิโตรเคมี









