ตัวเลขเงินเฟ้อตามคาด (วันที่ 13 มกราคม 2565)

ตัวเลขเงินเฟ้อตามคาด (วันที่ 13 มกราคม 2565)

วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง บวกราว 11 จุด จากแรงซื้อหุ้น Big Cap. อย่างหุ้นกลุ่มพลังงานและการเงิน ขึ้นนำตลาด ได้แรงหนุน Fund Flow ต่างชาติเข้ามาต่อเนื่อง

ตลาดคลายความกังวลถ้อยแถลงของประธานเฟด นักลงทุนติดตามการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,678.50 จุด +11.38 จุด +0.68% มูลค่าการซื้อขาย 87,959 ลบ.ต่างชาติ +2,288.18 ลบ. TFEX -853 สัญญา ตราสารหนี้ +8,949.54 ลบ.


ปัจจัยบวก  

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 38.30 จุด +0.11% ได้แรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐสอดคล้องตามคาด ดัชนี CPI พุ่งขึ้น 7%YoY จะไม่กดดันให้ FED เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าเดิม นลท.จับตาผลประกอบการไตรมาส 4/2564 ของธนาคารรายใหญ่ในวันพรุ่งนี้
+ ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.42 ดอลลาร์ +1.8% ปิดที่ 82.64 ดอลลาร์/บาร์เรล ขานรับตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ลดลงมากกว่าการคาดการณ์บ่งชี้ว่าความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐยังคงแข็งแกร่งแม้ไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดในประเทศ
+ ปธน.โจ ไบเดนของสหรัฐมั่นใจว่าสหรัฐมาถูกทางในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แม้ประเทศกำลังรับมือกับยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสโอมิครอนก็ตาม
+ IMF กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อจะยิ่งเพิ่มความอันตราย และตอกย้ำความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างชาติที่พัฒนาแล้วและชาติที่กำลังพัฒนา
+ กกร.มีมติให้คงประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ โดยอัตราการเติบโตของ GDP จะขยายตัวในกรอบ 3%-4.5% การส่งออกขยายตัว 3%-5% อัตราเงินเฟ้อทั่วไป 1.2%-2%

 

ปัจจัยลบ 

- จีนสั่งตรวจโรคเทียนจินทั้งเมืองรอบ 2 หลังพบคนติดโอมิครอนเฉียด 100 ราย ล็อกดาวน์ "เมืองที่สาม" พบติดโอมิครอน 2 คน
- WHO เปิดเผยว่าโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนอาจก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยจนเสียชีวิตได้ในกลุ่มคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
 

- โกลด์แมน แซคส์ ปรับลดคาดการณ์ GDP จีนในปี 2565 เหลือ 4.3% จากเดิม 4.8% โดยระบุว่ารัฐบาลจีนกำลังเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้นในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน
- ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์ GDP ของไทยปีนี้เหลือ 3.9% โดยลดลง 1.2% จากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนมิ.ย.2564
- สมาคมตราสารหนี้ไทย จับตา "หุ้นกู้ไฮยิลด์" ยังเสี่ยง default แม้มีสินทรัพย์ค้ำประกัน เหตุโอมิครอนคาดทำเศรษฐกิจฟื้นตัวครึ่งปีหลัง เตือนนักลงทุนประเมินผู้ค้ำประกันก่อน
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 8,167 ราย ATK 1,789 ราย มีผู้เสียชีวิต 14 ราย รักษาหาย 3,845 ราย

 

แนวโน้มตลาดวันนี้  

คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ หลังตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด ประกอบกับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,670-1,685 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• ได้ประโยชน์จากโครงการ 'ช้อปดีมีคืน’ : COM7 SYNEX CPW SPVI SVOA JMART IT
• น้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง PTTEP PTTGC IVL
• ชุดตรวจ ATK : SMD WINMED TM

 

 

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

                                                          กลุ่มน้ำมัน Top Pick
                                           PTTEP (Bloomberg Consensus 145)
                                            TOP (Bloomberg Consensus 62.30)

•น้ำมันดิบพุ่งขึ้นเหนือระดับ 82 ดอลลาร์/บาร์เรลขานรับตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ลดลงมากกว่าการคาดการณ์ ซึ่งบ่งชี้ว่าความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐยังคงแข็งแกร่งแม้ไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดในประเทศ นอกจากนี้ท่อขนส่งน้ำมันหลักของเวเนซุเอลาระเบิดอย่างรุนแรงวานนี้ส่งผลให้อุปทานจากเวเนซุเอลาราว 5-7 แสนบาร์เรลต่อวันหายไปจากตลาด

•ความเห็น ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นเป็นบวกต่อ PTTEP ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันเนื่องจากอัตราก้าไรขั้นต้นจะปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน ขณะที่ต้นทุนการผลิตทรงตัว ทั้งนี้คาดว่าผลประกอบการ 4Q64 จะปรับตัวดีขึ้นจาก 3Q64 เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น 6%จาก 3Q64 แม้จะมีด้อยค่าจากการลงทุนในประเทศโมซัมบิกก็ตาม ขณะที่ TOP ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันจะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น อีกทั้งค่าการกลั่นที่ปรับตัวขึ้นกว่า 200% จาก 3Q64 สู่ 6.7ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติม

 

หุ้นมีข่าว

(+) GPSC (Bloomberg Consensus 92.00 บาท) โบรกเกอร์ดีล PTT จับมือ GPSC จัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อทำธุรกิจแบตเตอรี รองรับอุตสาหกรรมอีวีในเชิงบวก อาจมี Upside จากการลงทุนดังกล่าว ในเบื้องต้นคาดใช้เงินลงทุนอยู่ที่ราว 2.7 พันล้านบาท และจะสร้างรายได้จากการขาย แบตเตอรีรถยนต์ไฟฟ้าราว 70% แนะนำ ทยอยซื้อสะสมหุ้นทั้ง 2 เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว (ที่มา ทันหุ้น)

(+) BE8 (Bloomberg Consensus 40.40 บาท) ขยายธุรกิจให้บริการที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น แบบครบวงจร ให้กลุ่มเอสเอ็มอีเพิ่ม ล่าสุดให้บริการร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำ ออกแบบระบบจัดเก็บฐานข้อมูลลูกค้า และเชื่อมโยงเข้ากับทุกสาขาและทุกแพลตฟอร์มเป็นหนึ่งเดียว ผ่านซอฟต์แวร์สาเร็จรูป "BE 8 Solutions" ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล (ที่มา ทันหุ้น)

(+) BCPG (Bloomberg Consensus 16.90 บาท) ควักงบลงทุน 1,070 ล้านบาท ซื้อหุ้นสามัญ Nam Tai 25% ลุยโครงการระบบสายส่งไฟฟ้าขนาด 220 กิโลโวลต์ใน สปป.ลาว รองรับธุรกิจขายไฟจากลาวไปเวียดนาม โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” เป้า 16.50 บาท คาดกำไรปี 64 ทะลุ 2 พันล้านบาท (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) SAWAD (Bloomberg Consensus 74.50 บาท) บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น ไม่รอแล้ว เร่งส่ง SCAP บริษัทลีสซิ่งเข้าตลาดหุ้นปีนี้ เร็วกว่าเดิมที่กำหนดไว้ ในปี 66-67 ตั้งเป้าสินเชื่อปล่อยใหม่โต 60% สินเชื่อคงค้างแตะระดับ 1 หมื่นล้านบาท เน้นสินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์ป้ายแดงกว่า 70% พร้อมรุกสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลหลังรับไลเซนส์จากแบงก์ชาติ (ที่มา ข่าวหุ้น)