วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตาตัวเลขเงินเฟ้อ (วันที่ 11 มกราคม 2565)

วันจันทร์ที่ผ่านมา ดัชนีแกว่งตัวไซด์เวย์ -3 ถึง +6 จุด ยังมีความกังวลตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่อยู่ในระดับสูง มีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นบางกลุ่ม

เช่น กลุ่มหลักทรัพย์ โดย FSS +29.82%, TNITY +29.57%, UOBKH +27.68% และหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าตลาด ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,657.06 จุด -0.56 จุด -0.03% มูลค่าการซื้อขาย 79,545 ลบ. ต่างชาติ +1,370.99 ลบ. TFEX +6,256 สัญญา ตราสารหนี้ +6,145.36 ลบ.

 

ปัจจัยบวก

+ สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่ง +1.4%MoM ในเดือนพ.ย. สูงกว่าคาดที่ 1.2% หลังจากพุ่งขึ้น 2.5% ในเดือนต.ค.
+ ธปท.ประเมินผลกระทบของโควิดโอมิครอนจะอยู่แค่ในช่วง 1H65 เท่านั้น ถ้าระบาดแค่ครึ่งปีแรก รัฐไม่ ล็อกดาวน์ กระทบเศรษฐกิจไม่มากและเศรษฐกิจไทยจะทยอยปรับฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง คาด GDP ปี 65 ที่ 3.4% และกลับเข้าสู่ระดับก่อนโควิดต้นปี 66
+ คมนาคมเตรียมของบลงทุนปี 66 ด้านคมนาคม โลจิสติกส์ของประเทศวงเงิน 3.2 แสนล้านบาท เดินหน้าโครงการบกน้ำ-ราง-อากาศ เล็งเสนอสำนักงบฯ พิจารณาวันที่ 14 ม.ค.นี้
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 7,133 รายไม่รวม ATK อีก 1,545 ราย เสียชีวิต 12 ราย รักษาหาย 3,306 ราย
 

ปัจจัยลบ 

- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 162.79 จุด -0.45% กังวลการพุ่งขึ้นของอัตราเงินเฟ้อจะส่งผลให้เฟด เร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวก เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในช่วงท้ายตลาด
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 67 เซนต์ -0.9% ปิดที่ 78.23 ดอลลาร์/บาร์เรล กังวลการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนจะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน แต่สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวลงไม่มากนักจากความไม่สงบในคาซัคสถานซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มโอเปคพลัส และรายงานการผลิตน้ำมันที่ลดลงในประเทศลิเบีย
 

 

 

- สหรัฐรายงานจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากการพุ่งขึ้นของผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนทำให้ระบบสาธารณสุขตึงตัวในหลายรัฐ
- นักวิเคราะห์คาดการณ์วันพุธนี้สหรัฐจะรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค พุ่งขึ้น 7.1%YoY ในเดือนธ.ค.จากระดับ 6.8% ในเดือนพ.ย.กดดัน FED ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
- จีนพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน 2 รายในเมืองเทียนจินเป็นการพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนครั้งแรกในประเทศจีน ส่งผลให้เมืองเทียนจินสั่งระดมการตรวจเชื้อขนานใหญ่
- IMF เปิดเผยว่า กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ต้องเตรียมตัวรับมือ FED ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เร็วกว่าคาดซึ่งอาจจุดชนวนให้เกิดการไหลออกของเงินทุน และการอ่อนค่าของสกุลเงินต่างประเทศ
-รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่าเกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีในวันนี้ตกลงในทะเลนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่นโดยยังไม่มีรายงานความเสียหาย

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ จากความกังวลที่ว่าการพุ่งขึ้นของอัตราเงินเฟ้อจะส่งผลให้เฟด เร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับถูกกดดันจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นทะลุ 1.8% มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,645-1,665 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน  

• ได้ประโยชน์จากโครงการ 'ช้อปดีมีคืน’ : COM7 SYNEX CPW SPVI SVOA JMART IT
• ราคาหมู-ไก่ ปรับตัวสูงขึ้น CPF TFG GFPT
• น้้ามันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง PTTEP PTTGC IVL
• ชุดตรวจ ATK : SMD WINMED TM

 

  

หุ้นรายงานพิเศษ

                                                             PRINC

                                  “มุมมองบวกต่อผลประกอบการมีลุ้น turnaround”

•PRINC ได้รับผลบวกจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้มีผู้มาตรวจและรักษาโควิด-19 เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของโรงพยาบาลและ Hospitel ปัจจุบันโรงพยาบาลในเครือ พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ 12 แห่งใน 10 จังหวัดร่วมมือกับภาครัฐ รับดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ตามสิทธิ์การรักษา โดยโรงพยาบาลในเครือฯ เร่งเพิ่มศักยภาพรองรับผู้ป่วยทั้งประเทศล่าสุด (ณ วันที่ 10 ม.ค. 2565) ไม่ต่่ากว่า 3,000 เตียง โดยเฉพาะในพื้นที่การระบาดและโรงพยาบาลในเครือตั้งอยู่ นอกจากนี้ ยังมีการทยอยรับรู้รายได้จากการฉีดวัคซีนทางเลือก Moderna และ Sinopharm ที่ทยอยให้บริการฉีดวัคซีน

•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อผลการดำเนินงานปี 64 ที่มีแนวโน้มขาดทุนต่ำกว่าปี 63 ที่ขาดทุน 512 ล้านบาท ผลประกอบการงวด 9M64 ขาดทุน 40 ล้านบาทลดลงจากขาดทุน 424 ล้านบาทในงวด 9M63 และมีลุ้น Turnaround ในปี 65 หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังเรื้อรัง แนะนำ ซื้อเก็งกำไร

 

หุ้นมีข่าว

(+) GLOBAL (Bloomberg Consensus 27.00 บาท) บิ๊ก GLOBAL ชี้ช่องผลงานปี 2565 กระฉูดอีก 15-20% นิวไฮต่อเนื่อง สาขาเดิมยอดพุ่ง เปิดสาขาใหม่ อีก 5-7 แห่ง ใช้งบลงทุนราว 2.5-3.0 พันล้านบาท เปิดเกมใหญ่สยายปีกต่างประเทศอีก บุกฟิลิปปินส์ร่วมกับพันธมิตร พร้อมเปิดสาขาในกัมพูชา เพิ่มอีก 1 แห่ง (ที่มา ทันหุ้น)

(+) NRF (Bloomberg Consensus 8.88 บาท) ทำดีลดิลิเจนซ์ ซื้อธุรกิจโปรตีนจากพืช ท็อป 10 ในสหรัฐ สู่ผู้นำในตลาดสหรัฐ เตรียมนำสินค้า Wicked Kitchen ทำตลาดในไทย แผนธุรกิจกับปตท.คืบ มั่นใจสัดส่วนรายได้ปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนรายได้รวมปี 2565 คาดโตกว่า 50%
(ที่มา ทันหุ้น)

(+) ASIAN (Bloomberg Consensus 23.50 บาท) ลุยโปรดักต์นวัตกรรม Plant-Based Food ในส่วนของเบอร์เกอร์และซีฟู้ด ร่วมกับลูกค้าในสหรัฐ หวังทำตลาดในสหรัฐ ส่วนปี 2565 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 15% ชี้ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงดีมานด์สูง พร้อมตั้งงบลงทุน 500-600 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง (ที่มา ทันหุ้น)

(+) IMH (Bloomberg Consensus 23.25 บาท) ผนึกพันธมิตร เปิด "ศูนย์พักคอย" อีกครั้ง รับคนไข้โควิดกว่า 200 เตียง พร้อมปรับแผนสู้ "โอมิครอน" ส่ง "โรงพยาบาลประชาพัฒน์ " รองรับคนไข้เคสเหลือง-แดง ล้นทะลักจากกลุ่มคนป่วย 7 โรคเสี่ยง ส่วน "ศูนย์พักคอย" รับคนไข้เคสเขียว (ที่มา ทันหุ้น)