วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อ บวกประมาณ 7 จุด มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น จากการที่โอเปคพลัสเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 400,000 บาร์เรล/วันในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ในช่วง1-2 สัปดาห์นี้ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,676.79 จุด +6.51 จุด +0.39% มูลค่าการซื้อขาย 93,126 ลบ. ต่างชาติ +3,261.07 ลบ. TFEX +13,463 สัญญา ตราสารหนี้ +14,888.38 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 86 เซนต์ +1.1% ปิดที่ 77.85 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 6 และการที่กลุ่มโอเปคพลัสยึดมติข้อตกลงเดิม ในการประชุมนโยบายการผลิต
+ การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้น 807,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. สูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2564 และสูงกว่าคาดที่ระดับ 375,000 ตำแหน่ง
+ สนค.เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือน ธ.ค.64 เพิ่มขึ้น 2.17%YoY แต่ลดลง 0.38%MoM เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 64 ที่ 1.23% ใกล้เคียงประมาณการที่ 0.8-1.2%
+ ก.คลังเตรียมพิจารณาแจกเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกลุ่มเปราะบางรวม 16 ล้านคน “คนละครึ่งเฟส 4” เริ่ม 1 มี.ค.65 ตามแพ็กเกจเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รอบใหม่
+ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยผลการสำรวจความเห็นสมาชิกนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน เกี่ยวกับมุมมองการลงทุนในปี 2565 คาดการณ์ SET Index ในช่วง 1Q65 จะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากสิ้นปี 64 คาด SET ตลอดปีจะแกว่งตัวในกรอบ 1,546 ถึง 1,782 จุด คาด GDP ปี 65 จะเติบโต 3.71% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
ปัจจัยลบ
- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 5,775 ราย ATK 1,079 ราย มีผู้เสียชีวิต 11 ราย รักษาหาย 2,673ราย
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 392.54 จุด -1.07% ดัชนี Nasdaq ดิ่งลงรุนแรงที่สุดในรอบ 11 เดือน หลังจากรายงานการประชุม FED เดือนธ.ค.ระบุว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดไว้ รวมถึงการปรับลดการถือครองประเมินสินทรัพย์ โดยมีเป้าหมายที่จะสกัดการพุ่งขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ
- แพทย์ใหญ่ประจำคณะทำงานด้านการควบคุมโรค โควิด-19 ของทำเนียบขาว กล่าวว่า สหรัฐไม่ควรประเมินไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนต่ำเกินไป แม้ไวรัสดังกล่าวมีความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์เดลตา
- ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 57.6 ในเดือนธ.ค. ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 58.0 ในเดือนพ.ย.
- ยูโรโซนรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต-บริการร่วงลงสู่ระดับ 53.3 ในเดือนธ.ค. 64 ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2564
- ธปท.เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ฉบับย่อ) ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า พบว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง มีความไม่แน่นอนสูง
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ จากความกังวลว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับสถานการ์โควิด-19 ในประเทศ ที่จำนวนผู้ติดเชื้อเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,660-1,675 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• ได้ประโยชน์จากโครงการ 'ช้อปดีมีคืน’ : COM7 SYNEX CPW SPVI SVOA JMART IT
• หุ้น Reopening Play : หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ERW CENTEL AWC หุ้นกลุ่มห้างสรรพสินค้า CPN CRC MBK
• ราคาหมู-ไก่ ปรับตัวสูงขึ้น CPF TFG GFPT
• น้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง PTTEP PTTGC IVL
• ชุดตรวจ ATK SMD WINMED TM
หุ้นรายงานพิเศษ
ผู้นำเข้า ATK - TM (Consensus -)
WINMED (Consensus 7.8 บาท)
SMD (ซื้อ ราคาเหมาะสม 20 บาท)
•จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID ในไทยพุ่งเกิน 5 พันคนต่อวันส่งผลบวกต่อ TM ที่นำเข้าชุดตรวจ ATK ทั้งแบบ Professional Use และ Home use ซึ่งเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ 3Q64 ขณะที่ WINMED ให้บริการห้องปฏิบัติการตรวจยืนยันเชื้อ COVID-19 พร้อมจำหน่ายชุดตรวจ ATK ซึ่งสามารถตรวจสายพันธุ์ Omicron ได้ตั้งแต่ปลาย 3Q64 และ SMD ที่มีการนำเข้าชุดตรวจ ATK เข้ามาจำหน่ายผ่านร้าน 7-11 ซึ่งสามารถกระจายสินค้าได้ทั่วประเทศเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ปลาย 3Q64
•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อทั้ง TM WINMED และ SMD ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายชุดตรวจ ATK โดยคาดว่ารายได้ 4Q64 จะเติบโตขึ้นทั้ง 3 บริษัท อย่างไรก็ตามเราเลือก SMD เป็น Top pick เนื่องจากมีการขายชุดตรวจ ATK ผ่านร้าน 7-11 ทำให้สามารถกระจายสินค้าได้คลอบคลุมมากกว่าคู่แข่งอีกทั้ง PE Ratio ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 10.5 เท่า ขณะที่ TM และ WINMED ซื้อขายที่ PE Ratio อยู่ที่ 33.4 และ 40.9 เท่าตามลำดับ
หุ้นมีข่าว
(+) CHAYO (Bloomberg Consensus 16.70 บาท) เผยซื้อหนี้ปี 2564 ทะลุ 11,400 ล้านบาท ดันพอร์ตบริหารหนี้แล้วกว่า 7.5 หมื่นล้านบาท วางเป้ารายได้ 3 ปี (2565-2567) เติบโตเฉลี่ย 20-25% ต่อปี พร้อมวางงบซื้อหนี้บริหารปี 2565 เพิ่มอีก 2,000-3,000 ล้านบาท ชูคอนเซ็ปต์หุ้น Growth Stock พื้นฐานดี มีสตอรี่ต่อเนื่อง (ที่มา ทันหุ้น)
(+) CBG (Bloomberg Consensus 135.50 บาท) จ่อคลอดสินค้าใช้สารสกัด CBD ปลายไตรมาส 1/2565 ถึงต้นไตรมาส 2/2565 แย้มอยู่ระหว่างทดสอบสินค้า เตรียมออกสินค้ากลุ่ม Functional Drink 2 รายการ ก่อนสงกรานต์ เผยปีนี้หากไม่มีการล็อกดาวน์ รายได้รวมจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% ตลาดต่างประเทศฟื้นตัวดี ทั้งใน CLMV และจีน คาดต้นทุนอะลูมิเนียม-น้ำตาล ดีขึ้น (ที่มา ทันหุ้น)
(+) GLOCON (Bloomberg Consensus 0.80 บาท) คว้าใบอนุญาตสกัดน้ำมันจากเมล็ด-ใบอนุญาตผลิตอาหารจากกัญชง จ่อเซ็น MOU พันธมิตรยักษ์ใหญ่ ร่วมวิจัยสูตรผสมยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์สู่สากล ส่งซิกพร้อมนำร่องส่ง Ready To Eat หลากหลายเมนู ลุยตลาดทั่วประเทศทันที หลังรัฐไฟเขียวออกประกาศกฎหมายอย่างเป็นทางการ (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) JR (Bloomberg Consensus - บาท) กางแผนปี 65 ตั้งเป้ารายได้โต 15-20% เล็งประมูลงานใหม่มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ลุ้นคว้า 8 พันล้านบาท หลักๆ โครงการเปลี่ยนระบบไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินรถไฟฟ้าสายสีเหลือง-ชมพูกว่า 6 พันล้านบาท ดันแบ็กล็อกพุ่ง 1 หมื่นล้านบาท จากสิ้นปี 64 มีแบ็กล็อกเกือบ 5 พันล้านบาท (ที่มา ข่าวหุ้น)









