นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย สมชาย พรรัตนเจริญ ระบุ แนวโน้มกำลังซื้อผู้บริโภค 2 เดือนแรกนี้คาดอยู่ในภาวะซึม โดยมี 3 ปัจจัยกระทบการใช้จ่าย
นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย สมชาย พรรัตนเจริญ ระบุ แนวโน้มกำลังซื้อผู้บริโภค 2 เดือนแรกนี้คาดอยู่ในภาวะซึม โดยมี 3 ปัจจัยกระทบการใช้จ่าย ได้แก่
1.ราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ทำให้ผู้บริโภคตกอยู่ในภาวะช็อกจากข้าวของแพงขึ้นถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นน้ำปลา ซีอิ๊ว ผงปรุงรส และอาหารสด เช่น เนื้อหมู
2.การสิ้นสุดโครงการคนละครึ่งเฟส 3 เมื่อ 31 ธ.ค. 2564 ทำให้จากนี้ผู้บริโภคต้องจ่ายในราคาเต็ม จากมาตรการรัฐช่วยอุดหนุนเหลือครึ่งหนึ่ง ทำให้การจับจ่ายมีความคล่องตัว และเพิ่มอำนาจซื้อของประชาชน รวมไปถึงโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เพิ่มวงเงินจาก 300 บาท เป็น 500 บาท และ 800 บาท สำหรับผู้มีรายได้น้อยต่ำกว่า 150,000 บาท และเพิ่มวงเงินจาก 200 บาท เป็น 400 บาท และ 700 บาท สำหรับผู้มีรายได้ 150,000 บาท
“มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ช่วยเงินสะพัด ปลุกการใช้จ่ายของประชาชนฐานราก 2 เดือนนี้อาจเห็นการซื้อของผู้บริโภคสะดุด เพราะสินค้าปรับตัวขึ้นแบบหฤโหด เป็นปัจจัยแรงสุดเบรกการใช้จ่ายทันที”
3. การแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน กระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอีกระลอก จากเดิมภาคธุรกิจหวังจะเห็นการเพิ่มกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่ต้องดับฝันทันที
“กำลังซื้อผู้บริโภคซึมแน่นอน จากสินค้าแพง แรงกระตุ้นจากรัฐบาลไม่มี และโควิดอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ธุรกิจหนักขึ้น"
ขณะที่เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา การจับจ่ายใช้สอยอยู่ในเกณฑ์ดี ตลาดมีความคึกคัก เนื่องจากเป็นเทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ ผู้บริโภคมีการจับจ่ายซื้อสินค้า มอบของขวัญให้แก่กัน แต่อาจจะเป็นขนาดที่เล็กลง เพื่อให้เห็นน้ำใจ และไม่ทอดทิ้งกัน







