วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอสเอ็มอี ชู “ Dual circulation”จีน สร้างความเข็มแข็งทางเศรษกิจ

ประธานสมาคมเอสเอ็มอีไทย รับ โควิด-19 กระทบเอสเอ็มอี 8 ด้าน ชี้โมเดล“ Dual circulation”จีน ลดพึ่งพาปัจจัยการผลิต สร้างความเข็มแข็งทางเศรษฐกิจ แนะสร้างองค์ความรู้ พัฒนาคุณภาพสินค้า นำเอสเอ็มอีสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

นายแสงชัย  ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวในงานเสวนา “ผ่าทางรอด ธุรกิจไทย หลังเปิดประเทศ”ว่าเอสเอ็มอีได้ถอดบทเรียนจากการได้รับผลกระทบจากโควิดพบว่า เอสเอ็มอีได้รับผลกระทบใน  8 เรื่อง ประกอบด้วย 1   ประชาชนมีรายได้น้อย แม้ว่ารัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือ เช่น  บัตรสวัสดิการของรัฐ  2.การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ช้าและชุดตรวจโควิดเอทีเค3.ปัญหาการว่างงานสูง   4.หนี้สินพ้น ดอกเบี้ยท่วม 5.การเข้าไม่ถึงมาตรการกลไกของรัฐ จากกฎเกณฑ์ระเบียบต่างๆ  6.เอสเอ็มอี ปิดกิจการ เปลี่ยนอาชีพ เพราะการล็อคดาวน์  7.เอสเอ็มอีหนีตายโดยการไปกู้หนี้นอกระบบ ทำให้มีหนี้เพิ่มมากขึ้น  8.รายได้ไม่พอเกิดหนี้ภาคครัวเรือน

สำหรับโอกาสและทางรอดของเอสเอ็มนั้น มองว่า โมเดลทางเศรษฐกิจใหม่ ที่เรียกว่า “ Dual circulation”  ซึ่งเน้นในเรื่อง Internal circulation เป็นการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศ ซึ่งประเทศจีนได้ทำโมเดลนี้ขึ้นมา  โดยใช้ 3 หลักการคือ 1 .กำลังซื้อ 2. ลงทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล และ3. เรื่องของสิ่งแวดล้อม  โดยลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตของต่างประเทศควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้บริษัทหรืออุตสาหกรรมในประเทศจีนพึ่งพาปัจจัยการผลิตในประเทศให้มากยิ่งขึ้น

ขณะที่ประเทศไทยเน้น เรื่องของ BCG economy เรื่องของ S-curve industry และ creativity service industry ซึ่งทำให้ประเทศไทยมีรูปแบบการเติบโตที่โฟกัสในเรื่องของเทคโนโลยีและ creativity เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน ที่ต้องเน้นอีกเรื่องคือการส่งเสริมเรื่องของการค้าชายแดนให้มากขึ้นซึ่งจะช่วยเอสเอ็มอีส่งออกได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตามโจทย์สำคัญที่จะทำให้เอสเอ็มอีเดินหน้าตามนโยบาย BCG economy  ไปสู่ยุค digital ได้อย่างไร เพราะปัจจุบันเอสเอ็มอีจำนวนมากยังติดอยู่ในยุค 1.0 สังคมเกษตรกรรม ที่ยังไม่ได้ใช้เครื่องจักร  สิ่งที่จะนำเอสเอ็มอีก้าวผ่านไปสู่ยุดดิทัล คือการสร้างองค์ความรู้ หรือทุนมนุษย์ ซึ่งกลไกพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าและการบริการเป็นสิ่งทีเอสเอ็มอีต้องการอย่างยิ่ง ควบคู่ไปกับแหล่งทุน ทั้งกองทุนนวัตกรรมกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี กองทุนฟื้นฟู  และDigital Factoring

นอกจากนี้ยังต้องมีการปฏิรูประบบราชการกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต้นทุนธุรกิจส่วนเกินเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและสร้างแต้มต่อให้กับเอสเอ็มอี เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้เอสเอ็มอี ทั้งเรื่องของนวัตกรรมและเทคโนโลยี  รวมทั้งการผลักดันให้เอสเอ็มอีส่งออกได้มากขึ้น และลดนำเข้าจากจากต่างประเทศ แม้ว่าปีนี้การส่งออกไทยจะเติบโคเป็นตัวเลข 2 หลัก แต่การนำเข้าก็มีมูลค่าสูงเช่นกัน โดยเอสเอ็มอีเองก็ขาดดุลการค้าถึง 1.2 แสนล้านบาท