วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์การลงทุนรายสัปดาห์ (13 ธันวาคม 2564)

13-17 ธันวาคม: ฟื้นตัวต่อ ติดตามนโยบายการเงินสหรัฐฯ / ยุโรป คาดว่าตลาดจะขยับขึ้นแบบ sideways up โดยน่าจะบวกชัดเจนมากขึ้น หลังความชัดเจนจากผล ประชุม FOMC

ในสัปดาห์ที่แล้ว (7-9 ธันวาคม) ซึ่งตลาดเปิดทำการซื้อขายเพียงสามวัน ดัชนี SET ฟื้นตัวได้พอสมควร
และปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งกว่าที่เราคาดไว้ โดยสินทรัพย์เสี่ยงทั้งในตลาดโลก และตลาดเอเชียตอบรับใน
เชิงบวกต่อความกังวลที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับสายพันธุ์ Omicron หลังจากที่มีแพทย์ และ
นักวิทยาศาสตร์หลายรายออกมาแสดงความเห็นว่าถึงแม้สายพันธุ์ Omicron จะแพร่ระบาดรวดเร็ว แต่
อาการของผู้ป่วยไม่รุนแรง และไม่น่าส่งผลกระทบต่อการกลับมาเปิดเศรษฐกิจ และเศรษฐกิจยังมี
แนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งในปี 2565

สำหรับในสัปดาห์นี้ (13-17 ธันวาคม) เราคาดว่าดัชนี SET จะขยับขึ้นแบบ sideways up ทั้งนี้ ก่อนที่จะ
ทราบผลการประชุม FOMC นัดสำคัญในคืนวันพุธ (เวลาท้องถิ่น) เราคาดว่าสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ซึ่ง
รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย น่าจะขยับอยู่ในช่วงแคบ ๆ เราเชื่อว่าโมเมนตั้มของตลาดจะพลิกมาแข็งแกร่ง
มากขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ เนื่องจากผู้เล่นส่วนใหญ่ในตลาดคาดว่า Fed จะเร่งลดขนาด QE เร็ว
ขึ้น และขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น ดังนั้นเราจึงมองว่ามีโอกาสน้อยที่การตัดสินใจของ FOMC จะส่งผลกระทบ
รุนแรงกับตลาดการเงิน เว้นแต่ว่าจะมีการปรับประมาณการตาม dot-plot อย่างมีนัยสำคัญ สำหรับ
ปัจจัยภายในประเทศ เราเห็นสัญญาณว่ากระแสเงินทุนจากนักลงทุนสถาบันในประเทศจะดีขึ้นใน
เดือนนี้ เนื่องจากผ่านช่วงจองซื้อหุ้น PO ของ MAKRO ไปแล้ว และมีความจำเป็นในการดูดซับสภาพ
คล่องน้อยลง

 

 

 

ติดตามผลการประชุม FOMC, ECB และสถานการณ์ Omicron ในประเทศไทย

(0) ผลการตัดสินนโยบายการเงินของ Fed และ ECB โดยผลการประชุม FOMC จะออกมาในคืนวันที่
15 ธันวาคมตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า Fed จะเร่งลดขนาด QE เร็วขึ้นจากเดิมเดือนละ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ เป็นเดือนละ 2-3 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ และคาดว่าจะมีการปรับ dotplot เพื่อชี้ว่าดอกเบี้ยจะขึ้นเร็วกว่าที่คาดเอาไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งตามราคา CME Fed Fund Futures แสดงว่าตลาดคาดว่า Fed จะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2565 ส่วนการประชุม ECB ในวันที่ 16 ธันวาคม ตลาดคาดว่า ECB น่าจะยังคงแผนการยุติโครงการ PEPP ในเดือนมีนาคม 2565 ตามกำหนดเดิม และ ECB อาจจะยังมีการทำ QE ต่อไปโดยผ่านแพคเก็จ APP

(0/+) สถานการณ์ Omicron ในประเทศไทย และการประชุม ศบค. วันที่ 13 ธันวาคม จากสถานการณ์
ในปัจจุบัน เราคิดว่าสายพันธุ์ Omicron ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับแผนการกลับมาเปิดประเทศไทย และจังหวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยในวันนี้ ศบค. มีกำหนดประชุมซึ่งคาดว่าจะมีการอนุมัติให้ผ่อนคลายมาตรการทางสังคมเพิ่มเติมอีกก่อนหน้าที่จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อในประเทศรายงานว่าคณะรัฐมนตรีน่าจะพิจารณาออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคเพิ่มเติมอีกในการประชุมวันที่ 21 ธันวาคม โดยอาจจะอยู่ในรูปของการขยายโครงการคนละครึ่งเฟสที่สี่ และการออกมาตรการช้อปช่วยชาติรอบใหม่

 

 


 

ยังคงเน้นกลยุทธ์ barbell ระหว่างหุ้น และ หุ้น big-caps ที่ beta สูง นอกจากนี้ เรายังชอบหุ้น mid caps ในธีมมาตรการกระตุ้น และการกลับมาเปิดเศรษฐกิจในประเทศ

ดังที่เราได้แนะนำไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เรายังคงมองว่าดัชนี SET มี upside อีกในช่วงที่เหลือของปีนี้ และแนะนำให้นักลงทุนเน้นหุ้น defensive และหุ้น big caps ที่มี beta สูง ซึ่งได้แก่ ADVANC*, LH* และหุ้นธนาคารใหญ่ที่ถูกเทขายออกมาอย่างหนักอย่างเช่น KBANK* และ SCB* สำหรับหุ้นกลุ่ม mid-cap เราชอบหุ้นผู้บริโภคที่จะได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นการบริโภคที่จะออกมาในช่วงต้นปี 2565 อย่างเช่น HMPRO* และ COM7 ในขณะเดียวกัน เราแนะนำให้เข้าลงทุนในหุ้นที่จะได้อานิสงส์จากธีมการกลับมาเปิดเศรษฐกิจในประเทศอีกครั้ง อย่างเช่น M* และ PTG* ด้วย