วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรท.ลุ้นส่งออกปี 64 โต 15% “ปีหน้า” คาดขยายตัว 5-8 %

สรท. เผย ส่งออกไทนเดือนต.ค.โต 17.35 % มีมูลค่า 22,738.7 ล้านดอลลาร์ จับตาโอมิครอน กระทบส่งออก พร้อมเปิดตัวหนังสือWhite Paper: Post Covid-19 Rehabilitation Plan for Export Sector พัฒนาการส่งออกไทย

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า การส่งออก ของไทยเดือนต.ค. 2564   มีมูลค่า 22,738.7 ล้านดอลลาร์ขยายตัว 17.35% เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย พบว่าการส่งออกในเดือนต.ค.ขยายตัว 25.38% ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 23,108.9 ล้านดอลลาร์ขยายตัว 34.6% ส่งผลให้ดุลการค้าของประเทศไทยในเดือนต.ค. 2564 ขาดดุลเท่ากับ 370.2 ล้านดอลลาร์

ส่วนภาพรวมการส่งออก 10 เดือนแรกคือตั้งแต่เดือนม.ค. –ต.ค.2564 ไทยส่งออกรวมมูลค่า 222,736.4 ล้านดอลลาร์  ขยายตัว 15.7% เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย พบว่าการส่งออกในช่วง 10 เดือนนี้ขยายตัว 19.6% ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 222,736.4 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 15.7% 

“สรท.คาดส่งออกไทยปี 64มีลุ้นขยายตัวถึง15% ส่วนปี 65 คาดโต 5-8% “นายชัยชาญ กล่าว

 

โดยมีปัจจัยปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญในปี 2564ได้แก่ 1. ความกังวลต่อสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์      “โอมิครอน” ซึ่ง WHO จัดให้อยู่ในกลุ่มสายพันธุ์ที่น่าห่วงกังวล และเริ่มมีการแพร่กระจายในหลายประเทศ อาทิ เบลเยี่ยม เยอรมัน อิตาลี เชค ออสเตรเลย ฮ่องกง สหรัฐฯ อังกฤษ ซึ่งยังคงมีตัวเลขผู้ติดเชื้อในระดับสูง ขณะที่หลายประเทศเริ่มกลับมาจำกัดการเดินทางเข้าออกประเทศโดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากแอฟริกา และมีความเป็นไปได้ที่หลายประเทศอาจจะล็อคดาวน์อีกครั้งซึ่งสวนทางกับช่วงเศรษฐกิจกำลังเร่งฟื้นตัว 

2. แรงงานในภาคการผลิตขาดแคลนต่อเนื่อง ประกอบกับต้นทุนการจ้างงานปรับตัวสูงขึ้น กระทบการผลิตเพื่อส่งออกที่กำลังฟื้นตัวจากโควิด 3.ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ตกค้าง ณ ท่าเรือปลายทาง โดยเฉพาะท่าเรือ Los Angeles และ Long Beach ที่พบปัญหาความหนาแน่นภายในท่าเรือ ทำให้ต้องใช้ระยะเวลานานในการขนถ่ายสินค้า รวมถึงปัญหา Space allocation ไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถจองระวางและส่งสินค้าได้ทันตามกำหนด ตลอดจนค่าระวางเรือยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะสหภาพยุโรป สหรัฐฯ รวมถึงจีนที่มีการเร่งนำเข้าสินค้าในทันช่วงเทศกาลคริสต์มาสและตรุษจีน ส่งผลให้บางสายการเดินเรือต้องหยุดให้บริการจองระวางชั่วคราว 

4. ปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนและราคาผันผวน อาทิ เซมิคอนดักเตอร์, เหล็ก, น้ำมัน ส่งผลให้ภาคการผลิตเพื่อส่งออก ยังคงประสบปัญหาอย่างต่อเนื่อง. 5. ปัญหาคอขวดด้านอุปทานของโลก เนื่องจากการผลิตทำได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่ต้นทุนการผลิตโดยรวมปรับเพิ่ม

นายชัยชาญ กล่าวว่า ทั้งนี้ เพื่อให้มีแนวทางในการพัฒนาการส่งออกไทยให้สามารถเติบโตและแข่งขันได้ในระยะต่อไป สรท.ได้จัดทำ White Paper: Post Covid-19 Rehabilitation Plan for Export Sector เพื่อนำเสนอบทวิเคราะห์สภาพความเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอก ความท้าทายระดับมหภาคต่อการส่งออกของไทย ความท้าทายและข้อเสนอแนะในภาพรวมและรายอุตสาหกรรม ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญประกอบด้วย อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยางพารา อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมพลาสติกและผลิตภัณฑ์

การวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกด้วย PESTEL Model พบว่ามีปัจจัยภายนอกสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมส่งออกของประเทศในระยะต่อไป ประกอบด้วย 1. ปัจจัยด้านการเมือง อาทิ ความขัดแย้งทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ แนวคิดชาตินิยมและการปกป้องผลประโยชน์ของชาติและการออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการภายในประเทศในหลายประเทศและในหลายอุตสาหกรรม

2.ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ อาทิ การเจรจาการค้าเสรีและการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ ระดับทวิภาคี พหุภาคี และ Global FTA โดยเฉพาะประเด็นการสะสมแหล่งกำเนิดสินค้าภายในกลุ่ม การกำหนดนโยบายด้านงบประมาณเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้น  อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้วอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องสวนทางกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาซึ่งมีทิศทางเติบโตมากขึ้น บทบาทค่าเงินเหรียญสหรัฐต่อเศรษฐกิจโลก การเพิ่มขึ้นของราคาสินทรัพย์และทรัพยากรโดยไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐาน ทิศทางค่าระวางเรือในตลาดขนส่งสินค้าทางทะเลปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 3. ปัจจัยด้านสังคม อาทิ สถานการณ์ขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม การเรียกร้องด้านสิทธิมนุษยชนในสถานประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความโปร่งใสและธรรมาภิบาลขององค์กรธุรกิจถูกจับตามากขึ้นจากลูกค้าและสังคม แรงกดดันจากสังคมในการป้องกันความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคในสถานประกอบการ 4. ปัจจัยด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและการพัฒนาด้าน Robotic 

5. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะการตระหนักรู้ถึงสภาพการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกของผู้บริโภค 6.ปัจจัยด้านกฎหมาย อาทิ การออกกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การบังคับกฎหมายทางด้านภาษีอย่างเคร่งครัดและครอบคลุมธุรกิจใหม่มากขึ้น เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันและรายได้ของภาครัฐ การผ่อนปรนกฎระเบียบและมาตรการทางการเงิน และการออกกฎหมายภายในประเทศเพื่อควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น

เมื่อพิจารณาร่วมกับสภาพการเปลี่ยนแปลงและสถานการณ์รายอุตสาหกรรม จึงมีข้อเสนอแนะการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกที่สำคัญ ประกอบด้วยการเจรจาการค้าเสรี เช่น กำหนดท่าทีเข้าร่วมเจรจา CPTPP เร่งรัดการเจรจา ไทย-สหภาพยุโรป ไทย-สหราชอาณาจักร ไทย-ปากีสถาน ไทย-ตุรกี ไทย-สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย และการยกเลิกข้อกีดกันทางการค้า ด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ อาทิ เร่งแก้ไขปัญหาความแออัดในท่าเรือแหลมฉบัง เพิ่มทางเลือกของการขนส่งสินค้าเพื่อการส่งออกจากภาคใต้  ด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ เร่งพัฒนาระบบ NSW ให้เป็น Single Submission  ด้านการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน อาทิ  รักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทระหว่าง 33-34 บาทต่อดอลลาร์