EEC ลุยส่งมอบพื้นที่ ’เมืองการบิน’ ครบไตรมาส 1

อีอีซีเตรียมส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างเมืองการบินภาคตะวันออกปลายไตรมาส 1 ปี 2565 มั่นใจเปิดตามแผนปี 68 ส่วนจะเปิดบริการก่อนรถไฟความเร็วสูงเสร็จหรือไม่ขึ้นกับเอกชน

ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี โชคชัย ปัญญายงค์ ระบุ ภายในปลายไตรมาส 1 ปี 2565 คาดว่าจะมีการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันให้กับ บริษัทอู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA ได้ครบ หลังจากนั้นก็จะเริ่มออกหนังสือเริ่มงานก่อสร้าง หรือ NTP คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 3 ปี ก่อสร้างแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนดไว้ และเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568

ทั้งนี้ แม้ว่าสถานการณ์โควิดจะกระทบอุตสาหกรรมการบินไปทั่วโลก แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อโครงการเมืองการบินภาคตะวันออก เพราะมีการคาดการณ์กันว่าอุตสาหกรรมการบินจะกลับมาฟื้นตัวภายใน 5 ปี ซึ่งเมืองการบินก็จะมีพัฒนาเสร็จพอดีตามแผน เพราะต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมการบินแม้จะกระทบแรง แต่เวลาฟื้นตัวก็เร็วเช่นกัน อีกทั้งมีความมั่นใจในเอกชน คือ UTA ที่มีความเข้มแข็ง ที่นำโดยบางกอกแอร์เวย์ ซึ่งเชี่ยวชาญธุรกิจการบิน บีทีเอส และชิโนไทย ก็มีความแข็งแกร่ง ขณะนี้มาสเตอร์แพลนเทอร์มินอล ก็ได้รับการออกแบบ ทุกอย่างเรียบร้อยเป็นไปตามแผน และท่ีผ่านมาทาง UTA ก็ไม่เรียกร้องการเยียวยา

 

ส่วนข้อกังวลต่อกรณีที่โครงการรถไฟความร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หากเสร็จล่าช้าจะกระทบต่อโครงการเมืองการบินหรือไม่ ขณะนี้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาแล้ว เพื่อติดตามแผนงานอย่างใกล้ชิดของทั้ง 2 โครงการให้เป็นไปตามแผน และได้มีการตกลงกันว่าในส่วนของงานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงท่ีภายในเมืองการบินภาคตะวันออกจะให้ UTA เป็นผู้ก่อสร้าง แต่บริษัทเอเชีย เอรา วัน จำกัด จะต้องมีผู้ออกค่าใช้จ่ายงานก่อสร้างให้กับ UTA แต่หากโครงการรถไฟความเร็วสูงล่าช้าจริง แล้วทางเมืองการบินจะเปิดให้บริการก่อนหรือจะรอจนกว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงจะเสร็จ ที่ผ่านมาทางภาคเอกชนมองว่าอยากเปิดให้เร็วตามแผน ดังนั้นทุกฝ่ายก็จะร่วมมือกันให้ทุกอย่างเป็นไปตามคือเปิดให้บริการทั้งรถไฟความเร็วสูงและเมืองการบินภายในปี 2568

 

อย่างไรก็ตาม  อีอีซีเตรียมเปิดโครงการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมการบิน หรือ Aviation Technical Zone หรือ ATZ พื้นที่รวม 905 ไร่ แบ่งเป็น 4 โซน คือ 1. พื้นที่ก่อสร้างลานจอดอากาศยานที่รองรับกิจการศูนย์ซ่อมอากาศยานและอำนวยการเกี่ยวกับการประกอบอุตสาหกรรมการบิน 323 ไร่ ทางกองทัพเรือจะเป็นลงทุนก่อสร้างมีหลุมจอด 44 หลุม ภายในงบลงทุน 1.7 หมื่นล้าน โดยให้ UTA บริหาร 
2.พื้นที่พัฒนาศูนย์ซ่อมบำรงอุปกรณ์สนับสนุนการบินประมาณ 50 ไร่ 3. พื้นที่พัฒนาเป็นศูนย์ฝึกอบรมช่างซ่อมบำรุงอากาศยานและพื้นที่ส่วนกลางประมาณ 57 ไร่ และ 4.พื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมการบิน จำนวน 375 ไร่ ซึ่งเป็นที่พื้นที่รองรับการบินไทยจำนวน 100 ไร่ ทำศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) และเอกชนอื่นที่สนใจ 

พื้นที่ส่วนที่ 2 3 และ4 จะเปิดให้เอกชนเช่าบริการจัดการภายในสัญญาเช่า 30 ปี เอกชนจะลงทุนประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเริ่มเปิดคัดเลือกเอกชนเป็นผู้เช่าได้ภายในปี 2565 และเปิดให้บริการปี 2568 พร้อมกับสนามบิน และจะมีการเปิดโรดโชว์ครั้งแรกวันที่ 7 ธ.ค.นี้ โดยกลุ่มที่เชิญมาลงทุนมีผู้ผลิตอากาศยาน ผู้ประกอบการ mRO โดยตรง และกลุ่มสายการบินระดับนานาชาติ คาดว่าจะสร้างรายได้ให้รัฐจากการเช่ามากกว่า 1 หมื่นล้านบาท