ธุรกิจโรงแรม: คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องใน 4Q64F RevPar รายเดือนของพอร์ตโรงแรมรวมของ MINT ในเดือนตุลาคม 2564 กลับมาอยู่ที่ 79% ของระดับก่อน COVID-19 ระบาดแล้ว (Figure 1)
เรายังคงมองว่าผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมจะฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องในทุกทำเลหลักใน 4Q64F นำโดยโรงแรมในยุโรปและมัลดีฟส์ โดยในส่วนของโรงแรมในยุโรป (ประมาณ 70% ของรายได้รวมจากธุรกิจโรงแรม) ทำ occupancy ได้อยู่ที่ 60% ในเดือนตุลาคม2564 และไต่ขึ้นไปจนถึง 70% ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2564 (จาก 49% ใน 3Q64) ส่วน RevPar ของโรงแรมในมัลดีฟส์ได้ขึ้นมาอยู่สูงกว่าระดับก่อน COVID ระบาดแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 เนื่องจากมีลูกค้าหลากหลายกลุ่มมาใช้บริการ
ธุรกิจร้านอาหาร: SSSG ของร้านอาหารในประเทศไทยพลิกเป็นบวกในเดือนตุลาคม 2564
จากการผ่อนคลายมาตรการคุมโรคระบาด และสถานการณ์ COVID-19 ที่ดีขึ้นทำให้ SSSG ในเดือนตุลาคมฟื้นตัวขึ้นเป็น -0.5% (จาก -7.2%ใน 3Q64) โดยเป็นการฟื้นตัวในทุกทำเลที่ตั้ง โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งการผ่อนคลายมาตรการคุมโรคระบาดช่วยให้แนวโน้มสดใสมากขึ้นใน 4Q64F ทั้งนี้ SSSG ของร้านอาหารในประเทศไทยพลิกกลับมาป็นบวกได้ในเดือนตุลาคม 2564
ความเสี่ยงทางการเงินยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
เราคาดว่าความเสี่ยงทางการเงินของ MINT จะยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เนื่องจาก i) มีการขยายระยะเวลาที่ต้องทดสอบ debt covenant ออกไปแล้วจนถึงปลายปี 2565 ii) การใช้สิทธ์ิแผลง MINTW7 ถึง MINT-W9 จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานทุนอีก 1.5 หมื่นล้านบาทในปี 2566-67F ซึ่งจนถึงขณะนี้ กระแสเงินสดได้พลิกกลับมาเป็นบวกแล้ว ในขณะที่เงินสดในมือยังอยู่ในระดับแข็งแรงที่ 2.3 หมื่นล้านบาทเมื่อสิ้นเดือนตุลาคม 2564
Valuation & action
MINT ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของเราในกลุ่มโรงแรม ซึ่งเราคาดว่าจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าหุ้นอื่นในกลุ่มทั้งในระยะสั้น และระยะกลาง เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ MINT โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 42 บาท อิงจาก EV/EBITDA กลางปี 2565F ที่ 17.0x เท่ากับค่าเฉลี่ยระยะยาว +0.25 S.D.
Risks
ความวุ่นวายทางการเมือง, COVID-19 ระบาดนานกว่าที่คาดไว้







