กำไรจากธุรกิจหลักของ GULF ใน 3Q64 อยู่ที่ 2,293 ล้านบาท (+73.0% YoY, +63.7% QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของเรา 8.2% และต่ำกว่า Bloomberg consensus 8.0% เนื่องจากต้นทุนทางการเงินสูงกว่าที่คาดไว้
นอกจากนี้ บริษัทยังบันทึกผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้ 705 ล้านบาท ดังนั้น กำไรสุทธิใน 3Q64 จึงอยู่ที่ 1,588 ล้านบาท (+63.7% YoY, +12.9% QoQ) โดยกำไรจากธุรกิจหลักในงวด9M64 อยู่ที่ 6,083 ล้านบาท (+87.8% YoY) คิดเป็น 72.0% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา
กำไรจากธุรกิจหลักใน 3Q64 เพิ่มขึ้นถึง 73% YoY และ 63.7% QoQ เพราะเงินปันผลจาก INTUCH
กำไรจากธุรกิจหลักเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ เพราะรายได้จากเงินปันผลจาก INTUCH 1,666 ล้านบาท(+565% YoY, ตามปกติบริษัทจะไม่มีรายได้จากเงินปันผลใน 2Q) หลังจากที่บริษัทเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นจากการทำ tender offer เป็น 42.25% นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเป็น 1,753 ล้านบาท (+81.5% YoY, +49.3% QoQ) มาจากเงินกู้ระยะยาวที่กู้จากสถาบันการเงินเพื่อนำมาลงทุนใน INTUCH และ BKR2 ซึ่งเป็นโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งประเทศเยอรมนี อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายได้จากเงินปันผลและคงต้นทุนทางการเงินตาม 2Q64 กำไรจากธุรกิจหลักใน 3Q64 จะอยู่ที่ 627 ล้านบาท (-52.7% YoY, -55.2% QoQ) ซึ่งกำไรที่ลดลงทั้ง YoY และ QoQ เป็นเพราะ ราคาก๊าซพุ่งสูงขึ้นเป็น 269 บาท/mmBTU (+14.2% YoY, +12.6% QoQ)
คาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักใน 4Q64F จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ
เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ GULF ใน 4Q64 จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจาก i) จะเป็นไตรมาสแรกที่รับรู้ผลการดำเนินงานของ GSRC unit กำลังการผลิต 438Mwe ซึ่งกำหนด COD วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ii) เป็นช่วง high season ของโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเยอรมนี iii) เป็นไตรมาสแรกที่เริ่มรับรู้รายได้ equity income จาก INTUCH จากที่ปกติจะไม่มีรายได้เงินปันผลใน 4Q iv) ไม่มีกำหนดซ่อมบำรุงระดับปานกลาง หรือ รอบใหญ่ใน 4Q64F อย่างไรก็ตาม บริษัทยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากราคาก๊าซที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 5%-15% QoQ และช่วง low season ของโรงไฟฟ้า IPPs และ SPPs ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบที่ฉุดรั้งผลการดำเนินงานใน 4Q64F
Valuation & Action
เรายังคงคำแนะนำซื้อ และประเมินราคาเป้าหมาย DCF ปี 2565 ที่ 47.25 บาท เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ GULF ใน 4Q64 จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ เราจึงยังคงประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักปีนี้เอาไว้เท่าเดิมที่ 8,450 ล้านบาท และคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักน่าจะโตต่อเนื่องในปี 2565F เนื่องจาก i)กำลังการผลิตใหม่ 2x438MWe จาก GSRC Unit 3 และ 4 ii) จะเป็นปีแรกที่รับรู้รายได้ equity income จาก INTUCH เต็มปี
Risks
ความล่าช้าในการจัดสรรกำลังการผลิตใหม่, การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของทางการ, โรงไฟฟ้าหยุดผลิตไฟฟ้า, และความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการใหม่









