วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

เช็คลิสต์ "ธุรกิจ" ที่เคยมาแรงช่วง "หน้าหนาว" แต่พิษโควิดทำรายได้หดหาย

เช็คลิสต์ "ธุรกิจ" ที่เคยมาแรงช่วง "หน้าหนาว" แต่พิษโควิดทำรายได้หดหาย

เมื่อบรรยากาศของ "หน้าหนาว" กระตุ้นให้ผู้คนซื้อสินค้าและบริการที่เฉพาะเจาะจง และสอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศหนาวเย็น มากกว่าช่วงเวลาอื่นของปี ชวนดูว่าธุรกิจไหนที่เริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ และธุรกิจที่โดนพิษโควิดจนรายได้หดตัวกว่าที่เคย

เมื่อภาครัฐประกาศ "เปิดประเทศ" รวมถึงมีคำสั่ง "ยกเลิกเคอร์ฟิว" ในบางพื้นที่มาได้สักระยะแล้ว ทำให้ช่วง "หน้าหนาว" ปลายปี 2564 คนไทยได้เริ่มออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านได้อีกครั้ง ประกอบกับหน้าหนาวแบบนี้ ผู้คนมักจะซื้อสินค้าและบริการที่เฉพาะเจาะจงและสอดคล้องกับสภาพอากาศมากขึ้น ส่งผลให้บาง "ธุรกิจ" กลับมาฟื้นตัว แต่ก็มีอีกหลายธุรกิจที่รายได้ยังหดตัว

สอดคล้องกับข้อมูลจาก "ttb analytics" ได้ประเมินว่ามีกลุ่มธุรกิจใดบ้างที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น และคาดว่าจะฟื้นตัวได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2564 จนถึงกลางปี 2565 แต่ละกลุ่มธุรกิจใช้เวลาฟื้นตัวที่แตกต่างกัน คือ

- กลุ่มใช้เวลาฟื้น 1-3 เดือน ได้แก่ ธุรกิจการขายปลีกสินค้าออนไลน์ที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด คาดการณ์ดัชนีค้าปลีกในไตรมาส 4 ปี 2564 โตขึ้นเกือบ 3 เท่า เช่น ร้านขายปลีกทีวี ร้านขายปลีกยาและเวชภัณฑ์ ร้านค้าแผงลอยและตลาด ร้านขายปลีกสินค้ามือสอง ทั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน และเป็นผู้ค้ารายย่อย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

- กลุ่มใช้เวลาฟื้น 3-6 เดือน ได้แก่ ธุรกิจขายรถยนต์/อุปกรณ์ และการซ่อมบำรุงรถยนต์ ร้านขายปลีกอาหาร/เครื่องดื่ม ร้านขายปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ร้านขายปลีกเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องหนัง คาดการณ์ดัชนีค้าปลีกกลุ่มนี้จะฟื้นตัวในไตรมาส1 ปี 2565

- กลุ่มใช้เวลาฟื้นมากกว่า 6 เดือน ได้แก่ ธุรกิจขายปลีกสินค้าของที่ระลึกและวัฒนธรรม ธุรกิจปั๊มน้ำมัน (ได้ปัจจัยหนุนจากการทยอยเปิดรับนักท่องเที่ยว) ธุรกิจท่องเที่ยว คาดการณ์ดัชนีค้าปลีกจะฟื้นตัวในไตรมาส1 ปี 2565

 

"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" สรุปมาให้ดูว่าธุรกิจหน้าหนาวปลายปีนี้ มีธุรกิจไหนเริ่มฟื้นตัว? และธุรกิจไหนยังคงรายได้หดตัวต่อเนื่องบ้าง?

1. ธุรกิจยา เภสัชกรรมและเวชภัณฑ์

หลายคนมักจะมีอาการป่วยเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเข้าสู่หน้าหนาว ส่งผลให้ธุรกิจในกลุ่มยาและเวชภัณฑ์เติบโตขึ้นในช่วงปลายปีนี้ โดยเฉพาะในยุคโควิดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร และอุปกรณ์ชุดตรวจต่างๆ เป็นที่ต้องการของประชาชนมากขึ้น

มีข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกรุงศรีฯ มีรายงานว่า มูลค่าจำหน่ายยาในประเทศปี 2564 มีแนวโน้มขยายตัว 2.5% ขณะที่ปี 2565-2566 คาดว่ามูลค่าจำหน่ายยาจะขยายตัวเฉลี่ย 3.5% ต่อปี เนื่องจากกระแสการใส่ใจสุขภาพของคนไทยเพิ่มขึ้น และจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น

2. ธุรกิจเครื่องน้ำอุ่น และเครื่องใช้ไฟฟ้า

เมื่อหน้าหนาวมาเยือน ของใช้ที่คนไทยมักซื้อหากันแทบทุกปีก็คือ เครื่องทำน้ำอุ่น ปีนี้ธุรกิจดังกล่าวก็ยังทรงๆ ไม่ได้เติบโตมากแต่ก็ไม่แย่ลงจนเกินไป

มีข้อมูลจาก บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องทำน้ำอุ่น ระบุว่า ในไตรมาส4 ของปี 2564 ธุรกิจเครื่องทำน้ำอุ่นช่วงโค้งท้ายที่เป็นไฮซีซั่นนี้มีการแข่งขันดุเดือดเป็นพิเศษ ซึ่งมูลค่าตลาดโดยรวมปีนี้อยู่ที่ 3,000 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปี 2563 ที่มีมูลค่า 3,200 ล้านบาท  (อ้างอิง: prachachat)

นอกจากนี้ยังมีข้อมูล ศูนย์วิจัยกรุงศรีฯ ระบุถึงธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยรวม คาดการณ์ว่าในปี 2564-2566 อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มฟื้นตัว โดยความต้องการในประเทศคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ย 2.0-3.0% จากปัจจัยหนุนด้านภาวะเศรษฐกิจและตลาดที่อยู่อาศัยที่จะทยอยฟื้นตัว

 

3. ธุรกิจร้านอาหาร (ปิ้งย่าง ชาบู บุฟเฟ่ต์)

มีข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2564 ผู้บริโภคมีแนวโน้มมีความถี่ในการออกไปทานอาหารและใช้เวลาในร้านอาหารมากขึ้น โดยคาดว่าในช่วง 2 เดือนสุดท้ายที่เหลือของปี 2564 น่าจะมีการขยายตัวของจำนวนต่อครั้ง (โต๊ะ) เพิ่มขึ้น 7% 

ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 2,000 ล้านบาท และมีมูลค่าทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 1.13 แสนล้านบาท แต่ทั้งนี้ในภาพรวมธุรกิจร้านอาหารยังคงหดตัวร้อยละ 28.5 เมื่อเทียบจากปี 2563 

ขณะที่แนวโน้มธุรกิจร้านอาหารให้บริการเต็มรูปแบบ ในปี 2565 เริ่มมีปัจจัยหนุนจากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น ทำให้ธุรกิจร้านอาหาร (ให้บริการเต็มรูปแบบ) จะมีมูลค่ายอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 1.43 แสนล้านบาท หรือขยายตัว 26.5% (YoY)

4. ธุรกิจท่องเที่ยว (หน้าหนาวเป็นไฮซีซั่นของภาคเหนือ+อีสาน)

มีข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า จากผลสำรวจความต้องการท่องเที่ยวในประเทศช่วงปลายปี 2564 สะท้อนว่า กว่า 73.7% ของกลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯ ต้องการเดินทางท่องเที่ยวมากถึงมากที่สุด

คาดว่าในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2564 การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยอาจจะมีจำนวน 29.1 ล้านคน-ครั้ง หดตัว 14.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ดีขึ้นจากค่าเฉลี่ยต่อเดือนที่ 3.8 ล้านคน-ครั้งในช่วงเดือนม.ค.-ต.ค. 2564

ส่งผลทำให้ทั้งปี 2564 การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยน่าจะมีจำนวน 66.71 ล้านคน-ครั้ง หดตัวประมาณ 26.3% จากปี 2563 ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยทั้งปี 2564 นี้ น่าจะมีมูลค่าประมาณ 296,895 ล้านบาท หดตัวประมาณ 38.2% จากปี 2563

5. ธุรกิจค้าปลีก 

มีข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่ายอดขายของธุรกิจค้าปลีกในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้น่าจะกลับมาฟื้นตัวที่ประมาณ 1.4% (คำนึงถึงความเป็นไปได้ที่ภาครัฐจะออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อเพิ่มเติม) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 63 ที่หดตัว 1.2%

โดยมีปัจจัยหนุนเสริมจากการคลายมาตรการล็อกดาวน์ น่าจะช่วยสร้างบรรยากาศในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ประกอบกับธุรกิจต่างๆ น่าจะมีการออกแคมเปญทำตลาดเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายมากขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่

-----------------------------------

อ้างอิง : สนง.ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.), ศูนย์วิจัยกรุงศรีฯ, ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, ประชาชาติ (รวบรวมตั้งแต่ ส.ค. - พ.ย.64)