วันพฤหัสที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบ +,- 4 จุด หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐรายงานตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงสุดในรอบ 30 ปี ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกกังวล ว่า FED อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดการณ์เดิม
โดยหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นได้ดี ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง SVI +30% จากงบที่ออกมาดีกว่าตลาดคาดมาก โดยในช่วงนี้นักลงทุนยังคงติดตามการประกาศงบการเงินไตรมาส3 ที่ทยอยประกาศ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,632.44 จุด +1.97 จุด +0.12% มูลค่าการซื้อขาย 63,502 ลบ.ต่างชาติ +244.91 ลบ. TFEX -1,524 สัญญา ตราสารหนี้ +1,918.96 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 25 เซนต์ +0.3% ปิดที่ 81.59 ดอลลาร์/บาร์เรล นลท.ช้อนซื้อเก็งกำไรแต่ยังกังวลภาวะเงินเฟ้อ และกลัวว่ารัฐบาลสหรัฐอาจระบายน้ำมันจากคลังเพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในประเทศ
+ แหล่งข่าวเปิดเผยว่าปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน จะเชิญปธน.โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่กรุงปักกิ่งในเดือนก.พ.2565 เป็นการส่วนตัวในการประชุมสุดยอดผ่านระบบออนไลน์สัปดาห์หน้า
+ ธปท.ผ่อนคลายสถาบันการเงินจ่ายปันผลเกินอัตราในอดีตได้แต่ไม่เกิน 50% ของกำไร
+ กระทรวงสาธารณสุขคาดว่าไทยจะบรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ 100 ล้านโดส ในปลายพ.ย.เร็วกว่าแผน 1 เดือน
+กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศคาดการส่งออกของไทยปี 2565 จะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากปี 2564 ที่ขยายตัวสูงมากเนื่องจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าเติบโตในอัตราชะลอตัว
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 7,305 ราย มีผู้เสียชีวิต 51 ราย รักษาหาย 7,900ราย
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 158.71 จุด -0.44% จากการดิ่งลงของหุ้นวอลท์ ดิสนีย์ 1 ใน 30 หลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนี หลังเปิดเผยผลประกอบการต่ำกว่าคาด แต่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดบวก โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
- สหรัฐเตือนรัสเซียว่าอย่าตัดสินใจผิดพลาดร้ายแรงในยูเครนอีก หลังปรากฏภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นปธน.วลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซีย กำลังรวบรวมกองทัพตามแนวชายแดน
- อัยการจาก 10 รัฐฐานเสียงของพรรคริพับลิกันร่วมกันยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐหลังมีคำสั่งบังคับให้บุคลากรทางการแพทย์หลายล้านคนต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งเริ่มมีผล 4 ม.ค. 2565 เป็นต้นไป
- นักวิเคราะห์คาดว่าในวันที่ 15 พ.ย.สภาพัฒน์จะเปิดเผย GDP 3Q64 หดตัว -0.8%YoY และ -2.5%QoQ ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งฉุดการบริโภคและการท่องเที่ยว
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้ยังปรับตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยขาดปัจจัยใหม่เข้าหนุนตลาด นักลงทุนยังเก็งกำไรในหุ้นรายตัวที่ประกาศผลประกอบการออกมาดี และ Outlook เติบโต มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1626-1,638 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้น Reopening Play : หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว MINT ERW CENTEL AWC SHR AOT AAV BA หุ้นกลุ่มขนส่ง BEM BTS หุ้นกลุ่มห้างสรรพสินค้า CPN CRC MBK หุ้นกลุ่มร้านอาหาร AU M ZEN หุ้นกลุ่มค้าปลีก CPALL BJC MAKRO
• หุ้นได้ประโยชน์จากธปท.คลายกฏ LTV เน้นลงทุนหุ้นอสังหาฯ P/E ต่ำ แนะนำ LH QH AP SPALI SIRI ORI LALIN PSH
• MSCI Global Small Cap Indexes หุ้นเข้า BEC TIPH TIDLOR หุ้นออก TKN
หุ้นรายงานพิเศษ
CPN (Bloomberg Consensus 61.25 บาท)
•(+) แนวโน้ม 4Q64 ฟื้นตัวจาก 3Q64 ที่ต่ำสุดรายไตรมาสที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ lockdown ซึ่งมีกำไรเพียง 229 ล้านบาท -91%YoY -82%QoQ 9M64 ก่าไร 5,332 ล้านบาท -29%YoY โดยได้รับอานิสงส์สำคัญจากการเปิดเมืองและการเปิดบริการศูนย์การค้าใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ สาขาศรีราชา (27 ต.ค.) และสาขาอยุธยา (30 พ.ย.)
•(+) อนาคตเดินหน้าต่อด้วยสินทรัพย์ที่หลากหลายทั้งศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน โครงการอสังหาฯทั้งแนวราบและคอนโดฯ รับประโยชน์จาก SYNERGY ในการเข้าถือหุ้น GLAND และ SF
•ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวที่รายได้ยังมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่องในอนาคตและมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการพัฒนาโครงการที่หลากหลายประเภทและหลากทำเล Bloomberg consensus คาดกำไรปี 64 เฉลี่ย 6,338 ล้านบาท -34%YoY และพลิกเติบโต 48% เป็น 9,387 ล้านบาทในปี 65
หุ้นมีข่าว
(+) OSP ( ฺBloomberg Consensus 39.00 บาท) เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมสาร CBD ทั้งเครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ภายในไตรมาส 2 ปีหน้า ดันรายได้-กำไรโตเลขสองหลัก วางงบลงทุน 1.5 พันล้านบาท พัฒนากระบวนการผลิต ตั้งเป้าปรับลดต้นทุน 5 พันล้านบาท ใน 5-7 ปี ปลื้มยอด 9 เดือนแตะ 1.9 หมื่นล้านบาท ไตรมาสสุดท้ายขยายตัวรับเปิดประเทศ-คลายล็อกดาวน์ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) CK-STEC ( ฺBloomberg Consensus 24.8 , 16.00 บาท) รฟม.เปิดขายซองงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ 6 สัญญาวงเงินรวม 7.8 หมื่นล้านบาท 11-24 พฤศจิกายนนี้ ปรับเกณฑ์ต้องผ่านคุณสมบัติเทคนิคก่อน ถึงมีสิทธิ์เปิดซองราคาตัดเชือก ด้าน CK-STEC ประกาศเข้าชิงทุกสัญญา มั่นใจรักษามาร์จิ้นในระดับน่าพอใจ ย้ำชัดไม่ขาดแรงงาน ด้านคลังแย้มใกล้ปลดล็อกประมูลสายสีส้มตะวันตก อาจเปิดขายซองได้ธันวาคมนี้ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) MCS (Bloomberg Consensus 56.25 บาท) เตรียมบินเซ็นสัญญางานโครงการใหม่ 25,000 ตัน และเจรจาเพิ่มอีก 1-2 โครงการ ที่มีมูลค่าราว 20,000 ตัน โชว์ Backlog สูง 80,000-90,000 ตัน รับรู้ยาวถึงปี 2566 ประเมินยอดขายโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ปีหน้าใกล้เคียงปีนี้ที่ 75,000 ตัน ขณะที่โบรกมองงบสดใส ธุรกิจแข็งแกร่ง (ที่มา ทันหุ้น)
(+) SABUY (Bloomberg Consensus 16.00 บาท) เปิดตัว “SABUYCAP”(สบาย-แคป) ให้บริการสินเชื่อกับกลุ่มลูกค้าใน Ecosystem นำร่องผลิตภัณฑ์แรก “แปลงตู้เป็นทุน” สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการตู้เติมเงินเติมสบายพลัส ดอกเบี้ยไม่เกิน 1.25% ต่อเดือน ตั้งเป้ายอดปล่อยสินเชื่อปีหน้า 2,000-3,000 ล้านบาท (ที่มา ข่าวหุ้น)









