วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กังวลเงินเฟ้อสหรัฐ (11 พฤศจิกายน 2564)

วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง DELTA, KCE, HANA แต่มีแรงขายในหุ้นกลุ่มการเงิน อย่าง MTC ที่ประกาศงบ ออกมาต่ำกว่าตลาดคาด

ส่งผลให้ SAWAD, TIDLOR ปรับตัวลงตาม นักลงทุนติดตามการประกาศงบไตรมาส3 ที่ทยอยประกาศ ประกอบกับติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในคืนนี้ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,630.47 จุด -1.22 จุด -0.07% มูลค่าการซื้อขาย 67,867 ลบ.ต่างชาติ -1,576.34 ลบ. TFEX +906 สัญญา ตราสารหนี้ +25,886.57 ลบ.

 

ปัจจัยบวก    

+ ผลการประชุมกนง.มีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% ต่อไป ประเมินศก.ไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้วใน 3Q64 และเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว แต่ยังเปราะบางและไม่แน่นอน ประเมินศก.ไทยในปี 64 และปี 65 จะขยายตัวใกล้เคียงกับที่คาด
+ปธน.โจ ไบเดนเตรียมลงนามบังคับใช้กฎหมายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานวันจันทร์หน้า
+ สหรัฐเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งขึ้น 1.4%MoM ในเดือนก.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนส.ค.
+สหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 4,000 รายสู่ระดับ 267,000 รายต่ำที่สุดนับตั้งแต่มี.ค.63 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ ลดลง 6 สัปดาห์ติดต่อกัน
+ EC เปิดเผยว่า เงินเฟ้อในยูโรโซนจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายเดือนข้างหน้าจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานที่เพิ่มขึ้น แต่คาดว่าจะค่อย ๆ ลดลงในปี 2565
+ ปธน.สี จิ้นผิงของจีนเปิดเผยว่าจีนเต็มใจทำงานร่วมกับสหรัฐภายใต้เงื่อนไขของความเคารพซึ่งกันและกันก่อนการประชุมทางไกลร่วมกับปธน.โจ ไบเดน
+ ครม.อนุมัติใช้งบ 500 ลบ.จัดซื้อยาโมลนูพิราเวียร์รักษาโควิด-19 จำนวน 2 ล้านเม็ด
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้กลับมาเพิ่มขึ้น พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 7,496 ราย มีผู้เสียชีวิต 57 ราย รักษาหาย 7,452 ราย

 

ปัจจัยลบ

- ดัชนีดาวโจนส์ปิด -240.04 จุด -0.66% กังวลว่าตัวเลขเงินเฟ้อเดือนต.ค.ของสหรัฐที่พุ่งสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี +6.2%YoY สูงกว่าคาดการณ์ที่ 5.9% อาจผลักดันให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด
 

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 2.81 ดอลลาร์ -3.3% ปิดที่ 81.34 ดอลลาร์/บาร์เรลหลังสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นและการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์
- ปธน.โจ ไบเดนแห่งสหรัฐประกาศขยายเวลาบังคับใช้คำสั่งห้ามชาวอเมริกันลงทุนในบริษัทจีนโดยระบุว่าจีนกำลังขยายนิคมอุตสาหกรรมทางทหารด้วยการบังคับให้บริษัทต่าง ๆ ของจีนสนับสนุนกิจกรรมด้านการทหารและข่าวกรอง
- ยุโรปเผชิญโควิด-19 ระลอกใหม่จำนวนติดเชื้อใหม่จากทวีปยุโรปคิดเป็น 60.8% ของทั้งโลก จำนวนผู้เสียชีวิต57.2%
- กอนช.เร่งระบายน้ำลุ่มเจ้าพระยา-ป่าสัก-ท่าจีน รับมือน้ำทะเลหนุนสูงช่วง 20-27 พ.ย.
- ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยม็อบปฏิรูปล้มล้างปกครอง
- TDRI มองโลกหลังโควิดเพิ่มความเหลื่อมล้ำ-หนี้ครัวเรือนสูง-โครงสร้างศก.เปลี่ยน

 

แนวโน้มตลาดวันนี้  

คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ จากความกังวลว่าตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่พุ่งสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวลงแรงกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1620-1,638 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน  

• หุ้น Reopening Play : หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว MINT ERW CENTEL AWC SHR AOT AAV BA หุ้นกลุ่มขนส่ง BEM BTS หุ้นกลุ่มห้างสรรพสินค้า CPN CRC MBK หุ้นกลุ่มร้านอาหาร AU M ZEN หุ้นกลุ่มค้าปลีก CPALL BJC MAKRO
• หุ้นได้ประโยชน์จากธปท.คลายกฏ LTV เน้นลงทุนหุ้นอสังหาฯ P/E ต่ำ แนะนำ LH QH AP SPALI SIRI ORI LALIN PSH
• ยอดส่งออกเดือน ก.ย. เติบโต TU NER TWPC SKN HTECH
• หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการ 3Q64 ออกมาดี GULF WICE

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

                              KEX (กำไรงวด 3Q64 -96%YoY -96%QoQ )

•รายงานกำไรงวด 3Q64 ผิดคาดอย่างมากเหลือ 12.8 ล้านบาท -96%YoY -96%QoQ เมื่อเทียบกับ bloomberg consensus คาด 298 ล้านบาท แม้ปริมาณจัดส่งพัสดุ +48%YoY หนุนรายได้ +18.8%YoY แต่ต้นทุนขายและคชจ.ดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นส่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงแรงมากเหลือ 6.6% จาก 15.4% ใน 2Q64 และ 15.2% ใน 3Q63 และอัตรากำไรสุทธิเหลือเพียง 0.2% จาก 7.3% ใน 2Q64 และ 6.5% ใน 3Q63 จากการเริ่มต้นสงครามราคาในฐานะผู้นำตลาดเพื่อกีดกันผู้เล่นใหม่ในตลาดบริการขนส่งพัสดุ งวด 9M64 มีกำไร 651 ล้านบาท -37%YoY

กังวลเงินเฟ้อสหรัฐ (11 พฤศจิกายน 2564)

•ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงลบเนื่องจากคาดว่า consensus จะปรับประมาณการกำไรปี 64-65 ลดลงอย่างมากจากคาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 4Q64 จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากอัตรากำไรจะยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องภายใต้แคมเปญ "คุ้มทั่วไทย ราคาเดียว 19 บาท" เริ่ม 1 พ.ย. 64 จากเดิมคิดค่าบริการขั้นต่ำ 35 บาท ซึ่งทำให้ปริมาณส่งที่เพิ่มขึ้นไม่น่าจะเพียงพอสร้างการเติบโตของผลการดำเนินงาน ขณะที่ประเด็นบวกในการได้เข้าคำนวณดัชนี SET50 ยังมีความไม่แน่นอนจนกว่าตลท.จะประกาศในกลางเดือนธ.ค. แนะนำเปลี่ยนตัวเล่น และ wait & see

 

หุ้นมีข่าว

(+) SPALI ( ฺBloomberg Consensus 25.85 บาท) โตแกร่งสวนโควิด ผลงาน 9 เดือนกำไรพุ่ง 4,191 ล้านบาท โต 76% กวาดรายได้กว่า 1.85 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% เดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ 12 โครงการ มูลค่ารวม 1.61 หมื่นล้านบาท มั่นใจทั้งปี 2564 พิชิตรายได้ 2.8 หมื่นล้านบาท ตามเป้าที่ตั้งไว้ ฟากโบรกส่องผลงานไตรมาส 4/2564 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ จากกำลังซื้อที่ฟื้นตัว และมี Backlog ที่สูง (ที่มา ทันหุ้น)

(+) III ( ฺBloomberg Consensus 15.00 บาท) กางแผนปี 2565 เติบโตก้าวกระโดด คาดรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% รับอานิสงส์ค่าขนส่งทรงตัวระดับสูง ดีมานด์ฟื้น ดีล M&A หนุน คิกออฟบริการขนส่งทางรางครั้งแรก พร้อมต่อยอด ShipSmile ขยายแตะ 10,000 สาขา ล่าสุดแตกไลน์กลุ่มธุรกิจใหม่ BU5 เพิ่มจาก 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ไม่ต่ำกว่า 50% ในปี 2566 เล็งเข็นบริษัท ANI เข้าตลาดปี 2565 (ที่มา ทันหุ้น)

(+) BGRIM (Bloomberg Consensus 56.25 บาท) BGRIM คว้าหุ้น reNIKOLA ดาวเด่นพลังงานทดแทนมาเลเซีย อัพพอร์ตอีก 88 เมกะวัตต์ทันที ปักฐานกินยาว เตรียมเซ็นเพิ่มอีก 90 เมกะวัตต์ แถมลงนามกับเอกชนอีก 375 เมกะวัตต์ ชี้มาเลเซียตั้งใจมุ่ง Net Zero โอกาสลงทุนเพียบ ย้ำเป้าปี 2568 ขึ้นสู่ 7,200 เมกะวัตต์ และเพิ่มเป็น 10,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 เป้าแสนล้านบาทต่อปี (ที่มา ทันหุ้น)

(+) IT (Bloomberg Consensus - บาท) “ไอที ซิตี้” ปักธงรายได้ปีหน้าโตไม่ต่ำกว่า 20% มีแผนเพิ่มสินค้าใหม่-ขยายสาขาอีก 43 สาขา เป็น 440 สาขา ลุยขยายช่องทางออนไลน์ ดันสัดส่วนยอดขายออนไลน์เป็น 10% ส่งซิกงบไตรมาส 4/64 แจ่ม! รับไฮซีซั่น หนุนรายได้ปี 64 โตเข้าเป้าไม่ต่ำกว่า 20% (ที่มา ข่าวหุ้น)